ประสบการณ์ตรง Bell palsy
🦠อุทาหรณ์เตือนภัยในวัย29ปี เครียด นอนน้อยตื่นเช้า บางวันนอนตี5ตื่น8โมงเช้าไปทำงาน
เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่13/06/69 ตื่นขึ้นมามีอาการชาที่บนปลายลิ้นเราก็ไม่ตกใจอะไร คิดว่าน่าจะเกิดจากการกินของร้อนเข้าไปหรือเปล่า เราก็ไม่สนใจอะไรอาบน้ำแปรงฟันใช้ชีวิตตามปกติ(หารู้มั้ย นี่คืออาการเริ่มต้น)
ตกตอนเย็นมีอาการคันบนที่ตาข้างขวา เราก็ไม่สนใจคิดว่าน่าจะเกิดจากการเป็นภูมิแพ้ เราเลยไปทานยาแก้แพ้ 2เม็ด อาบน้ำนอนตามปกติ (อาการเตือนครั้งที่2)
เหตุการณ์วันที่ 14/06/69 ตื่นเช้ามาอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัวไปทำงาน พอไปถึงที่ทำงาน ตาตก ลิ้นชา หน้าข้างขวาชา ปากเบี้ยว ตาแห้ง หูข้างขาวเจ็บ รู้สึกเหมือนหน้าข้างขวาบวม คนที่ทำงานก็ทักว่าปากเบี้ยว ตาไม่หลับ จนเราเครียดคิดมาก เราตอบกลับไป พูดไปเรื่อย น่าจะเกิดจากการแพ้ยาหรือเปล่า พอหัวหน้างานเห็น เขาให้เราลาป่วยให้ไปพักผ่อนก่อนพอดีขึ้น ค่อยกลับมาทำงานอีกวัน จากนั้นเราไปรพ.ประจำอำเภอ
พบหมอ หมอก็ยังไม่รู้ว่าอาการที่เราเป็นคือโรคอะไร
ยังให้ยาแก้แพ้กับยาหยอดตา กลับมาถึงบ้านอาบน้ำทานยาที่หมอให้มาแล้วนอน สักพักเพื่อนที่ทำงานก็โทรมา แกรีบไปหาหมอประจำจังหวัดเลยนะ แกเป็นโรค bell palsy เราก็ตกใจหาข้อมูล มันตรงหมด ร้องไห้หนักมาก บวกคิดมาก กลัวมันจะไม่กลับมาปกติเหมือนเดิม เพื่อนก็บอกว่าใจเย็นมันหายแน่นอนใช้เวลาหน่อย จากนั้นเราติดต่อครอบครัว ครอบครัวบ่น ด่า เพราะเราทำตัวเองทั้งนั้น เราร้องไห้ ทำตัวไม่ถูก ไม่มีกำลังใจเลย ครอบครัวเราโทรกลับมา น่าจะไปศึกษาหาข้อมูลแล้วให้เรารีบลงไปรพ.ประจำจังหวัดเลย บ้านเรามันอยู่ไกลประจำจังหวัดต้องใช้เวลา พอไปถึงรพประจำจังหวัด พบหมอ หมอแจ้งอาการให้เรารู้ให้เราทานยา บอกอาการโรค bell palsy แล้วนัดกระตุ้นไฟฟ้า แนะนำการบำบัดรักษาบนใบหน้าให้กลับมาเหมือนเดิม ลดการนอนน้อย ความเครียดลง แจ้งระยะการหาย1-6เดือน ถึงจะหายดีขึ้นอยู่กับร่างกายของคนเรา
อาการเริ่มต้นของ Bell's Palsy (ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก) มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันภายใน 1-2 วัน โดยอาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณหลังใบหูก่อน จากนั้นกล้ามเนื้อใบหน้าซีกนั้นจะอ่อนแรงอย่างรวดเร็ว เช่น ยักคิ้วไม่ขึ้น หลับตาไม่สนิท มุมปากตก และยิ้มได้ไม่เท่ากัน
🔍 อาการเริ่มต้นที่สังเกตได้ชัดเจน
* ระยะเตือน: มีอาการปวดหรือตึงบริเวณด้านหน้าหรือหลังหู 1-2 วันก่อนหน้าเบี้ยว
* กล้ามเนื้ออ่อนแรง: ใบหน้าซีกใดซีกหนึ่งขยับไม่ได้ ยักคิ้ว ย่นหน้าผาก หรือยิ้มไม่ขึ้น
* ปัญหาการปิดตา: หลับตาข้างที่เป็นไม่สนิท ตาแห้ง เคืองตา หรือน้ำตาไหลมาก
* การทำงานของกล้ามเนื้อลดลง: ดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกมุมปาก พูดไม่ชัด ผิวปากไม่ดัง และแก้มป่องข้างนั้นอมน้ำไม่อยู่
