หลวงปู่หลิว ปณฺณโก วัดไร่แตงทอง
#เรื่องเล่า หลวงปู่หลิว ปณฺณโก วัดไร่แตงทอง #พระเครื่อง #หลวงปู่หลิว #พระเกจิ /วัดไร่แตงทอง
หากกล่าวถึงเครื่องรางวัตถุมงคล"พญาเต่าเรือน" แล้วละก็ ต้องยกให้ หลวงปู่หลิว ปณ ฺณโก อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ผู้สร้าง เหรียญพญาเต่าเรือน เป็นอันดับต้นๆ ด้วยเป็นที่ประจักษ์เลื่องลือในเรื่องพุทธคุณ จนโด่งดังไปไกลถึงต่างแดน และเป็นที่ปรารถนาอย่างมากในปัจจุบัน ท่านเกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2448 ณ บ้านหนองอ้อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 9 คน ของนายเต่งและนางน้อย แซ่ตั้ง เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียรมาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยได้ช่วยเหลืองานทุกอย่างในบ้าน อีกทั้งยังได้ร่ำเรียนวิชาช่างไม้จากบิดา จนมีความชำนาญทางช่างเป็นเลิศ นอกจากนี้ท่านยังสนใจศึกษาด้านยาสมุนไพร จนได้เป็นหมอยาประจำหมู่บ้านอีกด้วย จากนั้นชะตาชีวิตของท่านก็ได้มาถึง จุดพลิกผันครั้งสำคัญ เมื่อเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี ในสมัยนั้นมักมีเสือปล้นโจรผู้ร้าย ออกอาละวาดปล้นชิงทรัพย์สิน ขโมยวัวควาย ของชาวบ้านและครอบครัวของท่านอยู่เป็นประจำ ท่านจึงจำเป็นต้องออกเดินทางเข้าป่า เพื่อหาเรียนวิชาต่อสู้และคาถาอาคม เพื่อใช้ปกป้องครอบครัวและชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ โดยท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาอาคม กับอาจารย์จอมขมังเวทย์ชาวกะเหรี่ยง เป็นเวลา 3 ปี จึงได้กราบลาพระอาจารย์ กลับมาใช้วิชาปราบโจรผู้ร้ายจนหมดสิ้นได้ในที่สุด จากนั้นท่านก็ได้แยกออกมาทำงานและสร้างครอบครัวของตนเอง ต่อมาเมื่ออายุได้ 27 ปี ท่านก็เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาส จึงตัดสินใจเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดโบสถ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้รับฉายา "ปณฺณโก" โดยในช่วงแรกนั้นท่านได้เข้าจำพรรษาที่วัดหนองอ้อ ก่อนเดินทางเข้าป่าไปศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมกับอาจารย์ชาวกะเหรี่ยงของท่าน รวมถึงคณาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน และหลวงพ่อ ย่น วัดบ้านฆ้อง เป็นต้น ด้วยความที่หลวงปู่หลิวมีความชำนาญด้านงานช่าง ท่านจึงได้ออกไปช่วยพัฒนาสร้างเสนาสนะให้แก่วัดต่างๆมากมาย ได้แก่ วัดโคก จ.สุพรรณบุรี วัดสนามแย้ จ.กาญจนบุรี และวัดไทรทองพัฒนา จ.กาญจนบุรี เป็นต้น โดยในช่วงนั้นท่านได้เก็บสะสมเงินจากการบริจาคของญาติโยมแล้วนำมาสร้างวัดไร่แตงทอง ที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน ซึ่งเป็นถิ่นเกิดของท่าน ก่อนที่จะย้ายมาจำพรรษา และพัฒนาจนเป็นวัดใหญ่โตมีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างสำนักสงฆ์ประชาสามัคคี อ.บ้าน โป่ง จ.ราชบุรี และสถานีอนามัยบ้านไร่แตงทอง (หลวงปู่หลิว ปัณณโก อุปถัมภ์) เฉลิมพระเกียรติ ปี2540 และได้กลับมาจำพรรษาที่วัดหนองอ้อในฐานะพระลูกวัด ซึ่งท่านก็ได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน ปี พ.ศ.2543 สิริอายุ 95 พรรษาที่74
หลวงปู่หลิวเป็นพระเกจิผู้ทรงอภิญญาและพุทธาคมสูงส่ง มีเมตตาบารมี ถือสันโดษ เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ท่านได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับการบำเพ็ญบารมีของท่านไว้ว่า "... ชีวิตการดำรงอยู่ในเพศแห่งบรรพชิตนอกจากจะต้องบำเพ็ญเพียรศึกษาธรรมปฏิบัติธรรมวินัย เพื่อนำไปประกาศเผยแผ่ให้แก่สาธุชนคนผู้ปรารถนาความสงบสุขทางจิตแล้ว เราในฐานะเป็นพระสงฆ์ เป็นพระ เป็นผู้นำทางด้านจิตใจและต้องมีส่วนในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญหูเจริญตา ทั้งท างจิตใจและสาธารณวัตถุ อันเป็นประโยชน์แก่คนหมู่ใหญ่ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง การสร้างเสนาสนะวัดวาอารามเป็นการชักนำให้ประชาชนได้บำเพ็ญทานบารมี รู้จักทำบุญเข้าวัด มีศาสนสถานไว้ประกอบศาสนกิจ เพื่อให้อนุรักษ์วัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงามของไทยสืบไป ..."
