🩺 AV Block คืออะไร?

🩺 AV Block คืออะไร?

ภาวะที่ กระแสไฟฟ้าจาก Atria → Ventricles ผ่าน AV Node “ช้าลง หรือ ถูกบล็อก”

👉 ทำให้หัวใจเต้นช้า (Bradycardia) และเสี่ยง “ช็อก / หมดสติ”

🧬 พยาธิสภาพ (เข้าใจให้ขาด = อ่าน EKG ขาด!)

• 1st Degree → Delay

👉 ไฟฟ้า “ไปถึงช้า” แต่ “ไปครบทุกครั้ง”

• 2nd Degree Type I (Wenckebach) → Fatigue

👉 AV Node “ล้า” → ช้าลงเรื่อยๆ → แล้วหลุด 1 beat

• 2nd Degree Type II → Structural Damage

👉 ระบบนำไฟฟ้าเสียจริง (His bundle)

⚠️ อันตราย! เสี่ยงกลายเป็น 3rd degree

• 3rd Degree → Complete Block

👉 ไฟฟ้าขาด!

👉 Atria กับ Ventricles “ต่างคนต่างเต้น” (AV Dissociation)

📊 EKG แยกให้ขาดใน 10 วินาที (สอบ + หน้างาน)

Type Key Point

1st Degree PR > 0.20 วินาที “ยาวแต่สม่ำเสมอ”

2nd Type I PR “ยาวขึ้นเรื่อยๆ” → แล้ว QRS หาย

2nd Type II PR ปกติ → QRS “หายเฉยๆ” ⚠️

3rd Degree P กับ QRS “ไม่สัมพันธ์กัน”

👉 จำสั้น:

ยาวค่อยๆ = Type I / หายเฉยๆ = Type II / คนละโลก = 3rd

🚨 Red Flag ที่พยาบาลต้องรู้ทันที!

• HR < 50

• BP ต่ำ

• Syncope / หน้ามืด

• Chest pain / Dyspnea

👉 ถ้ามี = Treat as Unstable Bradycardia ทันที

👩‍⚕️ การพยาบาล (ใช้จริงหน้างาน!)

1️⃣ Assessment (ห้ามพลาด)

• Vital signs ทุก case!

• ดูอาการ: เวียนหัว / ซึม / หอบ

• อ่าน EKG → แยก Type II vs Type I ให้ได้

2️⃣ Emergency Management (หัวใจของเรื่องนี้!)

👉 ถ้า Stable

• Monitor EKG

• หา cause (ยา / K+ / MI)

👉 ถ้า Unstable (อันตราย!)

• 💉 Atropine 1 mg IV

• ⚡ เตรียม Transcutaneous Pacing (TCP)

• 🚑 เตรียม Crash cart / Defib

⚠️ NOTE:

• Type II + 3rd Degree → Atropine มัก “ไม่ช่วย”

👉 ต้อง Pacing เท่านั้น!

3️⃣ Long-term Care

• เตรียมใส่ Permanent Pacemaker

• หลังใส่:

• ห้ามยกแขนสูง

• ดูแผล / เลือดออก

• เช็ค Capture + Sense

💡 สรุปจำขึ้นใจ

💬 1st Degree

แฟนตอบช้า…แต่ตอบทุกครั้ง 😂

💬 2nd Type I (Wenckebach)

เริ่มตอบช้า…ช้าลง…แล้วหายไป 1 วัน

💬 2nd Type II ⚠️

คุยดีๆ อยู่…แล้ว “บล็อกเฉย!” (อันตรายมาก)

💬 3rd Degree 💔

เลิกกันเด็ดขาด! ต่างคนต่างอยู่ (AV Dissociation)

🔥 Key Takeaway (เอาไปใช้ได้ทันที!)

• Type II + 3rd = ห้ามรอ → เตรียม Pacing

• อย่าเสียเวลากับ Atropine ถ้าไม่ตอบสนอง

• ดู “อาการคนไข้” สำคัญกว่า EKG อย่างเดียว

• AV Block = เสี่ยงหยุดเต้นได้จริง

#พยาบาลติดซีรีส์ #พยาบาล #เรียนพยาบาล #AVBlock #ECG #EKG #Arrhythmia #Bradycardia #CardiacNursing #ACLS #EmergencyNurse #สรุปสั้นเข้าใจง่าย #อ่านEKGให้เป็น #เรื่องนี้ต้องรู้ #สอบสภาพยาบาล

3/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะ AV Block นั้น นอกจากการเข้าใจกลไกและประเภทของ AV Block ตามที่ได้อธิบายไปแล้ว การสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแม้ EKG จะช่วยบอกชนิดของบล็อกได้แต่สถานะทางคลินิกของผู้ป่วยยังเป็นตัวบ่งชี้หลักในการตัดสินใจรักษา เช่น หากผู้ป่วยมีอาการเวียนหัว หน้ามืด หรือความดันโลหิตต่ำ ควรจัดการในภาวะวิกฤตทันที จากประสบการณ์จริงของพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย AV Block พบว่าการประเมินความเสี่ยงของแต่ละรายมีความแตกต่างกัน โดยผู้ป่วยที่เป็น 2nd Degree Type II หรือ 3rd Degree มีโอกาสพัฒนาเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้นได้สูง จึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำ Pacing ทันที แม้จะมีการให้ยา Atropine แต่ในบางกรณีอาจไม่ได้ผล ดังนั้นการติดตามสัญญาณชีพและ EKG อย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นมาก อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การเตรียมพร้อมสำหรับระยะยาวของผู้ป่วยที่ต้องใส่ Permanent Pacemaker โดยควรแนะนำให้ผู้ป่วยงดเคลื่อนไหวแขนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ และปฏิบัติตัวอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรือเลือดออกบริเวณแผล นอกจากนี้พยาบาลเองต้องตรวจสอบการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เช่น การจับสัญญาณ Capture และ Sense เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคนิคการจดจำสั้น ๆ เช่น "1st Degree = ยาวแต่ครบทุกจังหวะ", "2nd Degree Type I = ช้าลงเรื่อย ๆ แล้วหลุด", "2nd Degree Type II = หายจังหวะโดยไม่เปลี่ยน PR", และ "3rd Degree = AV Dissociation" ช่วยให้การอ่านและวิเคราะห์ EKG ง่ายขึ้นและแม่นยำขึ้นในการทำงานหน้างานจริง สุดท้าย พยาบาลควรให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับอาการเตือนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ และหยุดรับประทานยาที่อาจส่งผลต่อระบบนำไฟฟ้าหัวใจโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลผู้ป่วย AV Block ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด