มาชง มาแชร์ | Q&A กาแฟควรมี อย. หรือไม่?
เคยสงสัยไหมว่าเวลาซื้อกาแฟเนี่ย กาแฟควรมี อย. หรือไม่? 🤔 แล้วมันสำคัญแค่ไหนกันเชียว? วันนี้เราจะมาคุยกันให้เคลียร์แบบเป็นกันเองเลย!
🧐 กาแฟควรมี อย. ไหม?
ถามว่าจำเป็นต้องมีไหม? จริงๆ แล้ว "ไม่มี" ก็ได้นะ! เพราะกาแฟมันไม่ใช่สินค้าที่ฉีกซองแล้วกินได้เลย (Ready-to-eat) ไง! มันยังต้องเอาไปชงก่อนอยู่ดี ก็เลยไม่ถึงกับขั้นว่าต้องมี อย. ขนาดนั้น
- ถ้าไม่มี: ก็ไม่ได้แปลว่ากาแฟนั้นจะไม่อร่อย หรือไม่มีคุณภาพนะ! แค่แปลว่า เขาอาจจะยังไม่ได้จดทะเบียนโรงงาน เพื่อขอ อย. เท่านั้นเอง
👍 ถ้ามี อย. แล้วดียังไง?
แต่ถ้ากาแฟถุงไหน มี อย. ติดฉลากมาด้วยเนี่ย "ก็ดีนะ!" ดีเลยแหละ! เพราะอะไรน่ะเหรอ?
- มีมาตรฐานรองรับ: การที่โรงคั่วจะได้รับ อย. มาเนี่ย มันแปลว่าเค้าได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตในโรงงานของเค้าจนมีมาตรฐานในระดับนึง! คือมีการตรวจสอบแล้วว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ผ่าน อย. มา!
- GMP คือหัวใจ: การได้ อย. มันไม่ได้มาง่ายๆ นะ! โรงคั่วจะต้องจดทะเบียนโรงงาน แล้วก็ต้องผ่าน มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ด้วย! มาตรฐาน GMP เนี่ยจะเกี่ยวกับ มาตรฐานการผลิตอาหาร เลย เช่น คนคั่วต้องแต่งตัวยังไง เครื่องมือต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
- สร้างค วามมั่นใจ: ถ้าสินค้าเขามี อย. เนี่ย เราก็จะพอรู้ได้ในระดับนึงว่าโรงคั่วที่เราซื้อมาเนี่ยเค้ามีมาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบแล้ว (เพราะ อย. เป็นเรื่องของมาตรฐานการผลิตสินค้า ไม่ใช่แหล่งที่มาของกาแฟนะ!)
สรุปง่ายๆ เลยนะเพื่อน!
- กาแฟ "ไม่จำเป็น" ต้องมี อย. เพราะมันไม่ใช่สินค้าพร้อมทาน
- แต่ถ้า "มี อย." ก็จะดีมาก! เพราะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโรงคั่วมีมาตรฐานการผลิตที่ผ่านเกณฑ์ของ อย. และ GMP ทำให้เรามั่นใจในกระบวนการผลิตมากขึ้น!
หวังว่าหายข้องใจกันแล้วนะ! 😉🖤☕️
#nlcoffee #วัตถุดิบอุปกรณ์สำหรับธุรกิจกาแฟครบวงจร #มาชงมาแชร์ #เมล็ดกาแฟ
ถ้าใครกำลังลังเลว่า “กาแฟ LISO ของแท้ดูยังไง” เราแนะนำให้เช็กเป็นขั้นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ โดยเฉพาะเวลาซื้อออนไลน์หรือเจอราคาถูกผิดปกติค่ะ 1) ดู “ชื่อสินค้า/แบรนด์” บนฉลากให้ชัด ของแท้มักพิมพ์ชื่อสินค้า ชื่อผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย และรายละเอียดพื้นฐานค่อนข้างครบ เช่น ปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบ วิธีเก็บรักษา ข้อแนะนำการชง ถ้าซองดูโล่งๆ ข้อมูลขาดๆ หรือสะกดแปลกๆ ควรระวัง 2) เช็กวันผลิต/วันหมดอายุ และ “เลขล็อต (Lot/Batch)” ซองที่ได้มาตรฐานจะมีวันผลิต/หมดอายุชัดเจน และมักมีเลขล็อตเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ เวลาเจอซองที่วันหมดอายุเลือนๆ หรือไม่มีเลขล็อตเลย เราจะไม่ค่อยสบายใจ เพราะตามหลักการผลิตอาหารควรตรวจสอบย้อนกลับได้ 3) เลข อย. “มีแล้วดี” แต่ต้องดูให้เข้าใจ หลายคนเข้าใจว่ากาแฟต้องมี อย. เสมอ จริงๆ กาแฟคั่ว/กาแฟที่ต้องเอาไปชง ยังไม่ใช่กลุ่มพร้อมทาน (ready-to-eat) เลยอาจไม่ได้ “จำเป็น” ต้องมี อย. ทุกกรณี แต่ถ้าซองไหนมีเลข อย. ติดไว้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าผู้ผลิตผ่านการจดทะเบียน/มีระบบและการตรวจสอบตามมาตรฐานในระดับหนึ่ง 4) มองหาคำว่า GMP/มาตรฐานการผลิต จุดนี้เกี่ยวกับ “กระบวนการผลิต” เช่น ความสะอาด การแต่งกายของผู้ผลิต การตรวจเช็กเครื่องมือ มี checklist และการตรวจสอบต่างๆ ถ้าสินค้ามีการอ้างอิงมาตรฐานพวกนี้อย่างเหมาะสม จะดูน่าเชื่อถือขึ้น (แต่ก็ยังต้องเช็กองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย) 5) บาร์โค้ด/QR/ช่องทางติดต่อ ต้องสแกนหรือค้นหาได้จริง ลองสแกน QR ว่าพาไปหน้าแบรนด์หรือช่องทางทางการไหม และดูว่ามีที่อยู่/เบอร์/ช่องทางติดต่อที่ติดต่อได้จริงหรือเปล่า ของที่น่าสงสัยบางทีจะใส่ QR ที่พาไปหน้าแปลกๆ หรือไม่มีตัวตน 6) เช็กความน่าเชื่อถือของร้านค้า ถ้าซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลส ให้ดูรีวิวที่มีรูปจริง จำนวนยอดขาย ความสม่ำเสมอของคะแนน และนโยบายคืนเงิน ร้านที่เป็นตัวแทน/ร้านทางการมักมีข้อมูลชัดเจนกว่า 7) ราคาถูกมาก + โปรแรงผิดปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยก่อน กาแฟเป็นสินค้าที่มีต้นทุนวัตถุดิบและการผลิต ถ้าราคาห่างจากตลาดเยอะมากๆ เราจะแนะนำให้เช็กให้ละเอียดเป็นพิเศษ สรุปแบบคนซื้อทั่วไป: อยากดูว่า LISO แท้ไหม ให้เริ่มจาก “ฉลากครบ-ล็อตชัด-วันผลิตหมดอายุชัด-ร้านน่าเชื่อถือ” แล้วค่อยพิจารณาเลข อย./GMP เป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องมาตรฐานการผลิตค่ะ





















