สาวกมาสด้าคงจะรอมานานมากเลยใช่ไหมคะกับ โมเดลใหม่
(เพราะว่าตัวเก่าลากขายจนไม่รู้จะอัปเดตอะไรเพิ่มแล้ว)
แต่ยอมรับค่ะว่าคุณภาพเค้าดีจริงเพราะเราก็เป็นคนที่ใช้มาสด้า
ตัวเราเองเคยมีมาสด้า 2 และปัจจุบันแฟนเราก็ขับมาสด้า 3
📍 เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่งานมอเตอร์โชว์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยราคาค่าตัว 1,169,000 บาทในรุ่นพรีเมียม
และในรุ่น Exclusive 1,199,000 บาท ตัดสินใจไม่ยากเลยใช่ไหมคะเพราะว่าราคาตัวท็อปและตัวรองท็อปห่างกันเพียง 30,000 บาทเท่านั้น
💋 แต่แอบได้ยินมาว่าหลายคนเลือกตัวรองท็อปเพราะว่าไม่อยากเบาะสีน้ำตาลที่ดูมีอายุ แง้ววววววว
📍 ถึงจะนำเทคโนโลยีจากประเทศจีนมาใช้ (ChangAn) แต่ว่าก็ถูกนำมาพัฒนาต่อจากมาสด้าอยู่ดี ตกแต่งเสริมหล่อจากจีนกลายเป็นญี่ปุ่นแบบลงตัว ถึงแม้บั้นท้ายจะดูคล้าย Deepal L07 นิดนึง
📍 ปล่อยให้คาดเดาราคากันไปอยู่นานหลายคนคิดว่า 1,000,000 กลางแต่พอเปิดตัวราคามาปุ๊บหลายแบนมีหงาย เพราะว่าเพียงร้านต้นเท่านั้น ระยะทางวิ่งไกลได้ถึง 654 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งมาตรฐาน NEDC
📍 และรถรุ่นนี้ยังได้รับรางวัลworld car design 2026 เรื่องงานออกแบบดีไซน์หรูหราลงตัวแต่ทันสมัยต้องยกให้เค้าเลยค่ะ
#mazdathailand #mazda6e #mazda #รีวิวรถไฟฟ้า
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองติดตามและใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ มา Mazda 6e ถือเป็นอีกหนึ่งคันที่น่าจับตามองจริงๆ เพราะนอกจากจะเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าแล้ว การออกแบบยังมีความสวยงามและทันสมัยมาก จนทำให้รู้สึกว่า "สวยขนาดนี้ทําไมมาช้าจัง?" อย่างที่เป็นประโยคจากในภาพเลยทีเดียว
Mazda 6e นำเทคโนโลยีจากจีน (ChangAn) มาใช้เป็นพื้นฐาน แต่มีการพัฒนาต่อยอดโดยทีมงานมาสด้า ทำให้ได้ผลงานที่ผสมผสานความลงตัวแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ด้วยรูปโฉมที่ดูหรูหราคล้ายกับรถระดับพรีเมียม บั้นท้ายที่บางคนว่าใกล้เคียงกับ Deepal L07 แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบมาสด้าที่ไม่เหมือนใคร
สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือการที่รถสามารถวิ่งได้ไกลถึง 654 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งสำหรับการใช้งานจริงในเมืองกรุงหรือชานเมืองถือว่าเพียงพอมาก ช่วยลดความกังวลเรื่องการชาร์จไฟบ่อยครั้งได้ดี
ราคาที่เปิดตัวในไทยนั้นอยู่ในช่วง 1,169,000 ถึง 1,199,000 บาท ซึ่งแอบมีแรงจูงใจให้เลือกซื้อรุ่น Exclusive ที่มีความคุ้มค่ามากกว่ารุ่น Premium แค่ต่างกัน 30,000 บาท โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบเบาะหนังสีน้ำตาลซึ่งอาจดูเก่าไปนิด จะเลือกตัวรองท็อปแทน ซึ่งก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจและมีผลต่อการตัดสินใจซื้อด้วย
ถ้าใครที่เคยใช้รถมาสด้ามาก่อนอย่าง Mazda 2 หรือ Mazda 3 อย่างที่ผู้เขียนได้สัมผัสมาแล้วก็น่าจะเข้าใจถึงอรรถรสในการขับขี่และความน่าเชื่อถือที่มาสด้าให้ประสบการณ์ไว้ได้ดี คันนี้จึงเป็นการเติมเต็มนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ยุคไฟฟ้าได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนตัวอยากแนะนำให้ไปลองสัมผัสตัวจริงดูที่โชว์รูมหรือมอเตอร์โชว์ครั้งหน้า เพราะนอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว คุณภาพการประกอบและฟีลลิ่งการขับขี่จะช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารถไฟฟ้าคันนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์แค่ไหน อีกทั้งยังได้เห็นรายละเอียดภายในที่สัมผัสได้ "ตามมาตรฐาน Mazda" อย่างแท้จริง
Mazda 6e ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของมาสด้า ที่ขยับเข้าสู่ยุครถไฟฟ้าอย่างเต็มตัวและยังรักษาคุณภาพ งานออกแบบที่ได้รับรางวัล World Car Design 2026 ยืนยันได้ว่า ดีไซน์นั้นไม่เป็นรองใครในตลาดรถไฟฟ้าตอนนี้เลย