Record I/Oใครว่าไม่สำคัญ!!

💧 คู่มือการบันทึกสารน้ำเข้า-ออก (Intake & Output : I&O)

สั้น • ชัด • ใช้ได้จริงสำหรับพยาบาล

1️⃣ I&O คืออะไร? สำคัญยังไง

I&O ไม่ใช่แค่ “จดตัวเลข” แต่คือ เครื่องมือประเมินสมดุลสารน้ำ (Fluid Balance) ของร่างกาย

📌 สูตรสำคัญ

Intake – Output = Fluid Balance

• ➕ Positive Balance → เสี่ยงน้ำเกิน บวม หัวใจล้มเหลว

• ➖ Negative Balance → เสี่ยงขาดน้ำ ช็อก ไตวาย

👉 ต่างจาก Bladder Diary ที่ใช้วินิจฉัยปัญหาระบบปัสสาวะ (บันทึก 3 วัน)

2️⃣ ต้องบันทึกอะไรบ้าง

⚠️ นับเฉพาะ “ของเหลวที่วัดได้” (ไม่รวมเหงื่อ/การหายใจ)

🔹 Intake (สารน้ำเข้า)

• น้ำดื่ม ซุป

• IV fluids / IV meds

• อาหารทางสายยาง

• เลือด

• ⚠️ อาหารกึ่งเหลวที่ต้องนับ: ไอศกรีม เยลลี่ พุดดิ้ง โยเกิร์ต

🔹 Output (สารน้ำออก)

• ปัสสาวะ

• อาเจียน

• เลือด / สารคัดหลั่งจากแผล-สายระบาย

• อุจจาระเหลว

📏 เคล็ดลับการวัด

• ใช้ภาชนะมีสเกล

• ผ้าอ้อม → 1 กรัม = 1 mL

• Ice chips → คิดครึ่งหนึ่งของภาชนะ

3️⃣ ทำไม I&O ถึงช่วยป้องกันวิกฤต

การเสียสมดุลน้ำ → กระทบ Electrolyte โดยตรง

🧂 Na | ❤️ K | ⚖️ Cl | 🦴 Mg, Phos

กลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวังพิเศษ

• โรคไต / โรคหัวใจ

• ได้รับ Diuretics หรือ IV fluids

• อาเจียน-ท้องเสียรุนแรง / ใส่ NG tube

❗ บันทึกพลาด = เสี่ยงพลาดการวินิจฉัย

→ AKI, Hyponatremia, ชัก, ซึม

4️⃣ Nursing Math ที่ควรรู้

หน่วยแปลงพื้นฐาน

• 1 tsp = 5 mL | 1 Tbsp = 15 mL

• 1 oz = 30 mL | 1 cup = 240 mL

• 1 kg = 2.2 lbs

มาตรฐานความปลอดภัย (TJC)

✔️ ใส่ 0 หน้าเลขทศนิยม → 0.6 mg

❌ ห้ามใส่ 0 หลังจุด → 6 mg (ไม่ใช่ 6.0)

👶 เด็ก <1 mL → ปัดทศนิยม 2 ตำแหน่ง

5️⃣ Best Practice สำหรับพยาบาล

✅ บันทึก real-time

✅ อธิบายเหตุผลให้ผู้ป่วย/ญาติเข้าใจ

✅ ใช้สัญลักษณ์/visual aids ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

📌 เลือกบันทึกเฉพาะผู้ป่วยที่ “จำเป็นต้องคุมสารน้ำ”

6️⃣ กรณีพิเศษ: Continuous Bladder Irrigation (CBI)

🚨 จุดเสี่ยงสูง ต้องแม่นยำ

• ใช้ถุงน้ำเกลือ 3 ลิตร ป้องกันถุงแห้ง

• คำนวณ Urine output จริง = Output – Irrigation input

• Input > Output → หยุดล้างทันที

⚠️ เสี่ยงกระเพาะปัสสาวะทะลุ

7️⃣ Checklist ส่งเวร (ห้ามลืม!)

☑️ Fluid Balance รวม (+ / –)

☑️ ความโล่งของสาย (IV / Catheter)

☑️ ปริมาณ-ความถี่-ลักษณะสารคัดหลั่ง

☑️ อาการสัมพันธ์กับสารน้ำ (บวม เหนื่อย ผิวตึง)

🚩 รายงานแพทย์ทันที

• UOP < 30 mL/ชม.

