Automatically translated.View original post

✅Stop reading.

1 week agoEdited to

... Read moreเมื่ออ่านบทความนี้แล้ว ผมอยากแชร์ประสบการณ์ตรงที่เจอมาตลอดการทำงานหลายปีในองค์กรต่างๆ งานไม่ได้มั่นคงตลอดไปจริงๆ หลายครั้งผมเหนื่อยและทุ่มเทเต็มที่ แต่กลับถูกแทนที่หรือถูกมองข้ามอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อสุขภาพไม่ดีหรืออายุมากขึ้น สิ่งนี้สอนให้รู้ว่าการพึ่งพางานเดียวอย่างเต็มที่บางครั้งอาจเสี่ยงมาก อีกทั้งองค์กรส่วนใหญ่มักจะมี "ลูกรักลูกชัง" ซึ่งไม่จำเป็นว่าคุณจะทำดีแค่ไหนจะได้ความชื่นชมเสมอไป ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ต้องลาไปดูแลครอบครัวในวันที่ญาติป่วยหนัก แต่กลับถูกมองว่าไม่ทุ่มเทงานเต็มที่ ทำให้รู้สึกว่าการรักษาสมดุลชีวิตคือสิ่งสำคัญมากกว่า สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือ ต้องรักตัวเองและครอบครัวให้มากกว่างาน เพราะที่ทำงานไม่มีคุณ องค์กรยังเดินต่อไปได้ แต่ครอบครัวจะอยู่ยังไงถ้าคุณไม่มีแรงหรือไม่มีเวลาให้เขา สุดท้ายนี้ การทำงานควรทำเท่าที่ไหวและทำในขอบเขตที่ไม่ทำร้ายตัวเอง ควรตั้งเป้าหมายและวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ เผื่อวันหน้าถ้าต้องเปลี่ยนงานหรือหยุดพักจะได้ไม่ลำบาก ผมหวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิต มันไม่ใช่เรื่องผิดที่จะถอยออกมาบ้าง เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของตัวเราเอง