รีวิวน้ำหอมที่ถูกและติดทน มัดรวมมาแล้วจากคนใช้จริงโนสปอนค่า🤲👅
มาค่าหลังจากหายไปนานมากๆ คือไม่ว่างอัพคอนเท้นเลยช่วงนี้ แต่กลับมาแล้วนะคะ🙌 จริงๆมีน้ำหอมมากกว่านี้ที่ชอบ แต่ว่าวันนี้หยิบมาแค่ 5 ตัวก่อนที่รู้สึกว่ากลิ่นหอมแล้วก็ติดทนจริงๆเหมาะกับหลายโอกาสและราคาก็ไม่แพงด้วยคือไม่เกิน 300 บาทแอบงงอยู่เด้อ
มารีวิวตัวแรกเลยละกัน
1. Kiss my body - Caramel creamy
ติดทน 1000/10 🫦
ความหอม 10/10
ความฟุ้ง 10/10
- สำหรับตัวแรกคือตัวนี้ค่อนข้างที่จะหอมและติดทนมากๆ ด้วยความที่กลิ่นน้องเป็นหวานคล้ายๆน้ำตาลไหม้แล้วก็ปนคาราเมลซึ่งมันเลยทำให้ติดทนมากกกกก แต่ไม่แนะนำให้ฉีดวิ่งออกกำลังกายหรือว่าฉีดหน้าร้อนเพราะมันจะทำให้เลี่ยนได้ คือเลี่ยนเลยละ ชวนคนปวดหัวเลย555555555 อาจจะยังๆ นี่รู้สึกว่าถ้าจะฉีดตัวนี้อ่ะ ควรฉีดในห้องแอร์ทำงานในห้องแอร์มากกว่านะ
📍พิกัด: BLQ-BVQ-MJA (ในแอปส้ม)
2. Yara
ติดทน 9/10
ความหอม 8/10
ความฟุ้ง 8/10
- มาจ้าตัวป่วนของเราในวันนี้ ตอนแรกที่ได้น้ำหอมขวดนี้มาแว๊บแรกที่ฉีดคือรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เยอะมากกกกกกกกกกกก แต่พอกลิ่นมันเริ่มอยู่บนผิวไปสักพักมันจะเริ่มมีกลิ่น ตอนแรก
อ่ะรู้สึกว่ากลิ่นมันค่อนข้างที่จะแน่นตึบๆ แอบมึนหัวรู้สึกอึดอัดเลยแหละแต่พอไปเรื่อยๆเออมันหอมนะแล้วมันก็มีความแบบนึกถึงกลิ่นนั้นอยู่ตลอดเวลาฟิวเหมือนมีคนฉีดกลิ่นนี้แต่พอเค้าออกจากห้องไปกลิ่นมันก็ยังอยู่อะไรแบบนี้ กลิ่นค่อนข้างแปลกนะสำหรับเรา กลิ่นสวยแบบแปลกๆ555555555 ก็ได้อยู่แหละ
📍พิกัด: AQC-VBR-BSG (ในแอปส้ม)
3. Bangkok premium perfume
ติดทน 10/10
ความหอม 100000000/10 🫶🏻
ความฟุ้ง 9/10
- มาจ้าตัวนี้หอมมากๆ หอมสุดๆ จริงๆตัวเนี่ยเพื่อนรีวิวมาบอกว่ามันจะมีกลิ่นนึงที่คนทักค่อนข้างเยอะแล้วก็ติดทนมากจริงๆแบบว่าขนาดไม่อยู่ในห้องแล้วกลิ่นก็ยังอยู่อะไรอย่างเงี้ย เราซื้อกลิ่นมัจฉะ 26 มารู้สึกว่ากลิ่นหอมมากๆแล้วก็เหมือนเคาเตอร์แบรนด์มากๆอ่ะ ติดทนระดับนึงเลย นี่เลยรู้สึกว่าถ้าใครอยากจะลองใช้น้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์แต่งบไม่อำนวยให้ลองมาใช้ของอันนี้ดูก่อน นี่ว่าเทียบกันได้ดีเลย เริ่ดเลยละ
📍พิกัด: AZJ-TPG-TSR (ในแอปส้ม)
4. Lilith & eve
ติดทน 8/10
ความหอม 10/10
ความฟุ้ง 8/10
- ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่หอมและขวดสวยมาก5555555 จริงๆซื้อเพราะขวดค่ะ ขวดติดแกรมสวยงามมากแต่กลิ่นก็ไม่น่าเชื่อว่าจะหอมขนาดนี้ เราซื้อกลิ่น siren มาซึ่งหอมมากๆอ่ะมันเป็นหอมวานิลาแล้วก็มีความแหลมของกลิ่นดอกส้ม แต่มันไม่ได้แหลมแบบโดดขนาดนั้น รู้สึกว่ากลิ่นมันนัวอ่ะ นัวกว่า yara อีก😭 โดยรวมคือจึ้ง เริ่ดอ่ะ มีความ Dark feminine เลยแหละ ไม่เหมาะกับสาวหวานวะอันนี้ ถ้าคนจะฉีดน้ำหอมกลิ่นนี่ ต้องเป็นคนที่แต่งหน้าหนักแล้วก็มีความอายแชโดว์เข้ม สโมคกี้อายอะไรแบบเนี่ย เป๊ะเลย สำหรับกลิ่น Siren นะคะ
📍พิกัด: BLC-WCX-XEH (ในแอปส้ม)
5. Esxense queen perfume body oil
ติดทน 7/10
ความหอม 100/10
ความฟุ้ง 5/10
