Automatically translated.View original post

Boiled stone bananas

Boiled stone bananas are a healthy food. The hallmark is high in digestion-resistant starch, which reduces sugar absorption, makes low energy, good for weight control and diabetes. It has the effect of coating the stomach and treating acid reflux diseases. It is popular to boil whole peels to get the softer and most beneficial meat.

The properties of boiled stone bananas and their parts:

Treating Gastric and Acid Reflux Disease: Raw and Heck Fruit Boiled, Astringent Effects, Helps Gastric Coating

Sugar and Weight Control: Stone Bananas Have High Starch Resistant, Body Change Flour to Sugar Slower, Fits Diabetic Patients

Diarrhea Fix / Twist: Raw effect and drinking boiled root part. High tannin content helps to heal the intestines.

Nourishing Health: As a Source of Vitamin B6, Potassium, and Magnesium

Other parts: Pleiades help reduce blood sugar, banana scabies are used to wash the digestive tract.

3/25 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “กล้วยหินต้ม” ต่างจากกล้วยต้มทั่วไปยังไง และต้มแบบไหนถึงได้ประโยชน์ ฉันลองทำเองบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงอยากคุมของหวาน เลยสรุปเป็นแนวทางแบบบ้านๆ ที่ทำตามได้ง่ายค่ะ 1) เลือกกล้วยหินแบบไหนถึงเหมาะต้ม - ถ้าเน้นคุมน้ำหนัก/น้ำตาล: เลือก “ห่ามๆ” คือเหลืองปนเขียวหรือยังดิบอยู่เล็กน้อย เพราะมักมีแป้งทนการย่อย (Resistant starch) สูงกว่า ทำให้อิ่มนานและน้ำตาลขึ้นช้ากว่า - ถ้าชอบนุ่มหวานขึ้น: เลือกเหลืองมากขึ้น (แต่ยังไม่งอมจัด) รสจะหวานกว่า เนื้อจะนิ่มกว่า แต่อาจอิ่มสั้นกว่าแบบห่าม 2) วิธีต้มกล้วยหินทั้งเปลือกให้นุ่มหนึบ จากที่ลองเอง “ต้มทั้งเปลือก” จะช่วยกักความชื้น ทำให้เนื้อหนึบและไม่เละง่าย - ล้างกล้วยหินทั้งหวี/ทั้งลูกให้สะอาด (ถ้ามียางติดมือ ล้างน้ำไหลแล้วพักให้ยางแห้งนิดนึง) - ตั้งหม้อใส่น้ำให้ท่วมกล้วย เติมเกลือปลายช้อนชา (ช่วยให้รสกลมและลดความฝาดบางส่วน) - ต้มไฟกลางจนเดือด แล้วลดเป็นไฟอ่อนคงที่ - ระยะเวลาโดยประมาณ: ลูกขนาดกลาง 25–35 นาที / ลูกใหญ่ 35–45 นาที เคล็ดลับ: ใช้ส้อมจิ้ม “ผ่านเปลือก” ถ้าจิ้มแล้วนิ่มลง แสดงว่าเริ่มสุกดี พักให้คลายร้อนก่อนปอก จะปอกง่ายและเนื้อเซตตัวหนึบขึ้น 3) กินตอนไหนและกินคู่กับอะไรดี - ฉันชอบกินเป็นมื้อเช้าหรือของว่างช่วงบ่าย เพราะช่วยอยู่ท้อง - ถ้าต้องการคุมแคล/คุมน้ำตาล แนะนำกินเปล่าๆ หรือจิ้มเกลือเล็กน้อย แทนการราดน้ำกะทิ - ถ้าอยากให้เป็นมื้อที่สมดุลขึ้น ลองกินคู่โปรตีนเบาๆ เช่น ไข่ต้ม/โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (เลือกแบบน้ำตาลต่ำ) จะอิ่มนานกว่า 4) ข้อสังเกตเรื่อง “สรรพคุณ” ที่หลายคนค้นหา - คนที่มีกรดไหลย้อน/ระคายท้อง: แบบห่ามต้มมักฝาดนิดๆ บางคนรู้สึกสบายท้อง เพราะเนื้อมีความหนึบและไม่หวานจัด (แต่ถ้ามีอาการเฉพาะตัว แนะนำเริ่มทีละน้อย) - สายคุมเบาหวาน: จุดเด่นคือ Resistant starch ช่วยให้การย่อยและการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลช้าลง แต่ปริมาณที่กินยังสำคัญ—ฉันจะเริ่ม 1 ลูกก่อน แล้วดูระดับน้ำตาล/ความอิ่มของตัวเอง 5) เก็บยังไงให้อร่อย - กล้วยหินต้มที่เหลือ เก็บตู้เย็นได้ 2–3 วัน (ใส่กล่องปิดฝา) - อุ่นซ้ำด้วยนึ่งหรือไมโครเวฟแบบคลุมฝา จะยังหนึบ ไม่แห้งแข็ง ถ้าใครได้กล้วยหินจากแถว “บันนังสตา” หรือแหล่งปลูกขึ้นชื่อ ลองต้มทั้งเปลือกดูค่ะ เนื้อจะหนึบแน่นเป็นเอกลักษณ์ กินแทนขนมหวานได้ดีมาก โดยเฉพาะช่วงอยากคุมอาหารแบบไม่เครียด