econ mfu จบแล้วว✨

สวัสดีทุกคนอีกครั้งง🙏

สำหรับใครที่ตามมาจากโพสที่แล้ว ขอขอบคุณที่ติดตามกัน ส่วนใครมาใหม่ก็ไม่ต้องกลัวจะไม่รู้เรื่อง เพราะนี่คือ "4 ปีในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง" ฉบับย่อจาก 4 ปีเหลือ 1 บทความ(มั้ง)

ชีวิตหลังเรียนจบที่มีมหาลัยในฝันรออยู่เหมือนจะสดใสสำหรับน้องเฟรชชี่คนนี้ แต่ปี 2021 มีอะไรคะ ติ้กต้อก ๆ

"โควิด"

ใช่ค่ะ นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องเรียนออนไลน์ ทำกิจกรรมก็ทำผ่านเว็บไซต์ของม. ไหนคะขันโตกที่อยากกิน ไหนคะกิจกรรมทำความรู้จักเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกอย่างจบสิ้น จะบินลัดฟ้าไปสูดอากาศที่เชียงรายยังทำไม่ได้ จบ 1 เทอมไปพร้อมหน้าจอคอมที่บ้านพร้อมเพื่อนใหม่ 0 คน ตอนนั้นท้อแท้มาก ๆ ทั้งหมดไฟในการเรียน ทั้งอยากซิ่ว ตอนนั้นคุยกับที่บ้านทุกวันว่าจะซิ่ว สุดท้ายมองค่าเทอมแล้วเสียดาย ทำไมเราต้องเสียเงินให้ม.ทั้งที่เรายังตักตวงไม่เต็มที่! ก็ฝืนเรียนเอาสุดท้ายเลยเรียนแบบไม่สนุกแล้ว นี่แหละจุดเริ่มต้นความชิปหายตลอด 4 ปี

เริ่มต้นชีวิตเด็กปี 1 ด้วยวิชาปูพื้นฐานมากมาย อาจารย์สอนดีมาก ๆ ทุกคน เนื้อหาไม่ยากเลยแม้ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าใครจะเรียนเศรษฐศาสตร์แล้วกลัวพื้นฐานไม่ดี บอกเลยว่าที่ม.แทบจะจับมือเรียน พื้นฐานเศรษฐศาสตร์ที่สอนยันว่าแกนแนวตั้งและแกนแนวนอนเรียกว่าอะไร เห็นไหมสอนหมดตั้งแต่ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ ภาษาอังกฤษก็ไม่ต้องกลัวเพราะว่าสำหรับนักศึกษาที่คะแนนภาษาอังกฤษน้อย(ไม่แน่ใจตอนนี่ใช้คะแนนอะไร แต่ปีเราเขาใช้คะแนนo-net)ทางม.ก็มีวิชา IE ก็คือการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ภาษาอังกฤษขั้นต้นได้ ขนาดนี้แล้วอาจจะยังไม่มั่นใจตอนเริ่มเรียนเทอม 1 ก็ยังมีวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารให้น้อง ๆ ได้เพิ่มความมั่นใจอีกรอบด้วย! นอกจาก 2 วิชานี้ IT และคณิตศาสตร์ก็มีปูพื้นฐานให้เหมือนกัน เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าจบสายศิลป์มาจะเรียนเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ แถมอาจารย์ก็คอยสนับสนุนตลอด เพราะงั้นจังหวะนั้นชีเชิ่ดหน้าแล้วว่าเรียนรอดแน่นอน แต่ความรู้สึกคนมันไม่แน่ไม่นอนค่ะ เริ่มไปได้ประมาณ 2 เดือน อย่างที่บอกไปข้างบนว่าหมดไฟ เบื่อ เหตุผลหลักเลยคือการเรียนออนไลน์มันไม่สามารถดึงดูดความสนใจเราได้ 100% ดูจอ 3 ชม.ทุกวันมันเริ่มไม่ไหว สายตาเริ่มมองหน้าต่าง มองแมว มองนก มองไปเรื่อย แล้วก็เป็นช่วงที่ตัดสินใจแล้วด้วยว่าจะซิ่วเพราะไม่ชอบเลย ไม่อยากเรียนออนไลน์ ช่วงครึ่งเทอมแรกคะแนนออกมาเริ่ดมาก ครึ่งเทอมหลังคืออะไร จังหวะที่ชีวิตได้เกรด 2.9 ครั้งแรกพี่บอกเลยว่ากรี้ด ชีวิตตกต่ำขนาดนี้ได้ยังไง ไม่โอเค ดิ่งค่ะ

