คนไม่เป็นงาน แต่ได้เป็นหัวหน้า คือฝันร้ายของคนทำงาน

หลายคนคิดว่างานที่เหนื่อยที่สุด คือ "งานเยอะ" แต่เมื่อทำงานมานานพอ จะพบว่าความเหนื่อยที่แท้จริง ไม่ใช่ปริมาณงาน แต่คือการต้องทำงานภายใต้คนที่ไม่เข้าใจงาน งานเยอะยังจัดการได้ เหนื่อยก็พัก ยากก็เรียนรู้

แต่การต้องคอยแก้ไขผลลัพธ์จากการตัดสินใจที่ผิดพลาดซ้ำๆ ของคนที่ไม่รู้จริง กลับเป็นความเหนื่อยที่สะสมทุกวัน

บางคนใช้เวลาประชุมเป็นชั่วโมง เพื่อสั่งงานที่ทีมงานตัดสินใจเองได้ในไม่กี่นาที

บางคนอ่านรายงานหลายหน้า แต่จับประเด็นผิดตั้งแต่ต้น

บางคนไม่เคยเจอปัญหาหน้างานจริง แต่กลับเป็นคนตัดสินใจแทนคนที่เผชิญปัญหานั้นทุกวัน

สิ่งที่น่าอึดอัดที่สุด ไม่ใช่การที่หัวหน้าไม่รู้ เพราะไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง แต่คือการ "ไม่รู้แล้วไม่ฟัง"

ไม่เข้าใจ แต่รีบตัดสิน

ไม่เคยลงมือทำ แต่ชอบสอนคนที่ทำอยู่ทุกวัน

หลายองค์กรเต็มไปด้วยคนเก่งที่เงียบลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะไม่มีความคิดเห็น แต่เพราะทุกครั้งที่เสนอความคิดเห็น กลับถูกปฏิเสธ ถูกขัด หรือถูกตัดบท จนสุดท้ายทุกคนเรียนรู้ว่า "เงียบไว้ปลอดภัยกว่า"

เมื่อถึงจุดหนึ่ง คนในทีมจะเลิกเสนอทางออก

- เลิกคิดนอกกรอบ

- เลิกพยายามพัฒนาอะไรใหม่ๆ

- และทำแค่สิ่งที่ถูกสั่ง

องค์กรจึงไม่ได้สูญเสียแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่กำลังสูญเสียคนเก่งไปทีละคน

ความจริงที่หลายองค์กรไม่อยากยอมรับคือ คนเก่งจำนวนมากไม่ได้ลาออกเพราะงานหนัก ไม่ได้ลาออกเพราะเงินเดือนน้อย แต่ลาออกเพราะหมดแรงกับการทำงานภายใต้คนที่ไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังตัดสิน

องค์กรไม่ได้เสียคนเก่งเพราะคู่แข่งดึงตัวไปเสมอ

หลายครั้ง องค์กรเสียคนเก่ง เพราะปล่อยให้คนที่ไม่เข้าใจงาน มีอำนาจเหนือคนที่เข้าใจงานอยู่นานเกินไป

ตำแหน่งอาจทำให้คนเป็นหัวหน้าได้ แต่ความรู้ ความเข้าใจ และการรับฟังผู้อื่นเท่านั้น ที่จะทำให้คนเป็น "ผู้นำ" ได้จริง

#ผู้นำ #หัวหน้างาน #การทำงาน #องค์กร #บริหารคน #ภาวะผู้นำ #ข้อคิดการทำงาน

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ทำงานหลายปี ผมพบว่า ‘‘ความเหนื่อย’’ ที่แท้จริงในที่ทำงานไม่ได้เกิดจากปริมาณงานที่มาก แต่เกิดจากการต้องทำงานภายใต้หัวหน้าที่ไม่มีความเข้าใจจริงในงานที่เราทำ ความผิดพลาดซ้ำซากจากการตัดสินใจที่ไม่มีข้อมูลจริง เกิดขึ้นจนทำให้ทีมงานต้องซ่อมแซมงานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและจิตใจของคนในทีมอย่างมาก ในหลายองค์กร การสื่อสารระหว่างหัวหน้าและทีมงานกลายเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าไม่รับฟังความคิดเห็นหรือมักตัดสินโดยไม่มีข้อมูลครบถ้วน ผมจำได้ว่าช่วงหนึ่งที่ต้องทำงานกับหัวหน้าที่นั่งประชุมเป็นชั่วโมงเพื่อตัดสินใจในเรื่องเล็ก ๆ ที่ทีมงานสามารถแก้ไขเองได้ ความรู้สึกของทีมงานค่อย ๆ เหนื่อยล้า ไม่ได้อยากทำงานน้อยลง แต่อยากเห็นการรับฟังและความเข้าใจจากผู้บริหารมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่หัวหน้าอ่านรายงานหลายหน้า แต่จับประเด็นผิดพลาดตั้งแต่แรก จนต้องกลับไปทำงานใหม่ซ้ำ ๆ ซึ่งก็เหมือนเป็นการทวนเวลาและเพิ่มภาระให้ทีมงานโดยไม่จำเป็น เหตุการณ์แบบนี้ทำให้บรรยากาศการทำงานตึงเครียดและลดทอนความคิดสร้างสรรค์ในทีม เพราะทุกคนเริ่มรู้สึกว่าการเสนอความคิดเห็นหรือหาทางออกใหม่ ๆ ก็ถูกปฏิเสธหรือขัดขวางอยู่เสมอ ผมเชื่อว่าครั้งหนึ่งทีมงานเก่ง ๆ จะเริ่ม ‘‘เงียบ’’ เพราะมันปลอดภัยกว่า การกลัวคำพูดจะถูกตัดบทหรือโดนปฏิเสธ ทำให้ความคิดใหม่ ๆ หายไป และองค์กรเสียโอกาสในการพัฒนาไปอย่างมาก การป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นคือหัวหน้าต้องเปิดใจรับฟังทีมงานอย่างจริงจัง ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้หรือเข้าใจไม่ดีพอ รวมถึงให้เกียรติความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะนี่คือหัวใจของความเป็นผู้นำที่แท้จริง สุดท้าย ผมจึงมองว่า ‘‘ตำแหน่งหัวหน้า’’ อาจได้มาโดยง่าย แต่ ‘‘ความเป็นผู้นำ’’ ต้องได้รับการพิสูจน์จากความรู้ ความเข้าใจ และการฟังเสียงของคนที่ทำงานอยู่ตรงนั้นจริง ๆ เท่านั้น หัวหน้าที่ไม่รู้ แล้วไม่ฟัง ย่อมทำให้ทีมงานเหนื่อย และองค์กรสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าไปในที่สุด