• เหนื่อย แน่น ปอดชื้น จากน้ำเกิน

#NurseShortNote

#พยาบาล

#IntakeOutput

#IOChart

#FluidBalance

#สมดุลสารน้ำ

#การบันทึกIO

#การพยาบาล

#NursingCare

#NursingKnowledge

#NurseEducation

#PatientSafety

#ClinicalNursing

#HighRiskPatient

#ICUNurse

#WardNurse

#NursingPractice

#พยาบาลไทย

#ความรู้ทางการแพทย์

2/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามกันบ่อยว่า “Intake Output คืออะไร” และต้องบันทึกละเอียดแค่ไหนถึงจะช่วยทีมรักษาได้จริง จากที่ทำงานวอร์ดมา สิ่งที่ทำให้ I/O มีประโยชน์คือความ “สม่ำเสมอ + ตรวจสอบได้” ไม่ใช่แค่ยอดรวมสวยๆ ตอนตัดยอด 1) I/O balance คืออะไร และอ่านค่าอย่างไร I/O balance = Total intake – Total output ในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 8 ชม. / 24 ชม.) - I/O positive คือ intake มากกว่า output (balance เป็นบวก) มักเจอในคนได้ IV เยอะ, ไตเริ่มทำงานลดลง, มีภาวะคั่งน้ำ ต้องดูอาการร่วม เช่น บวม น้ำหนักขึ้น หอบ แน่นหน้าอก ฟังปอดมี crackles - I/O negative คือ output มากกว่า intake (balance เป็นลบ) เจอได้ในคนท้องเสีย/อาเจียน, ได้ยาขับปัสสาวะ, ไข้สูง เสี่ยงขาดน้ำ ความดันตก เวียนหัว 2) UOP คืออะไร (Urine Output) และเกณฑ์ที่พบบ่อย UOP คือปริมาณปัสสาวะที่ออกต่อเวลา ใช้ประเมินการไหลเวียนเลือดไปไตและภาวะขาดน้ำ/ไตวายได้เร็วมาก - ในงานจริงจะเฝ้าระวัง UOP < 0.5 mL/kg/hr หรือแบบจำง่ายๆ “< 30 mL/ชม.” ในผู้ใหญ่ (ถ้าแพลนการรักษาให้คุมเข้ม) - Oliguria คือปัสสาวะน้อย (มักใช้เกณฑ์ < 400–500 mL/วันในผู้ใหญ่ หรือ <0.5 mL/kg/hr ต่อเนื่อง) ถ้าเริ่มเข้าเคสนี้ อย่ารอให้ครบวัน ควรเช็กสายสวน/การอุดตัน/การคั่งในถุงก่อน แล้วค่อยประเมินภาวะช็อก-ขาดน้ำ-ไต 3) Insensible loss สูตรต้องนับไหม? คำถามนี้เจอบ่อย: “insensible loss สูตรเท่าไหร่” โดยหลัก insensible loss คือการสูญเสียน้ำที่วัดไม่ได้ (หายใจ เหงื่อระเหย) ส่วนใหญ่ ‘ไม่ใส่ใน I/O chart มาตรฐาน’ เพราะวัดยากและทำให้ข้อมูลเพี้ยน แต่บางแผนการรักษา (เช่น ICU/ผู้ป่วยไหม้/ไข้สูงมาก) แพทย์อาจสั่งให้คำนวณเพิ่มเป็น estimate แยกต่างหาก คีย์คือทำตามแนวทางของหน่วยงาน และต้องระบุว่าเป็น “ประมาณการ” 4) ตัวอย่างการบันทึก I/O (สไตล์ที่อ่านง่ายตอนส่งเวร) - 08.00 ดื่มน้ำ 200 mL - 09.00 IV NSS 0.9% @ 80 mL/hr (ใส่ปริมาณที่ “ไหลเข้าจริง” ณ เวลาเช็ก) - 10.30 อาเจียน 150 mL (ถ้าวัดได้) - 12.00 อาหารทางสายยาง 250 mL + น้ำล้างสาย 50 mL - 14.00 ปัสสาวะ 300 mL (จากถุง urine bag) จากนั้นตัดยอดเป็นช่วง: Total intake / Total output / Balance และเขียนหมายเหตุถ้าค่าผิดปกติ 5) ทริคกันพลาดที่ทำให้ I/O น่าเชื่อถือขึ้น - ใช้ภาชนะมีสเกลเสมอ และตั้งจุดวัดเดียวกันทั้งทีม - ผ้าอ้อม: ชั่งหลังใช้ (หักน้ำหนักผ้าอ้อมแห้ง) 1 กรัม ≈ 1 mL จะช่วยในเคสผู้ป่วยซึม/เด็ก/ผู้สูงอายุ - Ice chips: มักคิดเป็น “ครึ่งหนึ่งของปริมาตร” เพื่อไม่ให้ intake เกินจริง - ระวังรายการที่คนชอบลืมนับเป็น intake: เยลลี่ ไอศกรีม โยเกิร์ต พุดดิ้ง และน้ำล้างสายให้อาหาร 6) เช็กสัญญาณที่ควรรายงาน (ผูกกับ I/O) ถ้า UOP ลดลงต่อเนื่อง, I/O positive มากผิดปกติร่วมกับเหนื่อย/ปอดชื้น หรือ I/O negative มากร่วมกับชีพจรเร็ว ความดันตก ผิวแห้ง ควรรีบรายงานแพทย์ พร้อมข้อมูลที่ครบ: เวลา, ปริมาณ intake/output ล่าสุด, vital signs และสิ่งที่สงสัย (เช่น สายสวนพับ/อุดตัน)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพแสดงข้อมือสองข้างเพื่อระบุอันเดอร์โทนผิว โดยข้อมือ Warm มีเส้นเลือดสีเขียว (อันเดอร์โทนสีเหลือง) และข้อมือ Cool มีเส้นเลือดสีม่วงหรือน้ำเงิน (อันเดอร์โทนสีน้ำเงิน) พร้อมหัวข้อ Hair Colors & Personal Color
ภาพข้อมูลสำหรับอันเดอร์โทน Spring (Warm tone) ระบุจุดสังเกต เช่น เส้นเลือดสีเขียว ผิวขาว��เหลืองนวล และสีผมที่เหมาะสม 5 เฉดสี ได้แก่ ส้มน้ำตาล ส้มสด น้ำตาลอ่อน น้ำตาลหม่น และน้ำตาลกลาง
ภาพข้อมูลสำหรับอันเดอร์โทน Autumn (Warm tone) ระบุจุดสังเกต เช่น เส้นเลือดสีเขียว ผิวเหลืองวานิลลา และสีผมที่เหมาะสม 5 เฉดสี ได้แก่ น้ำตาลเข้ม น้ำตาลกลาง น้ำตาลหม่นเข้ม น้ำตาลดำ และน้ำตาลอมเทาเข้ม
สีผม x สีผิวใครว่าไม่สำคัญต่อกัน ?🤫💭
💈 ทำสีผมที่เข้ากับสีผิวจะมั่นใจ เป็นตัวเองได้ 200% 👩🏻‍🦰 สาว ๆ เคยอยากลองทำสีผมที่ไม่แน่ใจว่าจะเหมาะกับตัวเองกันมั้ยคะ ? วันนี้แอดมินมีคำตอบให้ทุกคนที่จะช่วยให้สาว ๆ ปลุกความกล้าของตัวเองออกมาให้พร้อมสีผมที่จะพาเราออกจาก Save Sone กัน ! 🤎 สีผิวของคนเรา หรือ Personal Color จะมีทั้งหมด 2 โทน 1.
Cealeb Kornklao

