กลับมาวิ่งอีกครั้ง…หลังจากหายไปเกือบ 3 ปี 🥲และรอบนี้แอดมี “โค้ช” แบบงงๆ มาช่วยด้วย 😅

สวัสดีชาวเพจทุกคนค่าา 🤍

เดือนเมษายนที่ผ่านมาแอดหายไปพักร้อนมานิดนึง

เดือนนี้เลยอยากกลับมาพร้อมซีรีส์ใหม่

May (A)I help U?

ที่แอดจะลอง “เก็บ use case การใช้ AI ในชีวิตจริง”

แล้วเอามาสรุปให้ดู ว่ามันช่วยอะไรเราได้บ้าง

เผื่อใครอยากลองใช้ตาม จะได้เริ่มได้ง่ายขึ้น ✨

ตอนแรก…ขอเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่สุดก่อนเลย

“การกลับมาวิ่ง”

ช่วงที่ผ่านมาแอดเพิ่งกลับเข้าวงการวิ่งอีกครั้ง

หลังจากไม่ได้วิ่งต่อเนื่องมานานมาก

เราอยากซ้อมให้จริงจังขึ้น

แต่พอดูตารางวิ่งตามออนไลน์

ก็รู้สึกว่า “เคร่งไป” และ “ไม่ค่อยเหมาะกับเรา”

เลยลองคุยกับ ChatGPT

แล้วแต่งตั้งให้เป็นเหมือน Running Buddy / โค้ชส่วนตัว

ผลที่ได้คือ…

มันไม่ได้ perfect นะคะ

แต่ช่วยให้เรา “วิ่งตามแผนได้จริง” มากขึ้น

เพราะเราสามารถใส่ข้อจำกัดของตัวเองลงไปได้หมด

ทั้งจำนวนวันที่วิ่ง / ความล้า / เป้าหมาย

รวมถึงหลังวิ่งในแต่ละวัน

เราจะส่งผล (pace / ความรู้สึก)

ให้ AI ช่วยดูและปรับแผนให้ต่อ

📌 สิ่งที่ชอบ

- แผน flexible และปรับตามชีวิตเราจริงๆ

- รู้สึกเริ่มวิ่งได้ “ต่อเนื่อง” มากขึ้น

📌 สิ่งที่ไม่ชอบ (พูดตรงๆ 😂)

- AI แอบเอ๋อบ้าง

- จำ context พลาด ต้องคอยเตือน / check ซ้ำ

แต่โดยรวมสำหรับเรา มันคือ “จุดเริ่มต้นที่ดี” มาก 🤍

ใครอยากลองมี AI เป็น Running Buddy

แอดแปะ prompt ที่ใช้ไว้ในคอมเมนต์นะคะ 👇

5/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการกลับมาวิ่งหลังจากหายไปนานอย่างกรณีนี้ มักเจอปัญหาการตั้งแผนซ้อมที่ไม่เหมาะกับร่างกายและตารางชีวิตของตัวเองเหมือนกัน การใช้ AI อย่าง ChatGPT ในฐานะโค้ชส่วนตัวช่วยให้ผมรู้สึกว่าการวิ่งกลายเป็นเรื่องที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับตัวเองมากขึ้น แม้ว่า AI อาจมีบางครั้งที่ไม่เข้าใจบริบทหรือจำข้อมูลได้ไม่สมบูรณ์ แต่การที่สามารถปรับแผนซ้อมตามความรู้สึกหลังวิ่งจริง เช่น ความเหนื่อยหรือความเร็ว ทำให้ไม่รู้สึกเครียดเรื่องตารางเคร่งครัดและเพิ่มแรงจูงใจในการวิ่งต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ AI Running Buddy สามารถช่วยวางแผนซ้อมสำหรับเป้าหมายเฉพาะ เช่น การวิ่ง 10 กม. หรือการเพิ่ม cadence ได้ ทำให้การซ้อมมีโฟกัสและพัฒนาขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนวันพักหรือเปลี่ยนโปรแกรมตามสภาพร่างกายจริงได้เช่นกัน ซึ่งต่างจากตารางที่เจอทั่วไปตามอินเทอร์เน็ตที่มักจะตายตัวและกดดันเกินไป จากประสบการณ์ส่วนตัว การมี AI ช่วยเตือนและแนะนำเหมือนมีเพื่อนร่วมวิ่งหรือโค้ชช่วยดูแลอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกไม่เหงา และมีความรับผิดชอบที่จะต้องรายงานผลการวิ่งจริง ช่วยเพิ่มระยะเวลาการวิ่งต่อเนื่องได้จริง อีกทั้งยังเป็นประตูสู่การเรียนรู้ เทคนิคและพัฒนาการวิ่งในระยะยาวอย่างมีระบบ แม้ว่าการใช้งานจะต้องปรับและตรวจสอบข้อมูล AI บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับใครที่อยากเริ่มวิ่งใหม่หรือกลับมาวิ่งอีกครั้งด้วยความสนุกและปลอดภัย สำหรับใครที่ต้องการลองใช้ AI เป็นโค้ชส่วนตัว แนะนำให้จัดเตรียมข้อมูลส่วนตัวและเป้าหมายการวิ่งไว้ชัดเจน เช่น จำนวนวันที่ต้องการวิ่ง ระดับความเหนื่อย หรือเป้าหมายเวลา และบันทึกผลการวิ่งทุกวัน เพื่อให้ AI สามารถช่วยปรับแผนซ้อมได้เหมาะสมและช่วยให้การฝึกซ้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Nicha Visual note
Nicha Visual noteผู้สร้าง

📌 Prompt ที่เราใช้ (Copy ไปลองได้เลย) ช่วยวางแผนซ้อมวิ่ง 10K ให้หน่อย ฉันวิ่งได้ 3–4 วัน/สัปดาห์ มี long run สัปดาห์ละครั้ง เป้าหมายคือวิ่งให้จบแบบไม่บาดเจ็บ ตอนนี้มีล้าฝ่าเท้านิดหน่อย ช่วยจัดตารางซ้อมรายสัปดาห์ให้เหมาะกับฉัน พร้อมอธิบายแต่ละวันว่าควรวิ่งแบบไหน (easy / tempo / long run / rest) และช่วยปรับแผนให้ได้จาก feedback หลังวิ่งในแต่ละวัน 💡 วิธีที่แอดใช้ต่อ (สำคัญมาก) หลังวิ่งจะพิมพ์ประมาณนี้: “วันนี้วิ่ง 5K pace 7:30 รู้สึกล้านิดหน่อย” รวมถึงส่งรูปสถิติที่ได้จากแอป หรือsmart watch app แล้วให้ AI ช่วย: - วิเคราะห์ว่าโอเคไหม - ควรพัก / เบา / ไปต่อ - ปรับแผนวันถัดไปให้