Kage Mission
The first time tried the 0.75 color KAGE was much more than expected. 😭✨
Today, used since morning to lean, now the skin is still pretty. The face does not drop, not quite stains. And the skin also looks juicy, plays light, healthy, light texture but makes the skin look much smoother. Makeup feed and the skin looks more expensive. I understand why people like each other. 💖
💌 Brand: Kage
👩🏻 skin type: We have dry skin.
# Mission kage # kage review # Trending # Drug sign with lemon8
เผื่อใครกำลังลังเลกับคุชชั่น KAGE สี 0.75 เราขอแชร์ทริคจากที่ลองใช้แล้วเวิร์กกับ “ผิวแห้ง” มากๆ นะคะ (แต่ละคนผิวไม่เหมือนกัน ลองปรับตามที่ชอบได้เลย) 1) เตรียมผิวให้ชุ่มก่อนลงคุชชั่น วันไหนขี้เกียจบำรุง หน้ามักจะเป็นขุยง่ายและทำให้คุชชั่นเห็น texture ชัดขึ้น เราจะลงสกินแคร์ที่เน้นเติมน้ำ (โทนเนอร์/เอสเซนส์) แล้วปิดด้วยมอยส์เจอไรเซอร์บางๆ รอให้เซ็ตตัวสัก 3–5 นาที ค่อยเริ่มแต่งหน้า จะช่วยให้ผิวดูฉ่ำแบบสุขภาพดีและลดโอกาสเป็นคราบระหว่างวัน 2) วิธีลงให้ได้งานผิว “ฉ่ำแต่ไม่เยิ้ม” เราใช้พัฟแตะคุชชั่นน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ กดซ้ำเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดมากขึ้น (เช่น รอยแดงข้างจมูก/รอยสิว) อย่าปาด เพราะจะทำให้ชั้นฟิล์มไม่สวยและดูหนาเกินได้ เทคนิคคือ “กด-ซับ” ให้แนบผิว จะได้ฟินิชที่เนียนขึ้นแต่ยังบางเบา 3) เซ็ตแป้งยังไงให้หน้าไม่ดรอป ถ้าเป็นผิวแห้ง เราจะไม่ลงแป้งทั่วหน้า แต่จะเซ็ตเบาๆ แค่โซนที่เสี่ยงไหล/ติดแมสก์ เช่น ข้างจมูก ใต้ตา และคาง ส่วนแก้มปล่อยให้เป็นงานผิว จะยังได้ความเล่นแสงแบบที่ชอบ และช่วยให้ระหว่างวันหน้าไม่ดูแห้งจนแตกเป็นเส้น 4) ระหว่างวันทำให้ผิวกลับมาสวยไวๆ ถ้ารู้สึกเริ่มหมองหรือมีคราบเล็กๆ เราจะใช้ทิชชู่ซับเบาๆ ก่อน (ไม่ถู) แล้วค่อยแตะคุชชั่น KAGE เพิ่มเฉพาะจุดบางๆ พอ วิธีนี้ช่วยให้ผิวกลับมาดูเนียนโดยไม่หนาและไม่เค้ก 5) เลือกเฉด 0.75 ให้เข้ากับผิวยังไง สี 0.75 สำหรับเราคือให้ลุคสว่างพอดี ทำให้ผิวดูใสขึ้นแบบไม่ลอย แต่ถ้าใครมีอันเดอร์โทนเข้มกว่า/ผิวสองสี อาจลองเทสต์ที่กรอบหน้าและรอให้เซ็ตสักพักก่อนตัดสินใจ เพราะคุชชั่นบางรุ่นจะเข้าผิวขึ้นหลังทิ้งไว้ โดยรวมถ้าใครชอบลุคผิวฉ่ำๆ เล่นแสง หน้าไม่ดรอปง่าย และอยากได้งานผิวที่ดูแพงแบบใช้จริงในชีวิตประจำวัน คุชชั่น KAGE สี 0.75 เป็นตัวที่เราว่าควรลองค่ะ