Cealeb Kornklao

ถูกใจ 30.6K ครั้ง

ภาพแสดงขั้นตอนการประเมินภาวะสุขภาพผู้ป่วยแรกรับ ประกอบด้วยการซักประวัติ ตรวจวัดสัญญาณชีพ ประเมินความรุนแรง และประเมินตามระบบร่างกาย เช่น หัวใจ การหายใจ ระบบประสาท และผิวหนัง
ภาพประกอบเทอร์โมมิเตอร์ หัวใจ และปอด พร้อมข้อความอธิบายว่าสัญญาณชีพคือภาษาของร่างกาย และเหตุใดจึงสำคัญที่สุด รวมถึงบทบาทของพยาบาลในการตรวจวัดและแปลผลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ภาพแสดงองค์ประกอบ 4 ประการของสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ ชีพจร การหายใจ และความดันโลหิต พร้อมรายละเอียดการถอดรหัสภาวะไข้ ค่าปกติ ระดับไข้ และวิธีการตรวจวัดอุณหภูมิแบบต่างๆ
Vital signs สำคัญขนาดไหน? ทำไมต้องทุก 4 ชั่วโมง
🩺 Vital Signs เรื่องง่ายที่เราเรียนกันตั้งแต่เริ่มต้น สำคัญขนาดไหน? ทำไมพยาบาลต้องวัด “ทุก 4 ชั่วโมง” วันนี้ Nurse shot nurse มาสรุปให้ เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้เลย สัญญาณชีพ (Vital Signs) คือ “ภาษาแรกของร่างกาย” ที่บอกเราว่าอวัยวะสำคัญยังทำงานสมดุลดีหรือไม่ ประกอบด้วย • 🌡 Temperature • ❤️
พยาบาลติดซีรีส์ 🎬🩺

พยาบาลติดซีรีส์ 🎬🩺

ถูกใจ 2 ครั้ง

ใครจำศัพท์ไม่ได้มาทางนี้
อิสเบลล่าอินออส

อิสเบลล่าอินออส

ถูกใจ 8 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม