คนเราควรมีจุดยืน และจุดนั่งด้วย เดี๋ยวเมื่อย ขอบคุณครับ.
เวลาคนพูดว่า “ต้องมีจุดยืน” หลายคนจะนึกถึงการยืนยันความคิดแบบแข็งๆ แต่สำหรับฉัน จุดยืนที่ดีไม่ใช่การเถียงให้ชนะนะ มันคือ “ขอบเขต + คุณค่า” ที่เรายอมรับได้และยอมรับไม่ได้ แล้วสื่อสารให้คนอื่นรู้แบบสุภาพชัดเจน ฉันเคยสับสนเหมือนกันว่า จุดยืนคือการไม่เปลี่ยนใจเลยหรือเปล่า สุดท้ายพบว่า “มีจุดยืน” แปลว่าเรามีหลักให้ยึด แต่ยังเปิดรับข้อมูลใหม่ได้ ถ้าวันหนึ่งเราเปลี่ยนเพราะเหตุผลดีขึ้น นั่นไม่ใช่โลเล มันคือการเติบโต วิธีที่ฉันใช้หาจุดยืนของตัวเอง (ทำได้ภายใน 10 นาที) 1) เขียน 3 เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เช่น สุขภาพ ความซื่อสัตย์ ความสัมพันธ์ การเงิน 2) เขียนสิ่งที่ “ยอมได้” และ “ยอมไม่ได้” ของแต่ละเรื่อง เช่น เรื่องงาน: ยอมทำ OT เป็นครั้งคราวได้ แต่ยอมถูกดูถูกไม่ได้ 3) เลือกประโยคสั้นๆ 1 ประโยคเป็นจุดยืนเวลาเจอสถานการณ์จริง เช่น “ฉันเคารพตัวเองและจะไม่อยู่ในบทสนทนาที่ทำร้ายกัน” พอมีประโยคนี้ เวลาเจอแรงกดดันเราจะตอบได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคิดสดทุกครั้ง เช่น ถ้าเพื่อนชวนไปในที่ที่เราไม่สบายใจ ก็พูดตรงๆ ว่า “ขอผ่านนะ เราไม่ถนัดแบบนี้” แล้วจบ ไม่ต้องอธิบายยาวจนเหนื่อย อีกอย่างที่ฉันชอบคือเล่นคำว่า “มีจุดยืนและจุดนั่งด้วย เดี๋ยวเมื่อย” ซึ่งจริงมากในชีวิตจริง ต่อให้เรามีจุดยืนชัดแค่ไหน เราก็ต้องมี “จุดพัก” ไม่งั้นหมดไฟง่าย ฉันมองว่าจุดนั่งคือการเลือกศึก เลือกเวลาพูด และรักษาพลังตัวเอง เช่น ถ้าวันนี้อารมณ์ยังไม่พร้อม ก็ขอเวลาคิดก่อน ไม่ต้องรีบตอบทุกเรื่อง สุดท้าย จุดยืนจะชัดขึ้นเมื่อเรากล้าทำให้สอดคล้องกับตัวตน—even เรื่องเล็กๆ อย่างสไตล์การแต่งตัวที่เรามั่นใจ (เสื้อกล้ามลายทางกับกางเกงคาร์โก้ รองเท้าบูท หรือใส่แว่นกันแดด/ผ้าโพกหัวในวันที่อยากคุมโทน) มันคือการส่งสัญญาณว่า “ฉันเลือกเป็นฉัน” และนั่นแหละคือจุดยืนที่จับต้องได้ที่สุดในทุกวัน
