Automatically translated.View original post

Wait, don't hurry until forget this.🫧

Hurry up and find the "best system."

But forgot to do something more important...

Is to prove that your trading position

Does it really work?

Backtest is not meant to make the results look good, look pretty, go ginger anyone.

But there is to know

* What kind of market conditions does Setup work in?

* What are the strengths?

* Where's the weakness?

* And what should we improve?

📊 The more information

The decision is even more rational.

Don't rush to change the rules.

Just because the results weren't as hoped.

Believe more information than emotion.

💾 save this post and start building the system from real data, not guesswork.

7/21 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในการเทรดหุ้นและฟอเร็กซ์ ผมพบว่าการสร้างระบบเทรดที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการหา ‘ระบบที่ดีที่สุด’ ในทันที แต่สำคัญที่การทดสอบระบบนั้นอย่างละเอียดด้วย Backtest เพื่อให้ได้ข้อมูลจริงและไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรือคาดเดา ตั้งแต่ช่วงแรกที่ผมเริ่มเทรด ผมก็เคยเร่งรีบเปลี่ยนกฎและกลยุทธ์เพียงเพราะผลลัพธ์ในช่วงเวลาหนึ่งไม่เป็นไปตามคาดหวัง แต่เมื่อหันมาทำ Backtest อย่างจริงจังโดยเก็บข้อมูลมากกว่าร้อยคำสั่งซื้อขาย ทำให้ผมเข้าใจได้ว่าแต่ละระบบทำงานได้ดีในสภาวะตลาดแบบใด จุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละแบบเป็นยังไง รวมถึงการปรับปรุงที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำของระบบ การตั้งกฎชัดเจน เช่น กำหนด Entry Rule, Exit Rule, Stop Loss, Take Profit และการใช้ Timeframe เดียวกันอย่างเคร่งครัด ทำให้ข้อมูลที่ได้จาก Backtest เชื่อถือได้และนำไปใช้สร้างความมั่นใจก่อนเทรดจริงมากขึ้น นอกจากนี้ ผมพยายามฝึกใจให้เชื่อข้อมูลมากกว่าอารมณ์ เพราะข้อมูลที่มาจากการทดสอบที่มีระบบ จะชี้ให้เห็นแนวทางที่ถูกต้องแม้ผลลัพธ์จะไม่ชนะทุกครั้งก็ตาม ถ้าใครกำลังเริ่มต้นหรือเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงระบบเทรดบ่อย ๆ ผมแนะนำให้หยุดรีบ สร้างระบบที่มีข้อมูลสนับสนุนและ Backtest อย่างน้อย 200 ออเดอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและเชื่อมั่นในการตัดสินใจระยะยาว จะช่วยให้คุณพัฒนาระบบที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการเทรดด้วยข้อมูลจริง ไม่ใช่ความคาดหวังครับ