2/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังเล็ง Hince Nu Blur Tint อยู่ (โดยเฉพาะช่วงที่เข้าไทยใหม่ ๆ) อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากแชร์เพิ่มจากที่ไปลองสวอช/เทียบสีมาค่ะ เพราะหลายคนเสิร์ชหา “hince blur tint” แล้วลังเลว่าจะเลือกสีไหน และเนื้อจริงเป็นยังไง สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือเนื้อแนว “blur” สมชื่อเลย ทาแล้วขอบปากดูฟุ้ง ๆ เหมือนใช้ฟิลเตอร์เบลอ ไม่ใช่แมตต์แห้งกรัง แต่เป็นแมตต์นุ่ม ๆ แบบวิป (บางคนจะเรียก whip matte) เวลาเม้มปากจะเห็นสีเนียนขึ้นและดูสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะกับวันที่อยากได้ลุคซอฟต์ ๆ หรือสายแต่งหน้าโทนเกาหลี เรื่องความติดทน: ถ้าทาบาง ๆ จะเป็นสเตนแบบสุภาพ ๆ กินน้ำยังพอเหลือสีอ่อน ๆ แต่ถ้ากินของมัน ๆ หลุดแน่นอน แนะนำให้พกไว้เติมจะสวยกว่า จุดเด่นคือเติมทับระหว่างวันได้ง่าย ไม่ค่อยเป็นคราบหนา ๆ (ยิ่งถ้าซับความมันออกก่อนเติม) ทริกทาให้สวยแบบเบลอ: 1) บำรุงปากก่อนสัก 5 นาทีแล้วซับออกให้เหลือบาง ๆ 2) แต้มสีที่กลางปากก่อน แล้วใช้นิ้ว/แปรงเกลี่ยออกด้านนอก จะได้ขอบฟุ้งสวย 3) ถ้าอยากให้สีแน่นขึ้น ค่อยเลเยอร์บาง ๆ เพิ่มทีละรอบ แทนการปาดหนา โทนสีที่คนถามเยอะจากสวอชที่เห็นบ่อย: - #01 Near: โทน MLBB ใช้ได้ทุกวัน ให้ลุคสุภาพ แต่งหน้าเบา ๆ ก็รอด เหมาะมากกับคนที่ไม่อยากได้สีจัด - #03 Nu Allure: โทนอุ่นขึ้นมานิด ให้ปากดูมีเลือดฝาด/ดูแพงขึ้น เหมาะกับลุคแต่งตาโทนน้ำตาลหรือแต่งหน้าโทนพีช ทริกเลือกสีให้เข้าผิว (แบบไม่ต้องคิดเยอะ): - ผิวโทนเหลือง/วอร์ม: มักรอดกับโทนอุ่น ๆ อย่างส้มอิฐ พีช นู้ดอุ่น - ผิวโทนชมพู/คูล: ลองโทนชมพูหม่น โรส หรือแดงอมชมพู จะขับผิวกว่า - ถ้ากลัวปากลอย: เลือกสีที่เข้มกว่าสีปากจริงนิดเดียว แล้วทาแบบไล่เฉด จะดูละมุนมาก สุดท้าย ถ้าใครตั้งใจซื้อออนไลน์ แนะนำให้ดูสวอชหลายแสง (แสงขาว/แสงเหลือง/กลางแจ้ง) เพราะกลุ่มนู้ดจะเพี้ยนง่าย และถ้าอยากชัวร์จริง ๆ ไปลองที่เคาน์เตอร์ก่อนจะเซฟสุดค่ะ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ .ladiinaiiii 𐂂
.ladiinaiiii 𐂂

พิกัดจมูกได้ไหมค้าาา