การตรวจร่างกายผู้ป่วยโรคหัวใจ❤️

ช่วงนี้มีโอกาสจะได้ไปเรียนเฉพาะทางหัวใจเพิ่ม

เลยอยากชวนทุกคน “กลับมาจับพื้นฐานที่สำคัญที่สุด” ไปพร้อมกันค่ะ

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เครื่องมือจะทันสมัยแค่ไหน

แต่ ตา–มือ–หู–การคิดเป็นระบบ ยังเป็นหัวใจของการดูแลผู้ป่วยหัวใจเสมอ 🩺✨

วันนี้ Nurse Short Note ชวนอ่าน แนวทางตรวจร่างกายผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบลำดับ

อ่านรอบเดียวแล้วเหมือนมี flow ในหัวเลยค่ะ

1) เริ่มที่ “สัญญาณชีพ” ก่อนเสมอ

เราไม่ได้วัดแค่ตัวเลขนะคะ เรากำลังอ่าน hemodynamics ณ ตอนนั้น

BP : สูง = ภาระหัวใจเพิ่ม / ต่ำ = ระวัง shock หรือหัวใจล้มเหลวรุนแรง

Pulse : ดู อัตรา–จังหวะ–แรง → irregular คิดถึง AF, เบาคิดถึง low output

RR + อาการหอบ : หอบเร็ว = สัญญาณสำคัญของ left HF

SpO₂ : ต่ำ = ระวัง pulmonary edema / HF รุนแรง / โรคหัวใจชนิดเขียว

📌 ทริคจำง่าย:

“ตัวเลข 4 ตัวนี้ คือประตูบอกว่า…คนไข้คงที่ หรือกำลังจะไปฉุกเฉิน”

2) ก่อนวางหูฟัง…มองให้ครบจากปลายมือปลายเท้า

แค่ดูและสังเกต เราได้เบาะแสเยอะมากค่ะ

หน้าตา/ท่าทาง : ซีด เหงื่อแตก ตัวเย็น กระสับกระส่าย → shock / acute HF

Cyanosis : ริมฝีปาก–ลิ้นเขียว (central) → ออกซิเจนเลือดแดงต่ำ

Clubbing : คิดถึงโรคหัวใจบางชนิด/ติดเชื้อเรื้อรัง

แล้วไปต่อที่ “ชีพจร”

ชีพจรสองข้างไม่เท่ากัน → โรคหลอดเลือด

Radio-femoral delay → นึกถึง coarctation

Water-hammer pulse → AR / PDA

Carotid เต้นช้าและเบา → severe AS

3) JVP = หน้าต่างของหัวใจขวา

ใครกำลังฝึก JVP อยู่ บอกเลยว่านี่คือสกิลที่คุ้มมากค่ะ

JVP สูง → right HF / volume overload

Giant V wave → TR

Cannon A wave → complete heart block

Kussmaul’s sign (หายใจเข้าแล้ว JVP สูงขึ้น) → constrictive pericarditis

📌 จำไว้:

JVP ต่างจาก carotid เพราะ คลำไม่ได้ และ เปลี่ยนตามการหายใจ/ท่า

4) ดูหน้าอกก่อน…จะได้รู้ “ประวัติที่ร่างกายเล่าไว้”

แผล median sternotomy → เคย CABG/ผ่าตัดลิ้นหัวใจ

ก้อนนูนใต้ไหปลาร้า → pacemaker/ICD

อกบุ๋ม/อกไก่ → บางทีทำให้เกิด murmur ได้โดยไม่ใช่ valve disease จริง

5) คลำให้เป็น: heave, thrill, PMI

Heave : บอกห้องหัวใจที่โต/ทำงานหนัก

Thrill : murmur ดังมาก (≥ 4/6)

PMI เลื่อนไปด้านข้าง/ลงล่าง : LV โต (เช่น dilated cardiomyopathy, chronic regurg)

6) ฟังหัวใจแบบมีระบบ (ไม่ใช่ฟังเอาเท่!)

เริ่มจาก S1, S2 ก่อน แล้วค่อยหาเสียงพิเศษกับ murmur

S3 : ในผู้ใหญ่ → มักสัมพันธ์กับ systolic HF

S4 : LV แข็ง/หนา → diastolic HF, LVH

Opening snap → MS

Pericardial knock → constrictive pericarditis

เรื่อง murmur ให้จำแบบ “ตำแหน่ง+การกระจาย+ท่าตรวจ”

MR : apex → รักแร้

TR : ดังขึ้นเวลา หายใจเข้า (Carvallo)

AR : ได้ยินชัดเวลา นั่งโน้มตัว หายใจออกสุด

HOCM/MVP : ดังขึ้นเวลา Valsalva

📌 ประโยคเตือนใจ:

“เสียงฟู่เบา ไม่ได้แปลว่าโรคไม่รุนแรง” (โดยเฉพาะ low-output AS)

7) อย่าลืมตรวจ “ปอด-ท้อง-ขา”

หัวใจผิดปกติ มักไปโผล่ที่ระบบอื่นเสมอค่ะ

ฟังปอดได้ crepitation → pulmonary congestion

คลำตับโต/มี ascites → right HF

Pitting edema 1+–4+ → ใช้ติดตามการตอบสนองต่อ diuretic ได้ดีมาก

8) มองภาพรวมเผื่อโรคพันธุกรรม

Marfan → MVP, aortic aneurysm

Down → AVSD

Turner → coarctation, bicuspid aortic valve

🩺 สรุปท้ายโพสต์

การตรวจหัวใจที่ดีคือ “การอ่านร่างกายอย่างเป็นระบบ”

เริ่มจากสัญญาณชีพ → ปลายมือปลายเท้า → JVP → หน้าอก → คลำ → ฟัง → ระบบอื่น

ถ้าใครอยากให้ Nurse Short Note ทำเป็น ซีรีส์ 7 วัน 7 ทักษะตรวจหัวใจ

คอมเมนต์คำว่า “ไปต่อ” ไว้ได้เลยค่ะ 💛🫀

#NurseShortNote #ตรวจร่างกายหัวใจ #CardioNursing #ทบทวนก่อนเรียนเฉพาะทาง #ClinicalSkills #พยาบาลสายหัวใจ

1/21 แก้ไขเป็น