“แสงแห่งสติ”

ใจลอยล่องท่องโลกกว้าง หลงในทางแห่งรูปนาม

ยึดถือมั่นด้วยความตาม จึงติดบ่วงแห่งทุกข์ทน

สติคือแสงส่องใจ ให้เห็นภัยในเหตุผล

รู้เท่าทันความสับสน ใจหลุดพ้นจากพันธนา

สุขใช่แท้ทุกข์ใช่จริง ล้วนแอบอิงความปรุงแต่ง

เกิดแล้วดับไม่ยั่งยืน ดุจเปลวแสงแห่งสายลม

เพียงปล่อยวางอย่างเข้าใจ ไม่ยึดไว้ในอารมณ์

ใจสงบงามน่าชม ถึงแดนร่ม “นิพพาน”

🌿 The Light of Mindfulness

The mind drifts through the world so wide,

Lost in forms that pass and fade.

Clinging tight to what it sees,

Thus in suffering it is laid.

Mindfulness, a guiding light,

Reveals the dangers deep inside.

Seeing through confusion’s veil,

The heart is freed from binding ties.

Joy is fleeting, pain not true,

Both are shaped by mind’s design.

Born and gone, they cannot last,

Like a flicker in the wind’s soft sigh.

Just let go with understanding,

Do not cling to passing streams.

A peaceful heart, serene and bright,

Reaches Nibbana’s gentle gleam.

( พลวโรภิกขุเถโร )

🪷อนุญาตให้นำ คลิป เนื้อหา ภาพ 🪷 สามารถนำไปใช้ได้ 🪷

🌈 แชร์ต่อได้เลย FC! 💬 #ศูนย์การศึกษาแก้วเสด็จ #วัดพระธรรมกาย #thailand #funny #fyp #world #เทรนวันนี้ #ติดเทรนด์วันนี้ #นครพนม #กบินทร์บุรี #ปราจีนบุรี #สระแก้ว #ระยอง #อุดรธานี #ชลบุริ #สกลนคร #หนองคาย #ปทุมธานี

ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ
3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนและผู้ปฏิบัติธรรม หลักการของ "แสงแห่งสติ" ที่กล่าวถึงในบทกลอนนี้เป็นแก่นสำคัญในการฝึกจิตใจให้สงบและปลอดจากพันธนาการของความยึดติดในรูปนาม โลกภายนอกและอารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบสามารถทำให้ใจฟุ้งซ่านและเกิดความทุกข์ได้ง่าย ๆ ซึ่งการมีสติรู้เท่าทันในขณะนั้น ๆ จะช่วยให้สามารถมองเห็นสภาพจิตและอารมณ์อย่างชัดเจน โดยไม่ยึดมั่น ถือมั่น ส่งผลให้ความทุกข์ค่อย ๆ ลดน้อยลงจนถึงขั้นใจเป็นอิสระ ในชีวิตประจำวัน การฝึกสติสามารถทำได้ง่ายๆ เช่น การหายใจเข้าหายใจออกอย่างรู้ตัว หรือสังเกตความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่ตัดสินว่าเป็นดีหรือร้าย ฝึกอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้จิตใจมีความมั่นคงขึ้น และลดอาการใจลอยหรือฟุ้งซ่านลงได้มาก การปล่อยวางตามที่บทกลอนแนะนำ คือการไม่ยึดติดกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่ชั่วคราวหรืความทุกข์ที่เกิดขึ้น ก็ให้มองว่าเป็นธรรมชาติของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีอะไรยั่งยืนถาวร การยอมรับความไม่เที่ยงนี้เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสงบสุขภายในใจและการเข้าถึงนิพพานอย่างแท้จริง คำว่า “นิพพาน” ในเชิงพุทธศาสนา หมายถึงสภาวะแห่งความสงบสุขที่ปลอดจากความยึดติดทั้งปวง หลักการนี้เองช่วยให้ผู้ฝึกปฏิบัติสามารถลดละความทุกข์และมีความสุขที่มั่นคงอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สุขชั่วคราวจากภายนอก สุดท้าย การแบ่งปันความรู้สึกนี้ผ่านบทกลอนและการปฏิบัติจริงทำให้ผู้คนได้รับแรงบันดาลใจ และเข้าใจถึงพลังของสติในการดูแลใจและสร้างความสงบสุขภายในตัวเองได้ดียิ่งขึ้น การเปิดใจรับรู้และปล่อยวางเป็นหนทางที่จะทำให้ชีวิตของเรามีความหมายและมีความสุขอย่างลึกล้ำในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา