ทำได้แล้วนะ! จาก 65 สู่ 57 ก้าวเล็กๆที่ดีต่อใจ💝

เข้าสู่โหมดปีใหม่เต็มตัว ถือโอกาสสวัสดีปีใหม่ 2569 เลยนะคะ🎉🥳 ปีที่แล้วเรียกได้ว่าเป็นปีที่แล้วปล่อยตัวหนักมาก ไม่ดูแลตัวเองเลย เนื่องจากทำแต่งาน มีแต่ภาวะความเครียด ผลคือ น้ำหนักขึ้นทะลุจ้า😂 กว่าจะมีสติได้ก็ปาไปเกือบสิ้นปี 55555

เรารู้สึกตัวเองไม่สวยเลย ขาดความมั่นใจ พออ้วนแล้วก็รู้สึกเป็นตัวตลกไปซะหมด (Toxic ป้ะ🥲) ยิ่งพอเห็นรูปเก่าๆเทียบกับปัจจุบันยิ่งไม่รับไม่ได้ เริ่มรู้สึกว่ารอบนี้ต้องจริงจังจริงๆแล้ว เพราะพุงใหญ่มาก แรกๆบอกตรงๆโคตรท้อ มันเหนื่อย พะวงกับงานที่มูฟออนออกมาได้ยาก จนถึงขั้นหาหมอ มีอาการอยากอาเจียนทุกครั้งที่ทำงาน มันกระทบต่อชีวิตและสุขภาพไปด้วย ตอนนั้นคิดคำเดียวเลย ‘อยากรักตัวเองขึ้นมาจริงๆแล้วว่ะ อยากเป็นคนสวยสักที‘ แค่นี้เลย ความจริงจังเริ่มทำให้มีแรงฮึด!

🍱นิ้งเริ่มจากเปลี่ยนการกิน ลดของทอด ของมัน ลดน้ำหวาน กินเป็นกาแฟดำ หรือมัทฉะลาเต้(ไม่ใส่น้ำตาลแทน) อาหารก็เน้นผัก โปรตีน ลดคาร์บ มีบ้างที่กินหมูกระทะ ดริ้งส์บ้าง จะได้ทำได้ต่อเนื่อง

🏃🏻‍♀️หันมาให้เวลากับการออกกำลังกายมากขึ้น

นิ้งจะคาร์ดิโอโดยการวิ่ง 4-5 ครั้ง/อาทิตย์ เวลา 30-45 นาที บางครั้งก็ว่ายน้ำบ้าง

ส่วนเวทเทรนนิ่ง จะมีเล่นกับเครื่องกับยกดัมเบล 3-4 ครั้ง/อาทิตย์ แต่เชียร์การเวทนะ รู้สึกตัวกระชับไวขึ้นจริงๆนะ

📒ตัวช่วย: ของนิ้งจะมีแอปเปิ้ลไซเดอร์,เวย์โปรตีนบ้าง เพราะเรากิน 2 มื้อ ก็จะช่วยเสริมในวันที่ขาดบ้างนะคะ

แต่หลักๆนิ้งอยากให้มันทำจนเป็นวิถีชีวิตของตัวเอง ไม่พึ่งตัวช่วยเป็นหลักอย่างเดียว จะได้ทำได้แบบต่อเนื่องด้วยค่ะ

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ นิ้งอยากให้ทุกคนสู้ๆนะคะ แรกๆยากเสมอ แต่ทำไปเรื่อยๆในวิถีของตัวเอง ร่างทองเราจะกลับมา (นิ้งเองก็เอาร่างทองกลับมาเหมือนกัน สู้!! ✌🏻)