- มาค่ะน้องคนเล็ กตัวสุดท้าย น้องคนนี้หอมมากๆแบบจิ๋วแต่แจ๋ว เรื่องคะแนนความหอมคือให้ 100 เต็ม 10 เลยมี 100 ให้ 100 มีล้านให้ล้าน ส่วนตัวที่รู้สึกว่าน้องกลิ่นคล้ายๆกับน้ำหอมแจนยัว Kiss Me More นะ แต่ว่าของน้องตัวเนี่ยจะไม่มีความกลิ่นคาราเมลเหมือนของแจนยัว น้องตัวนี้คือซื้อได้ตามเซเว่นเลยแล้วก็ราคาถูกที่สุดในบรรดา 5 ตัวนี้ กลิ่นน้องมันหวานคุณหนูมากๆเลยอ่ะสำหรับผู้หญิงสายหวานสายแต่งหน้าโตว่อินลอนผมใส่ชุดสีชมพูเลยละ
📍พิกัด: ในเซเว่นทุกสาขา
สุดท้ายนี้ขอยกมงให้น้อง bangkok premium perfume ค่ะ55555 ความชอบส่วนตัวคือให้ตัวนี้จริงๆเพราะหอมคือกลิ่นมันถูกจริตฉันด้วยแหละเอาจริงๆ แล้วฉันเป็นคนชอบโน้ตกลิ่นมัจฉะไงแล้วตัวนี้ก็มีความมัจฉะ คือกลิ่นมันก็บอกอยู่ว่าเป็นมัจฉะ😓เดี๋ยวรอบหน้ามารีวิวน้ำหอมมัจฉะละกัน เพราะไอเลิฟมากๆ🍵🍵☕️
หลายคนเสิร์ชคำว่า “glowleaf” แล้วอาจกำลังหาน้ำหอมแนวหอมละมุนให้ลุคดูสะอาดใส/ผิวโกลว์ ๆ หรือกำลังหาตัวเลือกน้ำหอมราคาน่ารักที่ใช้ได้ทุกวัน เราเลยขอเสริมจากรีวิว 5 ขวดที่คัดมา (ไม่เกิน 300 บาท) ด้วยทริคเลือกกลิ่น + วิธีฉีดให้ “ติดทนขึ้นจริง” แบบที่ทำเองแล้วเวิร์กค่ะ 1) ถ้าอยากได้ฟีล Glowleaf แบบ “สะอาดละมุน” ให้โฟกัสโทนกลิ่นก่อน - โทนหวานนัว (คาราเมล/วานิลา): ให้ลุคคุณหนู อบอุ่น เหมาะห้องแอร์หรือกลางคืน ถ้าอยู่กลางแดดอาจเลี่ยนได้ง่าย (คล้ายฟีล Kiss my body - Caramel creamy) - โทนแป้ง ๆ/ครีมมี่/ดอกไม้ขาว: จะให้ความสะอาด นุ่ม แต่ยังมีเสน่ห์ เหมาะฉีดไปเรียน/ไปทำงาน (ถ้าชอบแนว Dark feminine ก็ไปทาง Lilith & eve กลิ่น Siren ได้เลย) - โทนชาเขียว/มัจฉะ: สดชื่นแบบผู้ดี หอมแพงแต่ไม่ตะโกน (Bangkok premium perfume กลิ่นมัจฉะ 26 คือแนวนี้) 2) วิธีฉีดให้ติดทน (โดยเฉพาะน้ำหอมราคาน่ารัก) - เตรียมผิวก่อนฉีด: อาบน้ำเสร็จทาโลชั่น “ไม่มีกลิ่น” หรือวาสลีนบาง ๆ ที่จุดชีพจร แล้วค่อยฉีด น้ำหอมจะเกาะผิวดีขึ้นมาก - ฉีดเป็นเลเยอร์: ถ้าเป็นคนเหงื่อออกง่าย ให้ฉีด 2 จุดที่ผิว + 1 จุดที่เสื้อ (ตรงไหล่/ชายเสื้อ) จะติดนานแบบยังไม่ฉุน - ระวังการถูข้อมือ: หลายคนฉีดแล้วถูข้อมือแรง ๆ กลิ่นจะเพี้ยนและจางไวกว่าเดิม 3) เลือกให้เหมาะอากาศไทย ลดโอกาส “หอมแต่ปวดหัว” - วันร้อน/กิจกรรมกลางแจ้ง: เลี่ยงกลิ่นหวานน้ำตาลไหม้แน่น ๆ เพราะมันจะฟุ้งหนักและชวนเวียนหัว ให้เลือกกลิ่นที่โปร่งขึ้น หรือฉีดน้อยลงครึ่งนึง - วันทำงานห้องแอร์: กลิ่นหวานนัวจะเด่นมาก ฉีด 2-3 สเปรย์กำลังดีและติดทนทั้งวัน 4) ทริคเทสกลิ่นให้ตรงใจ (โดยเฉพาะถ้าเล็งตามรีวิว) - ฉีดแล้วรอ 10–20 นาทีค่อยตัดสิน เพราะช่วงแรกอาจได้กลิ่นแอลกอฮอล์นำ (บางตัวอย่าง Yara จะชัดช่วงเปิดกลิ่น) - ถ้ากลัวซื้อพลาด ให้เริ่มจากขนาดเล็ก/แบบสเปรย์ก่อน หรือเลือกที่หาซื้อง่ายอย่าง Esxense queen perfume body oil ในเซเว่น แล้วค่อยขยับไปตัวที่ติดทนกว่า ถ้าคุณกำลังหาแนว glowleaf แบบ “หอมสะอาดแต่ยังดูมีอะไร” เราแนะนำให้ลองโทนมัจฉะ/ชาเขียวเป็นตัวเริ่มต้นก่อน แล้วค่อยเสริมด้วยโทนวานิลาหวาน ๆ สำหรับวันที่อยากได้ลุคคุณหนูค่ะ
