มีสิทธิการรักษาอยู่แล้ว ต้องมี “ประกันโรคร้ายแรง” ไหม?
หากพรุ่งนี้ตื่นมา พบว่าเป็นมะเร็ง !!!
ถ้าเลือกได้..จะเลือก “การรักษา” แบบไหน ?
แล้วหากการรักษาที่เราเลือก..“มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินต้องจ่ายเอง” เราได้มีการเตรียมเงินสำรองส่วนนี้บ้างไหม?
ต้องรักษาตัวแบบทำงานไม่ได้..ไม่มีรายได้เข้ามาเลย
เอาเงินที่ไหนใช้?
ค่าใช้จ่ายการรักษา..อาจจ ะไม่ได้จบลงแค่ในโรงพยาบาล
”ประกันโรคร้ายแรง“ เจอจ่ายเงินก้อน อาจเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเงิน
หากป่วย!! เราอยากมีเงินเป็นตัวช่วยเรื่องค่ารักษาหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆเท่าไรกันบ้างค่ะ
…อยากวางแผนการเงิน..พูดคุยกันได้นะคะ
แม้คุณจะมีสิทธิรับการรักษาพยาบาลจากระบบหลักประกันสุขภาพ เช่น ประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการ ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลพื้นฐาน แต่ไม่ควรมองข้ามโอกาสและความเสี่ยงในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการรักษาพยาบาลพิเศษ, ค่าผ่าตัดขั้นสูง, ค่าใช้จ่ายยารักษาโรคใหม่ ๆ หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวโรงพยาบาลโดยตรง เช่น ค่าเดินทาง ค่าวิตามิน อาหารเสริม หรืออุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้ภาระทางการเงินหนักเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เมื่อมีโรคร้ายแรงเข้ามา หลายครั้งผู้ป่วยอาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ไม่มีรายได้เข้ามาช่วยรับภาระค่าครองชีพประจำวัน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต่อเนื่องอีกด้วย สิ่งนี้คือจุดที่ "ประกันโรคร้ายแรง" ซึ่งมักจะจ่ายเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงครอบคลุม การวางแผนซื้อประกันโรคร้ายแรงจึงช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงินให้คุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้ ตัวอย่างเช่น ประกันโรคร้ายแรงที่คุ้มครองโรคมะเร็งทุกระยะ รวมทั้งโรคร้ายแรงอื่น ๆ กว่า 60 โรค ซึ่งหากได้รับการตรวจพบ จะได้รับเงินก้อนทันที เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ระบบหลักประกันสุขภาพให้ความคุ้มครอง เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่โรงพยาบาล, ค่าเดินทางเพื่อรักษาพยาบาล, อาหารเสริม หรืออุปกรณ์ช่วยดูแลสุขภาพต่าง ๆ ดังนั้น ถึงแม้คุณจะมีสิทธิรักษาพยาบาลอยู่แล้ว การมีประกันโรคร้ายแรงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนการเงินที่ช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดในชีวิตได้อย่างมั่นใจ เรียกได้ว่าเป็นเกราะป้องกันทางการเงินและเป็นเงินสำรองที่ช่วยให้คุณหรือครอบครัวไม่ต้องเผชิญกับปัญหาการเงินขณะเจ็บป่วยหนักอย่างโดดเดี่ยว อย่าลืมที่จะประเมินความต้องการและศึกษาความคุ้มครองอย่างละเอียด เพื่อเลือกประกันที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและฐานะการเงินของคุณ เพื่อให้การวางแผนชีวิตและสุขภาพของคุณมีประสิทธิภาพและสบายใจมากขึ้น

