สุดท้ายเทอม 2 เอาใหม่ ชีวิตเริ่มดีขึ้นเกรดดึงกลับมา 3 ได้พี่ก็สบายใจ แถมยังมีความสุขสุด ๆ เพราะได้ไปอยู่เชียงรายแล้วค่ะ! อากาศหนาวแบบชีวิตไม่ได้สัมผัสมานาน การผจญภัยครั้งใหม่ นี่แหละชีวิต

แต่! โควิดยังไม่หมด ฝุ่นก็มาเพิ่มอีก เรียกได้ว่าปอดทำงานหนักมาก ไม่รู้จะเลือกแมสใส่ยังไงเลย จะกันโรคหรือกันฝุ่นดี😔

นอกจากเรื่องร้าย ๆ แล้วในที่สุดน้องเฟรชชี่คนนี้ก็ได้ร่วมกิจกรรมพี่รหัสกับคนอื่นเขา! แต่เข้าไปเช็คในระบบเท่านั้นแหละ อือ... ไม่มี ไม่มีเลยเจ้าค่ะ มีแค่ว่าที่พี่บัณทิตที่กำลังจะจบ🥲 หมดแล้วชีวิตมหาลัยในฝัน แต่ถึงคนจะน้อยสุดท้ายก็แฮปปี้และรักกันดีคับ พี่ ๆ ซัพพอร์ตเรามาก ๆ มีอะไรก็พร้อมจะให้คำตอบ พร้อมช่วยเหลือ ที่สุดคือไปงานรับปริญญาแล้วพี่ ๆ เขาเลี้ยงข้าว เลี้ยงอะไรเต็มไปหมด บรรทัดฐานการเป็นพี่รหัสเราสูงถึงฟ้า ได้มายังไงก็อยากส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้น้องและแน่นอนว่าน้อง ๆ ได้สิ่งนั้น!(มั้ง)

นรกเริ่มขึ้นตอนนี้แหละ ปี 2 ของพวกอยู่ไกลบ้านครั้งแรก

'homesick'

จริง ๆ จะบอกว่าคิดถึงบ้านมันก็ไม่ได้ขนาดนั้น(ขนาดนั้น) มันมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งงานกลุ่มที่มันคุมไม่ได้ แล้วก็เนื้อหาวิชาที่มันเข้มข้นขึ้นมาก ส่วนตัวอย่างที่บอกว่าปี 1 มันมีช่วงที่ไม่ตั้งใจเรียน พอมาตามอ่านตามเก็บอะไรหลาย ๆ อย่างเลยเรียนเข้าใจช้ากว่าคนอื่น ดังนั้นน้อง ๆ ที่อยากเข้าเศรษฐศาสตร์หรือกำลังเรียนปี 1 อยู่อยากให้ทำความเข้าใจเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานเยอะ ๆ เพราะมันใช้ตลอดไปเลย แล้วเราเป็นพวกกลัวความผิดพลาด ไม่ชอบเลยแหละ ทำให้เวลาที่พลาดเราจะเครียดมาก หมกมุ่นกับมัน ก็คือเป็นคนรับมือกับความผิดพลาด/ความผิดหวังได้น้อย(ก็ปกติทำได้หมด) สุดท้ายก็เครียดหนัก อยู่คนเดียวก็ร้องไห้ ออกข้างนอกเจอคนก็เวียนหัวจะอ้วก อดทนกับตัวเองเกือบ 3 เดือนได้มั้ง จนทนไม่ไหวโทรไปร้องไห้กับที่บ้าน ความแตก ทุกคนแตกตื่น จบด้วยการที่จองตั๋วบินกลับบ้าน วิชาไหนที่ให้เรียนออนไลน์ได้ สอบออนไลน์ได้ก็เรียน วิชาไหนที่ต้องเรียนที่ห้องเท่านั้นก็ถอน จริง ๆ ความรู้สึกก็ติดมาจนถึงทุกวันนี้ว่าตัดสินใจได้แย่จัง ทำไมไม่ทนเรียน อีกไม่กี่เดือนก็มาอยู่บ้านยาวแล้ว เพราะตอนนั้นเทอม 2 แล้ว แต่อีกมุมก็คิดว่าดีแล้วที่กลับ ทนไปไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายเกรดออกมาก็แย่กว่าเดิม แต่ก็ปรับทัศนคติกับที่บ้านเลยปล่อยผ่านหลาย ๆ อย่างไปได้ แล้วก็รู้สึกว่าเคร่งครัดกับตัวเองเกินไปรึเปล่า

