Nilを助けてください!!
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ตาสีนิล” แล้วงงว่าหมายถึงสีตาแบบไหนกันแน่ จากที่เราโดนทักบ่อยเวลาอุ้มนิล (แมวสีดำตาเหลือง) แล้วถ่ายรูปลง คนจะชมว่า “ตาสีนิลสวยมาก” จริงๆ ในภาษาพูดไทย คำว่า “ตาสีนิล” มักใช้เปรียบว่า “ตาดำเงา ใส วิบวับ” คล้ายความเงาของนิล/อัญมณี ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นตาสีดำจริงๆ เสมอไป บางทีหมายถึงดวงตาที่คมชัด ตัดกับขน และดูมีประกาย โดยเฉพาะเวลาเจอแสงพอดี ถ้ากำลังอยากให้ตาของน้องแมวดูสวยแบบ “ตาสีนิล” ในรูป เราว่า 3 อย่างสำคัญคือ แสง มุมกล้อง และความใสของดวงตา 1) แสงช่วยให้ตาดูมีประกาย: นิลเป็นแมวสีดำ ตาเหลืองสดใสอยู่แล้ว พอถ่ายใกล้ๆ ให้หันหน้าเข้าหาหน้าต่างหรือแสงธรรมชาติอ่อนๆ ตาจะเด้งมาก แต่เลี่ยงแฟลชแรงๆ ตรงๆ เพราะบางทีทำให้ตาสะท้อนจนดูแปลก และน้องอาจเครียด 2) มุมถ่ายรูปให้ตาเด่น: เราชอบถ่ายระดับเดียวกับสายตาน้อง (ก้มลงไปให้กล้องอยู่ระดับหน้า) แล้วโฟกัสที่ตา จะได้ภาพระยะใกล้ที่ตาคม เห็นสีเหลืองชัดๆ และเวลาอุ้มแบบกางแขนหน้าหน่อยๆ ภาพจะดูน่ารักเหมือนกำลังทำท่าปีก แต่ต้องจับอย่างนุ่มนวล ไม่บิดแขนหรือฝืนข้อต่อ 3) ดูแลให้ตาใสจริง ไม่ใช่แค่สวยในรูป: ถ้าอยากให้ “ตาสีนิล” ดูใสสวยตลอด เราจะคอยสังเกตทุกวันว่ามีขี้ตาเยอะผิดปกติไหม ตาแดง ขุ่น น้ำตาไหล หรือหรี่ตาข้างเดียวหรือเปล่า ถ้ามีนิดหน่อยเราใช้สำลีก้าน/สำลีชุบน้ำเกลือสำหรับล้างตา (แบบสัตว์เลี้ยง) เช็ดเบาๆ จากหัวตาออกไปด้านนอก และเปลี่ยนสำลีใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช้ซ้ำข้างเดิม ทริคเล็กๆ ที่ช่วยได้อีกอย่างคือ ทำความสะอาดฝุ่นในบ้าน ลดควัน/สเปรย์ฉุนๆ และดูแลเรื่องโภชนาการกับน้ำสะอาดให้พอ เพราะสุขภาพโดยรวมส่งผลกับความใสของดวงตาเหมือนกัน สุดท้าย ถ้าคุณกำลังค้นหา “ตาสีนิล” เพราะสงสัยว่าน้องมีอาการผิดปกติหรือไม่ แนะนำว่า ถ้าเริ่มมีตาแดงจัด ขี้ตาเป็นหนอง ตาขุ่น หรือเหมือนมองไม่ชัด ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อเช็กให้ชัวร์ จะได้สบายใจและดูแลน้องได้ถูกทาง




