Automatically translated.View original post

How to have a juicy mouth 💦

Use according to this procedure

1.Down the lip liners, mouth edges, dark mouth closure

2. Apply the main color lip mat in the middle of the mouth, both top and bottom.

3. Apply lip color to the lip color, all sides and bottom

4. Slap with gloss

Color used

- Lip Liners Cathy Doll Color 06

- 210-way color L'Oréal lipstick in the middle

- Lip Stig Meberine Painted Welding Lip Color 210

- Lip gloss with a juicy mouth.

# Lip # Lipstick # Juicy lip

7/24 Edited to

... Read moreนอกจากขั้นตอนการทาลิปที่แนะนำในบทความแล้ว ผมอยากแบ่งปันประสบการณ์การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อให้ปากดูฉ่ำและฟูอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่เหนอะหนะ เริ่มจากการบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มที่มีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน ก่อนทาไลน์เนอร์ควรใช้การลอกผิวปากเบา ๆ ด้วยสครับสูตรอ่อนโยน เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ลิปติดทนนานและสีสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับลิปไลน์เนอร์ผมชอบใช้สีที่ใกล้เคียงกับสีลิปสติก เพื่อให้การเบลนด์สีดูธรรมชาติและไม่ดูเป็นเส้นขอบชัดเจนเกินไป ต่อด้วยการทาลิปแมทโทนสีที่ชอบ โดยเน้นตรงกลางริมฝีปากบนและล่างก่อน เพื่อสร้างมิติ แล้วใช้ลิปสติกสีที่เชื่อมระหว่างสีปากจริงกับสีหลักช่วยเกลี่ยให้กลมกลืน ก่อนจะทาเคลือบด้วยลิปกลอสที่โปร่งแสง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ปากดูอวบอิ่ม ฉ่ำวาว นอกจากนี้ การเลือกสีลิปให้เข้ากับโทนผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ สีโทนอุ่นอย่างสีพีชหรือส้มจะเหมาะกับผิวที่มี undertone อุ่น ส่วนโทนชมพูนู้ดจะเหมาะกับผิวโทนเย็น การทดลองใช้สีนี่นอกจากจะช่วยให้ดูปากสุขภาพดีแล้วยังเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นด้วย หากใครมีปัญหาปากคล้ำ การใช้ไลน์เนอร์ช่วยปิดขอบปากคล้ำแบบในบทความถือว่าเป็นเคล็ดลับที่ดีมาก ผมเองเคยลองใช้ไลน์เนอร์จากยี่ห้อ Cathy doll สี 06 ที่กล่าวถึง รู้สึกว่าช่วยให้ริมฝีปากดูเนียนขึ้นและสีลิปติดทนยาวนานมากขึ้นด้วย โดยสรุปแล้ว การมีริมฝีปากฉ่ำและฟูแบบธรรมชาติไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้ความสำคัญกับการบำรุงและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม พร้อมเทคนิคการทาเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนลุคลิปสติกให้ดูสวยเป๊ะและมีมิติที่น่าสนใจได้แล้วครับ