ต่อมาในปี 2548 พระใบฎีกาสายชล จิตฺตกาโร เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทองรูปปัจจุบัน และคณะศิษย์ ได้ดำเนินการจัดสร้างรูปเหมือนหลวงปู่หลิว นั่งประทับพญาเต่าเรือน องค์ใหญ่ สูง 8 เมตร 1 ศอก กว้าง 6 เมตร 1 คืบ และยาว 8 เมตร 1 คืบ พร้อมด้วยวิหารครอบ เพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีของท่าน ซึ่งต่อมาถือเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ของเหล่าพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ ที่ต่างเดินทางมากราบสักการะขอพร อีกทั้งลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือน ด้วยความเชื่อว่าจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีอายุยืนยาว เช่นเดียวกับพญาเต่าเรือนและหลวงปู่หลิว ที่มีอายุยืนยาวถึง 95ปี
ด้านพระเครื่องวัตถุมงคลของหลวงปู่หลิวนั้น ท่านเริ่มสร้างตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2500 ที่วัดสนามแย้ โดยแรกเริ่มจะสร้างเป็นพระเนื้อผงก่อน จากนั้นก็จะมีเหรียญ รูปหล่อ พระบูชา พระสังกัจจายน์ พระปิดตา และเครื่องรางของขลัง แต่ที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือ เหรียญพญาเต่าเรือน ซึ่งท่านศึกษาวิชานี้มาจากหลวงพ่อย่น วัดบ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ลักษณะเป็นรูปเต่าแบบนูนต่ำเต็มตัว ปลายหัวด้านบนจะมีหูติดลักษณะเดียวกับหูเหรียญ ส่วนรายละเอียดในแต่ละรุ่นนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามวาระ และไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ถ้าลองได้ผ่านการปลุกเสกจากหลวงปู่หลิวมาแล้วละก็ เชื่อมั่นได้ในพุทธคุณอันครบถ้วน ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน ชาตรี โชคลาภ ทำมาค้าขาย เสริมบารมี หน้าที่การงาน ได้อย่างดีเยี่ยม
ปิดท้ายด้วย คาถาบูชาพญาเต่าเรือน หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง ตั้งนะโม 3 จบ นะโมตัสสะ ภะคะวะโตอะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะ ภะคะวะโตอะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะ ภะคะวะโตอะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะ มะ พะ ทะ
นา สัง สิ โม
สัง สิ โม นา
สิ โม นา สัง
โม นา สัง สิ
นะ อุ ทะ กะ
เม มะ อะ อุ อะ
ผมมีโอกาสได้เยี่ยมชมวัดไร่แตงทอง และสัมผัสบรรยากาศความศรัทธาที่สูงส่งของหลวงปู่หลิว ปณฺณโก พระเกจิอาจารย์ผู้มีอภิญญาคมเข้มขลัง ที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศและต่างประเทศให้ความเคารพอย่างลึกซึ้ง ที่วัดไร่แตงทอง ผมเห็นรูปหล่อหลวงปู่หลิวที่นั่งประทับบนพญาเต่าเรือนขนาดใหญ่ ตรงนี้เป็นสถานที่สำคัญที่ผู้แสวงบุญมักมากราบขอพรและลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคลและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ เหตุผลหนึ่งที่พญาเต่าเรือนเป็นสัญลักษณ์นิยมของหลวงปู่หลิว คือเต่าเป็นสัตว์ที่สื่อถึงความมั่นคง อายุยืนยาวและความสง่างาม ซึ่งสะท้อนถึงชีวิตและคุณธรรมของหลวงปู่หลิวที่มีอายุยืนถึง 95 ปี สิ่งที่ผมชื่นชอบคือประวัติการเรียนวิชาช่างไม้และการแพทย์สมุนไพรของท่านที่ผสมผสานกับวิชาคาถาอาคมที่ได้ร่ำเรียนจากอาจารย์ชาวกะเหรี่ยง ทำให้หลวงปู่หลิวมีความรู้รอบตัวและมีเมตตาธรรมสูง มากไปกว่านั้น ท่านยังตั้งใจสร้างวัดไร่แตงทองด้วยเงินบริจาค เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และส่งเสริมให้การบำเพ็ญบุญเข้าวัดเป็นวัฒนธรรมที่ยั่งยืน การสร้างเหรียญพญาเต่าเรือนของหลวงปู่หลิวตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 นั้น ถือเป็นงานที่มีคุณค่าทางจิตใจและวัฒนธรรม ที่มีทั้งพระเนื้อผง เหรียญ รูปหล่อ และพระบูชา ซึ่งแต่ละรุ่นมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์และพุทธคุณที่หลากหลาย ทั้งเมตตาแคล้วคลาดและค้าขาย การปลุกเสกด้วยวิชาพุทธาคมชั้นสูงของหลวงปู่หลิวที่ได้รับการยอมรับ ทำให้วัตถุมงคลเหล่านี้กลายเป็นที่ต้องการและมีคุณค่าหายากสำหรับนักสะสมและผู้ศรัทธา นอกจากเล่าเรื่องของหลวงปู่หลิว ผมขอแชร์ประสบการณ์การสวดคาถาบูชาพญาเต่าเรือน ซึ่งช่วยสร้างความสงบและความมั่นใจใจในชีวิตประจำวัน คาถานี้นอกจากใช้บูชาพระเครื่อง ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้มีความอดทนและความมุ่งมั่นคล้ายกับเต่าที่เดินอย่างมั่นคงและช้าๆ ถือเป็นพลังใจที่ดีสำหรับผู้แสวงหาความสงบและพัฒนาตนเอง โดยรวมแล้ว หลวงปู่หลิว ปณฺณโก ไม่เพียงแต่เป็นพระเกจิที่ทรงอภิญญาแต่ยังเป็นต้นแบบของความเพียรพยายามและความมีเมตตาที่ลงมือสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างแท้จริง การศึกษาประวัติและวัตถุมงคลของท่านไม่ได้เพียงแค่เรื่องความศรัทธา แต่ยังสะท้อนถึงศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
🥰🤩👍❤️😂