Automatically translated.View original post

1. Zone 2, Pace 6

With Pace 2 running,

It's been said to have tried zone 2 by chance and found that, uh, it can run, not tired, but a little bored.

I never thought I could run zone 2 because just thinking about starting to run, the Heart Rate seems to increase quickly.

Today, let's try to practice running zone 2 again, but try to get to the upper zone 2, because listen to how to practice zone 2 is to deceive the body to think that running is not tired, and the body will gradually adjust until it runs faster.

In the old days, when I was in the running industry, I never thought of running zone 2, instead of running zone 2 better, practicing to endure zone 4 for a long time, so I never knew how to run, not tired, but tired, but more and more.

The habit of running is like a habit of living, sticking to Sprint, practicing endurance, burn the body, trading to reach a destination, until the body ticks and ticks again, do not think to stop listening, crammed into the end of the problem, survive each day.

At the turning point, you can see that the body is not the same, if it is forced, it may be reversed.

Talk to yourself, start a new life, start running again, but in a different perspective, put down your shyness and start running slowly again, hoping that one day we will run as fast as before, but with a stronger Heart Rate, and move faster without redeeming your body.

# FunRunZone2

5/17 Edited to

... Read moreการฝึกวิ่งในโซน 2 หรือที่บางคนเรียกว่า "โซนกลาง" นั้น เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาความทนทานของร่างกาย เพราะในช่วงนี้ Heart Rate จะอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเผาผลาญไขมันและสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจโดยไม่สร้างความเหนื่อยล้ามากจนเกินไป จากประสบการณ์ตรงที่ได้ลองวิ่งในโซน 2 ด้วย Heart Rate ประมาณ 140-151 bpm ผมพบว่าการวิ่งในโซนนี้ช่วยให้วิ่งได้นานขึ้นโดยยังคงความรู้สึกสบาย ไม่ต้องเร่งรีบร้อนหรือรู้สึกเหนื่อยอย่างหนักเหมือนการวิ่งแบบ Sprint หรือโซน 4-5 วิธีการฝึกของผมคือพยายามรักษาความเร็วให้ Pace อยู่ที่ระดับประมาณ 6 นาทีต่อกิโลเมตร และควบคุม Heart Rate ให้อยู่ในโซน 2 บน คือช่วงที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่เกินขีดจำกัดความเหนื่อยจริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการทำให้ร่างกายรู้สึกว่าวิ่งแบบนี้ไม่เหนื่อยและสามารถฝึกได้ต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวและเพิ่มความเร็วรวมถึงความแข็งแกร่งได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดแค่ว่าการวิ่งคือความเหนื่อย และพยายามฝืนตัวเองไปที่โซน 4-5 เพื่อสร้างความอึดโดยไม่คำนึงถึงสัญญาณของร่างกาย แต่ตอนนี้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยวิธีวิ่งที่ใจเย็นขึ้นและเน้นใช้เวลาในโซน 2 เป็นหลัก ทำให้รักษาสุขภาพดีขึ้นและลดโอกาสบาดเจ็บได้มาก จากการใช้แอปและอุปกรณ์วัด Heart Rate ช่วยในการติดตามผล ผมยังได้เห็นตัวเลขเป้าหมายต่างๆ เช่น เป้าลดน้ำหนัก และการประเมินสัดส่วนไขมันในร่างกาย ซึ่งช่วยให้ผมมีแรงจูงใจและตั้งเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น สำหรับคนที่สนใจลองฝึกวิ่งโซน 2 แนะนำให้เริ่มด้วยการใช้เครื่องวัด Heart Rate เพื่อให้ทราบขอบเขตของโซนอย่างชัดเจน และค่อยๆ เพิ่มเวลาหรือระยะทางวิ่งในโซนนี้อย่างสม่ำเสมอ จะเห็นผลดีกับการพัฒนาระบบหัวใจและปอดอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสนุกไปกับการวิ่งโดยไม่รู้สึกเบื่อเกินไป สุดท้ายแล้ววิ่งโซน 2 ไม่ได้หมายความว่าต้องวิ่งช้าหรือเบื่อหน่าย เมื่อฝึกร่างกายอย่างต่อเนื่องแล้ว ความเร็วจะค่อยๆ ดีขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ และทำให้คุณวิ่งได้นานขึ้นทั้งในวงการวิ่งและการใช้ชีวิตประจำวัน