สัมภาษณ์มนุษย์ ep4 กลุ่ม3

สวัสดีครับผมเป็นคนเกาหลี มีสัญชาติเกาหลีครับ (เกร็ง) ผมเข้ามาที่ประเทศไทยกับทีมของผมเพื่อทำพันธกิจเกี่ยวกับคริสเตียนส่วนตัวผมคิดว่าประเทศเข้าถึงง่าย เวลาต่างจากที่เกาหลีไม่เยอะมาก 2 ชั่วโมง ถือว่าปรับตัวได้ไม่ยาก (ยิ้ม) สำหรับผมคิดว่าสิทธิต่าง ๆ ในประเทศไทยเรื่องนี้ค่อนข้างง่ายสำหรับผมครับ เพราะว่าจะมีศิษยาภิบาลเป็นคนติดต่อทุกอย่างให้ ส่วนเรื่องความยากคงเป็นภาษาเอิ่มมมพูดไงดี (ครุ่นคิด) คือผมพูดเกาหลีกับอังกฤษได้ แต่ทุกคนส่วนมากที่มาคุยกับฉันคือพูดไทยแล้วฉันไม่เข้าใจ5555 (หัวเราะ) ผมชอบคนไทยนะ ฉันคิดว่าพวกเขาเฟรนลี่มาก เขามีเรื่องคุยขำกันสนุกสนาน ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าเขาคุยอะไรกัน แต่รอยยิ้มพวกเขาสดใสและมีความสุขมากก (ยิ้ม) ในส่วนของระบบสาธารณะในไทยเป็นอย่างไรสำหรับผมคิดว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ค่อนข้างแตกต่างจากที่บ้านผมครับ (ยิ้ม) เพราะว่าที่เกาหลีจะมีรถบัส รถไฟฟ้า ที่ค่อนข้างสะดวกกว่าที่ประเทศไทย แล้วก็ที่ไทยก็รถติดมากกก ต่อให้ขึ้นรถบัสก็คงต้องเตรียมตัวล่วงหน้าค่อนข้างนานครับ

หลักสัญชาติ (Nationality Law) : หมายถึง สถานะทางกฎหมายที่แสดงถึงความเป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง เป็นความผูกพันระหว่างบุคคลกับรัฐ มีผลโดยตรงต่อการเข้าถึงสิทธิและการปฏิบัติตามหน้าที่ในฐานะพลเมืองตามสัญชาติแต่ละประเทศ โดยหลักสัญชาติแบ่งออกเป็น 2 เกณฑ์

หลักสายโลหิต (Jus Sanguinis) : บุคคลจะได้สัญชาติตามบิดาหรือมารดา โดยไม่คำนึงถึงสถานที่เกิด เช่น ในประเทศไทย เด็กที่เกิดจากบิดาหรือมารดาที่มีสัญชาติไทย ย่อมได้สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร

หลักดินแดน (Jus Soli) : บุคคลจะได้สัญชาติตามสถานที่เกิด กฎหมายไทยให้สิทธิแก่เด็กที่เกิดในราชอาณาจักรไทย แต่มีเงื่อนไข เช่น บิดาและมารดาต้องเป็นคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในไทยมานานตามระยะเวลาที่กำหนด หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอสัญชาติ

หลักภูมิลำเนา (Domicile) : ภูมิลำเนาเอกชน ตามหลักกฎหมายไทย บุคคลธรรมดา: ตาม มาตรา 37 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ถิ่นนั้นเป็นแหล่งพักพิงของบุคคลนั้น โดยพิจารณาตามความเป็นจริง ถิ่นที่อยู่เช่นว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นถิ่นที่อยู่ตามทะเบียนสำมะโนครัว ถิ่นที่อยู่ถาวร ถิ่นอันตั้งรกรากถาวร หรือถิ่นที่อยู่หรือที่ทำงานเป็นการประจำแต่ต้องไม่ใช่ถิ่นที่อยู่เป็นการชั่วคราวหรือเพียงระยะสั้นๆ ซึ่งสามารถกะเวลาที่อยู่ชั่วคราวหรือสั้นๆนั้นได้แน่นอน เช่น หอพักของนักศึกษาไม่ถือเป็นภูมิลำเนา แม้ว่ามีการย้ายสำมะโนครัวมายังหอพักนี้แล้วก็ตาม ดังนั้นผลทางกฎหมายต่อสิทธิ คือ เป็นสิทธิที่บังคับได้ระหว่างเอกชนด้วยกันผ่านศาลแพ่ง หากเกิดความผิดพลาด เช่น ฟ้องผิดศาล ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการโอนคดีหรือฟ้องใหม่ โดยไม่กระทบสิทธิ และผลทางกฎหมายต่อภาระ คือ ภาระตามหลักสุจริตและทางสัญญา ภาระพิสูจน์ได้ว่าส่งคำบอกกล่าวไปยังภูมิลำเนาที่ถูกต้องและตกอยู่กับผู้ส่ง หากส่งถูกต้องตามภูมิลำเนาแม้ผู้รับไม่ทราบ กฎหมายก็ยังถือว่ามีผลตามหลักการรับรู้โดยสันนิษฐานเพื่อคุ้มครองความเชื่อถือได้