* อาการร่วมอื่นๆ: อาจมีอาการชาที่ลิ้น การรับรสเปลี่ยนไป และหูอื้อหรือได้ยินเสียงก้องในหูข้างเดียวกัน
⚠️ สิ่งที่ควรรู้และข้อควรระวัง
* ความรุนแรงของโรค: อาการมักจะแย่ลงเรื่อยๆ จนเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 วันแรก
* การแยกโรคกับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): จุดต่างสำคัญคือ Bell's Palsy จะทำให้ใบหน้าซีกบน (ยักคิ้วไม่ได้) และซีกล่างอ่อนแรงพร้อมกัน แต่หากเป็น Stroke ผู้ป่วยจะยังยักคิ้วได้
* การรักษา: ควรรีบพบแพทย์หรือ ศูนย์โรคสมองและระบบประสาท ภายใน 72 ชั่วโมงแรก การได้รับยาฆ่าเชื้อไวรัสหรือสเตียรอยด์อย่างทันท่วงทีจะช่วยเพิ่มโอกาสหายเป็นปกติได้สูง
หากมีอาการดังกล่าว แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก
#นอนน้อย #เบลพาซี่#bellpalsy #เตือนภัย #โรควัยรุ่น #คนเครียดง่าย
จากประสบการณ์ตรงที่แชร์มา ความเครียดและการนอนน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนอนน้อยเกินไปและตื่นเช้าอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการโรคเบลล์พาลซี่หรืออาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีกได้ ซึ่งโรคนี้มักจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันและสามารถพัฒนาอาการได้ภายในไม่กี่วัน เช่นชาบริเวณใบหน้าซีกหนึ่ง ปากเบี้ยว ตาแห้ง และหูเจ็บ การสังเกตอาการเบื้องต้นอย่างละเอียดจะช่วยให้สามารถรับมือและรีบเข้าพบแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ผู้ป่วยควรทำเมื่อตรวจพบอาการเบื้องต้น ได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดที่อาจนำไปสู่การอักเสบของเส้นประสาท และการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและเริ่มการรักษาอย่างทันเวลา โดยแพทย์อาจให้ยาแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส รวมถึงการทำกายภาพบำบัดหรือกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณใบหน้าเพื่อฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ผู้ป่วยเองควรดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น พยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ ลดการเครียดด้วยการทำสมาธิหรือกิจกรรมผ่อนคลาย และหลีกเลี่ยงการใช้สายตามากเกินไปเพื่อลดอาการตาแห้ง สำหรับผู้ที่อาจกังวลเรื่องอาการโรคนี้ การติดตามผลจากแพทย์อย่างต่อเนื่องและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดมีความสำคัญมาก เพราะโรคเบลล์พาลซี่สามารถฟื้นตัวและกลับมาปกติได้ภายในระยะเวลา 1-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพร่างกายของแต่ละคน ฉะนั้นหากพบอาการผิดปกติเร่งด่วนรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสหายกลับมาอย่างเต็มที่ครับ
