Automatically translated.View original post

"You know... The iPhone is not slow because it is broken. But it's slow because of 3 behavior.

1/6 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเจออาการ “ไอโฟนช้า” แบบกดแล้วหน่วง เปิดแอปแล้วค้าง หรือสลับแอปไม่ลื่น ก่อนจะรีบสรุปว่าเครื่องพัง/เครื่องเก่า ผมอยากให้ลองเช็กสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ iPhone อืด ซึ่งส่วนใหญ่แก้ได้เองและเห็นผลจริงครับ 1) พื้นที่เก็บข้อมูลใกล้เต็ม (Storage เต็มจนระบบหายใจไม่ออก) อันนี้เป็นสาเหตุที่ผมเจอบ่อยมาก เพราะ iOS ต้องใช้พื้นที่ว่างสำหรับแคชและไฟล์ชั่วคราว ถ้าเหลือน้อยมาก เครื่องจะเริ่มหน่วง เปิดแอปช้า และอัปเดตไม่ได้ วิธีเช็ก/แก้: ไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iPhone แล้วดูว่าเหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือน้อย แนะนำลบวิดีโอ/รูปที่ไม่ใช้ ถอนแอปที่ไม่จำเป็น หรือใช้ “Offload App” (ลบตัวแอปแต่เก็บข้อมูลไว้) รวมถึงล้างแชต/ไฟล์ใน LINE หรือแอปที่ชอบสะสมไฟล์ 2) แอปค้าง/ทำงานเบื้องหลังเยอะเกินไป บางวันผมเปิดแอปทิ้งไว้หลายตัว โดยเฉพาะแอปโซเชียลหรือแอปตัดต่อ พอสะสมไปเรื่อยๆ เครื่องจะร้อนและอืดขึ้นทันที วิธีแก้: ปิดแอปที่ค้างเป็นช่วงๆ (ปัดขึ้นแล้วปัดปิดเฉพาะตัวที่ค้างจริง) และไปที่ การตั้งค่า > ทั่วไป > รีเฟรชแอปอยู่เบื้องหลัง ปรับเป็นปิด หรือเปิดเฉพาะแอปจำเป็น จะช่วยลดภาระเครื่อง 3) แบตเสื่อมจนโดนลดประสิทธิภาพ (Performance Management) หลายคนไม่รู้ว่าแบตที่เสื่อมมากๆ อาจทำให้ระบบลดความเร็วเพื่อกันเครื่องดับวูบ อาการจะเหมือนเครื่องช้าแบบไม่มีเหตุผล วิธีเช็ก: การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ ดู “ความจุสูงสุด” ถ้าต่ำมาก (เช่นราวๆ 80% หรือน้อยกว่า) และมีแจ้งเตือนเรื่องประสิทธิภาพ แนะนำพิจารณาเปลี่ยนแบตที่ศูนย์/ร้านที่เชื่อถือได้ แล้วความลื่นมักกลับมาชัดเจน ทริคเสริมที่ผมใช้แล้วช่วยให้ลื่นขึ้นเร็ว - รีสตาร์ทเครื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ช่วยเคลียร์กระบวนการค้างๆ) - อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุด (หลายครั้งแก้บั๊กเรื่องหน่วง) - ลดเอฟเฟกต์ภาพ: การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > การเคลื่อนไหว > ลดการเคลื่อนไหว (เหมาะกับเครื่องที่เริ่มอืด) - เช็กความร้อน: ถ้าเครื่องร้อนจากเล่นเกม/ชาร์จไปเล่นไป จะอืดทันที ควรพักเครื่องให้เย็นก่อน สรุปคือ “ไอโฟนช้าเกิดจากอะไร” ส่วนใหญ่ไม่ได้พัง แต่อืดเพราะพื้นที่เต็ม แอปเบื้องหลัง และสุขภาพแบตนี่แหละครับ ลองไล่เช็กทีละข้อ แล้วค่อยตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะต้องรีเซ็ตหรือเปลี่ยนเครื่อง