ประโยคภาษาอังกฤษคำถาม “What “
เวลาจะถามเป็นภาษาอังกฤษด้วย “What/What’s” เรามักติดตรงเลือกประโยคให้เหมาะกับสถานการณ์ เลยสรุปวิธีใช้แบบที่ฉันใช้จริงให้เข้าใจง่ายขึ้น (พร้อมทริคเล็กๆ กันพูดพลาด) 1) What’s that? vs What’s this? - What’s that? = นั่นคืออะไร (ของอยู่ไกลตัว/ชี้ไปไกลๆ) ตัวอย่าง: What’s that over there? = นั่นอะไรตรงนั้น - What’s this? = นี่คืออะไร (ของอยู่ใกล้ตัว/ถืออยู่) ตัวอย่าง: What’s this called? = อันนี้เรียกว่าอะไร ทริค: that = ไกล, this = ใกล้ 2) What happened? = เกิดอะไรขึ้น ใช้ถามเวลาเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น เพื่อนหน้าเครียด/มีเสียงดัง ตัวอย่าง: You look upset. What happened? = ดูเครียดๆ เกิดอะไรขึ้น 3) What’s your name? = คุณชื่ออะไร ใช้ได้สุภาพทั่วไป ถ้าทางการขึ้นอีกนิดใช้ May I have your name? ก็ได้ ตัวอย่าง: Hi! What’s your name? = สวัสดี ชื่ออะไร 4) What’s up? = เป็นไงบ้าง/มีอะไรหรือเปล่า เป็นภาษาพูด ใช้กับเพื่อน/คนคุ้นเคยมากกว่า ตัวอย่าง: Hey, what’s up? = เฮ้ เป็นไงบ้าง หมายเหตุ: บางครั้งเขาตอบสั้นๆ ว่า Not much. = ไม่มีอะไร 5) What’s wrong? = เป็นอะไร/มีอะไรผิดปกติ ใช้ตอนเป็นห่วงหรือเห็นอีกฝ่ายไม่โอเค ตัวอย่าง: What’s wrong? Are you okay? = เป็นอะไร โอเคไหม 6) What do you want? = คุณอยากได้อะไร/ต้องการอะไร ประโยคนี้น้ำเสียงสำคัญมาก ถ้าพูดแข็งๆ จะฟังเหมือนหงุดหงิดหรือไม่พอใจ ถ้าต้องการให้สุภาพขึ้น แนะนำ: - What would you like? = รับอะไรดี/อยากได้อะไรดี (สุภาพกว่า) - What do you need? = ต้องการอะไร (โทนช่วยเหลือ) ตัวอย่าง: What would you like to drink? = รับเครื่องดื่มอะไรดี 7) เรื่อง “what’s” ที่คนชอบพิมพ์ผิดเป็น “whit what” คำที่ถูกคือ what / what’s (ย่อจาก what is หรือ what has) - What’s this? = What is this? - What’s happened? (ไม่ค่อยใช้เดี่ยวๆ) ปกติจะใช้ What happened? มากกว่า 8) เสริมสำหรับคนค้นหา tag question: “He must be tired, mustn’t he?” โครงสร้าง tag question คือ “ประโยคบอกเล่า + คำถามสั้นท้ายประโยค” - ถ้าด้านหน้าเป็นบอกเล่า → tag เป็นปฏิเสธ He must be tired, mustn’t he? = เขาคงเหนื่อยใช่ไหม - ถ้าด้านหน้าเป็นปฏิเสธ → tag เป็นบอกเล่า He mustn’t be tired, must he? ทริคจำง่าย: หน้า + หลัง ต้อง “ตรงข้ามกัน” และใช้กริยาช่วยตัวเดียวกัน (must) ถ้าอยากฝึกเร็วๆ ฉันชอบทำเป็นชุดประโยคถามติดปาก เช่น What’s this? / What happened? / What’s wrong? พูดวนๆ ตอนเดินทางหรือก่อนนอน ช่วยให้เวลาต้องใช้จริงไม่ตื่นเต้นและนึกคำออกไวขึ้น






