#ดูแลตัวเอง #ออกกำลังกาย #ลดความอ้วน #เมนูอาหารลดความอ้วน #ประสบการณ์ลดน้ำหนัก

2/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามว่า “น้ำหนัก 57” ต้องทำยังไงถึงจะลงมาจาก 60+ ได้แบบเห็นผลและยังใช้ชีวิตได้ปกติ เราเลยสรุปเป็นแนวทางที่เราทำจริง (และคิดว่าช่วยให้ไปต่อได้) เผื่อใครอยากตั้งเป้า 57 กก. เหมือนกัน 1) ตั้งเป้าให้ชัด: “57 กก.” แต่โฟกัสที่พฤติกรรม ตอนเราเริ่ม เราตั้งเป้าน้ำหนัก 57 ก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้สำเร็จคือการตั้ง “เป้ารายวัน/รายสัปดาห์” เช่น วันนี้ไม่กินน้ำหวาน, สัปดาห์นี้วิ่งให้ได้ 4 ครั้ง, เวทให้ได้ 3 ครั้ง พอทำได้เรื่อยๆ น้ำหนักมันค่อยๆตามมาเอง และใจไม่พัง 2) โภชนาการแบบทำต่อเนื่อง (ไม่ตัดทุกอย่าง) เราใช้หลักง่ายๆ: ลดทอด/มัน/หวานก่อน แล้วค่อยปรับอย่างอื่น - โปรตีนทุกมื้อ: อกไก่ ไข่ ปลา หมูไม่ติดมัน เต้าหู้ หรือเวย์ในวันที่กินไม่ถึง - ผักเพิ่มปริมาณ: ช่วยให้อิ่มนานและคุมแคลได้ง่าย - คาร์บ “ลดแต่ไม่งด”: ข้าว/มัน/เส้นยังได้ แต่ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่งก่อน - เครื่องดื่ม: ถ้าตัดน้ำหวานยาก ให้เริ่มจากลดความหวาน แล้วค่อยไปกาแฟดำ/มัทฉะลาเต้ไม่ใส่น้ำตาล ทริคที่ช่วยมากคือ “ทำอาหารกินเอง” วัตถุดิบน้อยๆก็ได้ เช่น ผัดผัก+ไข่ต้ม/ย่างเนื้อ+สลัด/โยเกิร์ต+ผลไม้ (แตงโม บลูเบอร์รี่) ทำให้คุมแคลและประหยัดด้วย 3) ตารางออกกำลังกายสำหรับคนอยากเห็นเลข 57 เราเห็นว่าเวทสำคัญมาก เพราะช่วยให้ตัวกระชับและรูปร่างเปลี่ยนไวกว่าโฟกัสคาร์ดิโออย่างเดียว - วิ่ง/คาร์ดิโอ 4-5 วัน/สัปดาห์: 30-45 นาที (สลับช้า-เร็วได้) หรือว่ายน้ำแทนบางวัน - เวทเทรนนิ่ง 3-4 วัน/สัปดาห์: เน้นท่าหลักๆ เช่น สควอต เดดลิฟต์ โรว์ ดันอก แพลงก์ หรือเล่นเครื่อง/ดัมเบลก็ได้ ถ้าเวลาน้อยจริงๆ ลอง “เวท 20-30 นาที + เดินชัน 15 นาที” ก็ยังดีกว่าหยุดไปเลย 4) จุดที่คนพลาดบ่อย: ชั่งน้ำหนักทุกวันแล้วท้อ น้ำหนักขึ้นลงได้จากน้ำ/โซเดียม/การนอน เราเลือกชั่งสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งตอนเช้า และดู “รูปก่อน-หลัง + สัดส่วน” คู่กัน บางช่วงน้ำหนักนิ่ง แต่เอวลด หุ่นกระชับขึ้นชัดมาก 5) ตัวช่วยอย่างแอปเปิ้ลไซเดอร์/เวย์ ใช้ได้ แต่อย่าให้เป็นพระเอก เรามองว่าตัวช่วยคือ “เสริม” ไม่ใช่ “แทน” มื้ออาหารหรือแทนการขยับร่างกาย ถ้าวันไหนกินน้อยเกิน เวย์ช่วยปิดช่องว่างโปรตีนได้ แต่ยังต้องกลับมาที่การกินและการออกกำลังกายเป็นหลัก สุดท้าย ใครกำลังไล่เป้าหมาย “น้ำหนัก 57” เหมือนกัน อยากบอกว่าอย่าดูแค่ตัวเลขอย่างเดียว ลองให้รางวัลตัวเองกับความสม่ำเสมอ เช่น ทำได้ 2 สัปดาห์ติดก็ถือว่าชนะแล้ว เดี๋ยวร่างกายจะค่อยๆพาเราไปถึงเป้าค่ะ

26 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Mda_ดาด้า 💜🌻
Mda_ดาด้า 💜🌻

กำลังเริ่มเลยค่ะ 65 ที่ไม่เคยเจอก็เจอ จะกลับอยู่ที่เลข 5 ให้ได้ มีกำลังใจลดน้ำหนักต่อแล้วค่ะ ฮึบๆ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ _ladybbeau
_ladybbeau

เริ่ดมากค่ะสาว❤️

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม