Automatically translated.View original post

Boyfriend told to detox the body

Kimchi detox is true because it's a fermented food with a lot of probiotics, but you have to eat it the right way.

How does Kimchi help detox?

1.High Probiotics: Good microbes from kimchi help balance the intestines, make them excrete better, waste does not freeze in them.

2.Vegetable dietary fiber: white lettuce, radish, carrots in kimchi, help sweep the intestines, take out the waste.

3. Garlic, Ginger, Chili: These spices stimulate metabolism and resist inflammation in the body.

4.Helping the liver: Research says that kimchi contains substances that reduce the liver load. Let the liver work, expel toxins better.

How to eat kimchi for detox

• Quantity: 2-3 tablespoons a day is enough. About 50-100 grams. Eat too much. Salty. High sodium.

• Time to eat: Eat with meals, make your digestion better. Probiotics stick to your gut when you have food.

• Choose Kimchi: Take natural fermentation, no pasteurization, no preservatives, or all good microbes will die.

• Do it yourself better: control salinity, add less sugar

# Probiotic kimchi # Trending # Star Creator Mission

5/2 Edited to

... Read moreแฟนบอกให้ดีท็อกซ์ร่างกายด้วยกิมจิ ถือเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจมาก เพราะกิมจิเป็นหนึ่งในอาหารหมักที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นจริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ลองทานกิมจิวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะกับมื้ออาหารหลัก รู้สึกว่าท้องไม่อืดและถ่ายคล่องขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งที่ทำให้กิมจิน่าสนใจคือโพรไบโอติกส์ที่สูง ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม จึงช่วยลดการสะสมของของเสียและสารพิษภายในร่างกายที่อาจนำไปสู่การเจ็บป่วย นอกจากนี้ส่วนผสมของผักกาดขาว หัวไชเท้า และแครอทในกิมจิยังเต็มไปด้วยใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนที่ของลำไส้ ช่วยกวาดล้างสิ่งตกค้างที่อาจทำให้ระบบขับถ่ายติดขัด อีกความพิเศษของกิมจิคือส่วนผสมอย่างกระเทียม ขิง และพริก ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบเผาผลาญ และลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการดีท็อกซ์ให้มากขึ้น งานวิจัยบางชิ้นยังพบว่ากิมจิช่วยลดภาระของตับได้ ทำให้ตับสามารถทำงานขับสารพิษได้ดีขึ้น ทำให้คิดว่าอาหารหมักประเภทนี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมได้อย่างหลากหลาย วิธีการเลือกกิมจิก็สำคัญมาก ควรเลือกแบบหมักธรรมชาติ ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ และไม่มีสารกันบูด เพราะจะช่วยรักษาจุลินทรีย์ดีเอาไว้ได้มากที่สุด หรือถ้ามีเวลาทำเองก็จะยิ่งดี เพราะควบคุมความเค็มและวัตถุดิบได้ ส่วนเรื่องปริมาณนั้นไม่ควรกินเกิน 100 กรัมต่อวันเพราะโซเดียมสูงอาจส่งผลเสียได้ นอกจากนี้ควรกินกิมจิพร้อมมื้ออาหารเพื่อช่วยโพรไบโอติกส์ทำงานในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุปแล้ว การดีท็อกซ์ด้วยกิมจิไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ แต่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ พร้อมทั้งยังเป็นวิธีที่ง่ายและอร่อยในการดูแลสุขภาพลำไส้และตับในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญ หลีกเลี่ยงกิมจิปลอม หรือกิมจิที่มีการเติมสารเคมีเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงและปลอดภัย