Alone but Not Lonely ทำอย่างไรให้อยู่คนเดียวได้ 🍋✨

ถ้าเราเลือกอยู่คนเดียว ควรวางแผนอย่างไร?

จากคำแนะนำคือเริ่มต้นด้วยการกลับไปสำรวจว่าเรามี ‘คู่คิด’ ที่พร้อมจะเดินทางไปด้วยกันกับเราไหม เพราะเขาเห็นด้วยว่าหลายคนอาจอยู่ในครอบครัวใหญ่ มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่กลับไม่มีใครให้ไว้ใจ หรือสานสัมพันธ์ลึกซึ้งมากพอจะช่วยดูแลกันและกันในยามป่วยไข้ ยากลำบาก มิหนำซ้ำบางคนยังเป็น ‘เดอะ แบก’ ของครอบครัว ที่นอกจากไม่มีใครช่วยดูแลแล้ว ยังต้องดูแลคนอื่นด้วย

เขาเน้นย้ำว่า อันที่จริง ไม่ว่าท้ายที่สุดเราจะอยู่ตัวคนเดียวหรืออยู่หลายคน ทุกคนก็ควรเตรียมตัววางแผนชีวิต เพื่อ “อยู่ให้ดี ให้นาน แล้วจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี” โดยการบรรลุเป้าหมายนี้ จำต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ประกอบหลายส่วน ดังนั้น เราต้องเห็นภาพทุกช่วงเวลาของชีวิตต่อเนื่องกัน นับตั้งแต่ช่วงพึ่งพาคนอื่นน้อย ไปถึงจุดที่ต้องพึ่งพาคนอื่นมากๆ และเสริมสร้างนิเวศการดูแลให้มั่นคงรอบด้าน

ต่อมา คือการดูแลสุขภาพร่างกายตนให้แข็งแรง เข้าใจบริบทความเสี่ยงด้านสุขภาพของเราว่าเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง เพื่อออกแบบไลฟ์สไตล์ให้ห่างไกลความเจ็บป่วย

“Alone but Not Lonely ทำอย่างไรให้อยู่คนเดียวได้ แต่ไม่ (ตาย) โดดเดี่ยว}ช่วงที่เรายังไม่ป่วย สิ่งที่เราต้องทำแน่ๆ คือ อะไรที่เราคิดว่าถ้าต้องอยู่ในภาวะนั้น เราไม่อยากอยู่แล้ว เรารับไม่ได้แล้ว” ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นอัลไซเมอร์ สื่อสารกับใครไม่ได้ จำคนที่เรารักไม่ได้ หรือมีภาวะป่วยติดเตียง เราจะตัดสินใจทำอย่างไร “สิ่งเหล่านี้ทุกคนมีอยู่ในใจแล้ว อาจจะเป็นสิ่งที่เราแลกเปลี่ยนกัน มีคนที่รับรู้สิ่งนี้ของเรา และพร้อมที่จะช่วยเรา ถ้าเราไปถึงจุดนั้นโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน”

“หัวใจสำคัญของการอยู่คนเดียว คือการมีคนรู้ใจเรา” หรือที่เขากล่าวรวมๆ ว่า “Alone but not lonely”

นอกจากนี้ ฉันยังชวนทุกคน “หาความหมายที่อยากจะตื่นมาในตอนเช้า” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่เสมอไป บางครั้งอาจเป็นแค่การทักทายคนข้างบ้านในทุกๆ วัน รดน้ำต้นไม้และดูมันเติบโตไปเรื่อยๆ จุดมุ่งหมายและแง่งามเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตเหล่านี้คือสิ่งชุบชูใจให้เราอยากอยู่ได้นานขึ้น อยากมีสุขภาพกายใจแข็งแรงขึ้น🌿 อยู่คนเดียวไม่แย่เสมอไป

“ถ้าอยู่คนเดียว อย่าทำตัวให้รุงรัง มีห่วงเยอะ เพราะยิ่งห่วงเยอะ เราจะยิ่งลำบาก”

ฉันทิ้งท้ายวงเสวนาด้วยประโยคข้างต้น พร้อมย้ำว่าเราต้องวางแผนบริหารจัดการทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยงล่วงหน้า ปลดเปลื้องภาระเรื่องต่างๆ ไม่ให้ติดค้างใจก่อนจากไป ขณะที่เรือนขวัญยิ้มแย้มกล่าวว่า “การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป”

เธอยอมรับว่ามันอาจจะฟังดูใช้ชีวิตยากกว่าในบางแง่มุม เพราะต้องวางแผนให้รัดกุมมากกว่า แต่อย่าลืมว่าการอยู่ตัวคนเดียวทำให้เจอเรื่องยุ่งยากน้อยลงด้วย และจากประสบการณ์ที่ทำงานมา เธอพบว่าถ้าคนเหล่านี้วางแผนได้ชัดเจน สื่อสารให้คนใกล้ตัว แพทย์และพยาบาลได้รับรู้ ก็มีโอกาสสูงที่แผนการช่วงเวลาสุดท้ายจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

และเมื่อแผนราบรื่นเป็นไปดังใจ ความตายก็ดูไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #สังคมแห่งการพึ่งพาตนเอง #

3/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเลือกที่จะอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นทางเลือกที่หลายคนเลือกเพราะต้องการความสงบหรือความเป็นอิสระจากความวุ่นวายในสังคม จากประสบการณ์การใช้ชีวิตคนเดียวสิ่งสำคัญสุดคือการสร้างเครือข่ายคนไว้ใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัวเสมอไป อาจเป็นเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจที่เราสามารถพูดคุยและขอความช่วยเหลือได้เมื่อเจอปัญหา โดยเฉพาะในยามเจ็บป่วยหรือทุกข์ใจ เพราะคนเหล่านี้จะกลายเป็น 'คู่คิด' ที่เดินทางไปกับเราตลอดชีวิต การดูแลสุขภาพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะเมื่ออยู่คนเดียวสุขภาพที่ดีจะช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป การมีวินัยในการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ดี และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราห่างไกลความเจ็บป่วยและยืดอายุการอยู่คนเดียวอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ การมีเป้าหมายเล็กๆ ในชีวิต เช่น การทักทายเพื่อนบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ช่วยเติมเต็มใจและทำให้เราอยากตื่นขึ้นมามีชีวิตที่เต็มไปด้วยความหมาย แม้จะมีชีวิตอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่รู้สึกว่างเปล่า การวางแผนล่วงหน้าด้านทรัพย์สิน ด้านการดูแลสัตว์เลี้ยง และแจ้งแผนการดูแลสุขภาพกับคนใกล้ชิดและเจ้าหน้าที่การแพทย์ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความกังวลและช่วยให้การดำเนินชีวิตในช่วงท้ายของชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น สุดท้าย ความโดดเดี่ยวไม่ได้วัดด้วยจำนวนคนรอบตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่ามีใครเข้าใจและสนับสนุนเราหรือไม่ ดังนั้น "Alone but Not Lonely" คือหัวใจของการใช้ชีวิตคนเดียวที่แสดงให้เห็นว่า เราอาจอยู่คนเดียวแต่ไม่เคยโดดเดี่ยวจริงๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Tin Phaewphonsong
Tin Phaewphonsong

ขอคำสั่งได้มั้ยคะ

ดูเพิ่มเติม(1)