ภูมิลำเนาทางกฎหมายมหาชน หมายถึง ถิ่นที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญที่บุคคลในรัฐสังกัด ซึ่งพิสูจน์ได้จากชื่อในทะเบียนบ้าน (เช่น ทร.14 หรือ ทร.15) แตกต่างจากภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ที่พิจารณาจากข้อเท็จจริงของถิ่นที่อยู่หรือการมีเจตนาเลือกตั้งถิ่นที่อยู่เฉพาะกิจ ดังนั้นผลทางกฎหมายต่อสิทธิ คือ เป็นเงื่อนไขเชิงองค์ประกอบของสิทธิเอง หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ ผลก็คือ “ไม่เกิดสิทธินั้นเลย” และผลทางกฎหมายต่อภาระ คือ ภาระตามกฎหมายบังคับ ภาระเสียภาษีเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายทันทีเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ ไม่ขึ้นอยู่กับเจตนาหรือความเชื่อถือได้ของคู่กรณีฝ่ายใด หรือกรณีเป็นหนี้ตามกฎหมายมหาชน ที่รัฐมีอำนาจบังคับฝ่ายเดียวผ่านกฎหมายปกครอง เช่น การประเมินภาษี การปรับ ไม่ต้องอาศัยการฟ้องร้องแบบแพ่ง

คนต่างด้าว หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง) ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ท่องเที่ยว หรืออาศัยอยู่ จากข้อเท็จจริงข้างต้นนั้น ผู้ถูกสัมภาษณ์มาจากประเทศเกาหลีใต้ซึ่งผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ได้มีสัญชาติไทยโดยใช้หลักสัญชาติสายโลหิตและหลักสัญชาติหลักดินแดนที่ผู้ถูกสัมภาษณ์นั้นไม่ได้มีทะเบียนบ้านตามภูมิลำเนาทางมหาชนในประเทศไทย ดังนั้นผู้ถูกสัมภาษณ์เป็น คนต่างด้าว ซึ่งสภาพบุคคลระหว่างประเทศของคนต่างด้าว คือ นิติฐานะที่บุคคลธรรมดาได้รับความคุ้มครองและมีสิทธิทางกฎหมายในดินแดนของรัฐอื่น โดยสภาพบุคคลของคนต่างด้าวเริ่มต้นและสิ้นสุดลงตาม กฎหมายสัญชาติ ของตนเอง แต่การใช้สิทธิ หน้าที่ และความสามารถในการทำนิติกรรมต่างๆ จะถูกควบคุมด้วยกฎหมายของ รัฐเจ้าของดินแดน ที่บุคคลนั้นอาศัยอยู่ซึ่งจากข้อเท็จจริงข้างต้นนั้น ผู้ถูกสัมภาษณ์มาจากประเทศเกาหลี ซึ่งผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่ได้มีสัญชาติไทยโดยใช้หลักสัญชาติตามสายโลหิตเพราะผู้สัมภาษณ์นั้นเป็นคนเกาหลีไม่ใช่คนไทย และใช้หลักดินแดนประกอบโดยผู้ถูกสัมภาษณ์นั้นไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยเพียงแค่มาทำงานที่ประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีทะเบียนบ้านตามภูมิลำเนาทางมหาชนในประเทศไทย ดังนั้นผู้ถูกสัมภาษณ์เป็น คนต่างด้าว

7/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงของผมในฐานะชาวต่างชาติที่เดินทางมาใช้ชีวิตและทำงานในประเทศไทย ผมขอแชร์ความรู้สึกและข้อสังเกตเพิ่มเติมที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่สนใจเรื่องของสิทธิการอยู่อาศัยและสัญชาติ รวมทั้งวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมและความอบอุ่นของผู้คน แม้ว่าผมจะพบว่าเรื่องของภาษาเป็นอุปสรรคพอสมควร เพราะผมพูดเกาหลีและอังกฤษได้ แต่ภาษาหลักที่คนไทยใช้คือภาษาไทยซึ่งผมยังไม่คล่อง ทำให้ในบางครั้งการสื่อสารยังเป็นความท้าทายอยู่ แต่ผมประทับใจในความเฟรนลี่และรอยยิ้มที่ยินดีต้อนรับเสมอ ในแง่ของระบบขนส่งสาธารณะของไทย ผมคิดว่าต่างจากเกาหลีมาก กระบวนการเดินทางที่เกาหลีนั้นสะดวกและรวดเร็ว โดยมีระบบรถไฟฟ้าและรถบัสที่ครอบคลุม แต่ในไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องความสะดวกและความแออัดบนท้องถนน ซึ่งทำให้ต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี เรื่องราวทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสัญชาติและภูมิลำเนาที่ถูกหยิบยกขึ้นในบทความเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มาก สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบกฎหมายไทย จะเห็นว่าไทยใช้หลักสายโลหิต (Jus Sanguinis) และหลักดินแดน (Jus Soli) ในการกำหนดสัญชาติของบุคคล นอกจากนี้ยังมีหลักภูมิลำเนาที่แบ่งออกเป็นกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชน ซึ่งมีความละเอียดและซับซ้อนในการบังคับใช้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิและภาระผูกพันของบุคคล จากประสบการณ์ตรง ผมเรียนรู้ว่าคนต่างด้าว เช่น ผมที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยและไม่มีทะเบียนบ้านตามภูมิลำเนาทางกฎหมายมหาชนในไทย จะได้รับการคุ้มครองและต้องปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐที่ผมอาศัยอยู่ รวมถึงจะต้องตระหนักถึงข้อจำกัดและหน้าที่ทางกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมไทยเป็นไปอย่างราบรื่น ท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าการเข้าใจถึงหลักสัญชาติและภูมิลำเนาจะช่วยให้คนต่างชาติอย่างผมรู้จักสิทธิตนเองและปฏิบัติตามหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังช่วยลดความสับสนและเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินชีวิตในต่างแดนได้ดีขึ้น สำหรับผู้ที่วางแผนจะมาอยู่หรือทำงานในประเทศไทย ข้อมูลและประสบการณ์เหล่านี้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีในการเตรียมตัวและปรับตัวในสังคมไทยอย่างแท้จริง