กระเป๋าอะไรทำไมจุของได้เยอะมาก
#กระเป๋า #กระเป๋าใส่ของได้เยอะ #ของดีบอกต่อ #รีวิวของดีบอกต่อ
ตั้งแต่ได้ลองใช้กระเป๋า “ใบเล็กแต่จุของได้เยอะ” แบบนี้ บอกเลยว่าประทับใจมาก เพราะหน้าตาดูไม่ใหญ่ แต่เวลาใช้งานจริงกลับใส่ของได้ครบแบบไม่ต้องพกถุงเพิ่ม ใครที่กำลังมองหากระเป๋าใส่ของได้เยอะสำหรับชีวิตประจำวัน อันนี้คือแนวที่ควรลองค่ะ ของที่เราลองใส่เป็นประจำ (เพื่อวัดความจุแบบใช้งานจริง) - โทรศัพท์ + พาวเวอร์แบงก์ + สายชาร์จ - กระเป๋าสตางค์/ซองใส่บัตร - กุญแจบ้าน/รถ - ทิชชู่ + แอลกอฮอล์เจลขวดเล็ก - ลิป/แป้งพัฟ/กระจกพกพา - หูฟัง บางวันยังยัดร่มพับเล็กๆ หรือขวดน้ำไซซ์เล็กได้อีก (แล้วแต่ทรงกระเป๋า) คือกระเป๋าใบแค่นี้ จุของได้เยอะเกินไปไหม! ฟีลนั้นเลย ทริคจัดกระเป๋าให้ “จุได้เยอะ” แต่ไม่รก 1) แยกของเป็นหมวดด้วยซองเล็กๆ: เช่น ซองเครื่องสำอาง ซองสายชาร์จ ซองยา จะช่วยไม่ให้ของกองรวมกันและหาง่ายมาก 2) วางของหนักไว้ชิดก้นกระเป๋า: อย่างพาวเวอร์แบงก์/กระเป๋าสตางค์ จะทำให้ทรงกระเป๋าไม่เสียและไม่ถ่วงข้างใดข้างหนึ่ง 3) ใช้ช่องเล็กให้คุ้ม: ช่องซิปด้านในเหมาะกับของสำคัญ เช่น บัตร/เงินสด/กุญแจ ลดโอกาสหล่นหาย 4) ไม่พก “เผื่อ” เกินจำเป็น: ถ้าอยากให้กระเป๋าทรงสวย แนะนำคัดของที่ใช้จริงในแต่ละวัน แล้วสลับตามสถานการณ์ เลือกกระเป๋าแบบไหนถึงจะจุของได้เยอะจริง - ทรงก้นกว้าง/มีฐาน: จะใส่ของเป็นชั้นๆ ได้ดี ไม่เบียดกัน - มีซิปปิด: ของไม่หล่น และยัดของแล้วกระเป๋ายังดูเรียบร้อย - สายสะพายปรับได้: พอใส่ของเยอะ น้ำหนักเพิ่ม สายที่ปรับได้จะช่วยให้สะพายสบายขึ้น - วัสดุไม่อ่อนย้วยเกินไป: ถ้านิ่มมาก เวลาใส่ของหนักจะบิดและหยิบยาก โดยรวมถ้าใครชอบกระเป๋าที่ “ดูเล็ก แต่ใช้งานจริงจุของได้เยอะ” แนวนี้เหมาะมาก โดยเฉพาะวันเร่งรีบที่อยากหยิบของไวๆ แถมยังเข้ากับหลายลุคด้วย ใครมีทริคจัดกระเป๋า หรืออยากให้ลองใส่ของอะไรเพิ่ม คอมเมนต์บอกกันได้นะคะ