สุดท้ายปี 3 มันถึงเฮงซวยยังไงละ! เพราะคิดว่าไม่ต้องเคร่งมาก ไม่ต้องเครียดมาก เรียนแบบปล่อยใจ สุดท้ายปล่อยเกรดไปด้วย🥲 ชีวิตแบบอารมณ์นำทางสุด ๆ อะไรที่ไม่ชอบก็ไม่สนใจ เลยกลายเป็นเรียนแบบรู้เรื่องครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ปี 3 เป็นปีที่ชอบที่สุด งงไหม😂 เพราะมีวิชาที่ชอบเยอะ เราสนุกกับเพื่อนมากขึ้น อาการ homesick ก็ไม่ได้เป็นเลยตลอดที่เรียน จริง ๆ กิจกรรมเยอะมาก เนื้อหาก็เรรียด กิจกรรมก็เครียด แต่อย่างทีาบอกว่าตอนปี 2 ไปปรับทัศนคติมาละ ตอนขึ้นปี 3 ก็รู้ตัวแล้วว่าเรารับความกดดันได้ดีขึ้น จัดการอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น แต่กลายเป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียนเฉยเลย😂 เหมือนกับปล่อยวางเกินไป เอาแค่เรียนสนุกแล้วสอบผ่านก็พอ ก็เลยทำให้ชิปหายต่อเนื่องมาจนถึงปี 4 ที่ต้องทำวิจัย บอกตามตรงว่าวิจัยที่ทำออกมาแย่มาก แย่จนคิดว่าจบช้ากว่าเพื่อนก็ไม่เป็นไร ขอทำใหม่เหอะ คือถ้าให้คะแนนคงเป็นแบบกลางไปทางต่ำ ไม่พอใจในคุณภาพขนาดนั้น แต่ผลสรุปจากการพรีเซ็นและงานที่ส่งคณะอาจารย์ก็ให้ผ่าน(แบบอาจารย์ที่ปรึกษาเหนื่อยกับเรามาก ๆ ซึ่งเราก็รู้สึกแย่นะที่ทำอาจารย์เสียเวลา)และเกรดมันก็ออกมาแย่นั้นแหละ รับไม่ได้ถึงขนาดไม่เปิดอ่าน ปิดผนึก อยากลบทิ้งด้วยซ้ำ🤣

อ๋อใช่ ปี 4 เทอม 2 ก็ต้องฝึกงาน! จริง ๆ รีบเลือกเกินก็ได้อะไรที่ทั้งสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน สุขที่เจอคนดี ๆ ทุกข์ที่ไม่มีอะไรทำ ไปฝึกงานก็อยากทำงาน แต่พอไม่ได้ทำเลยซึมน่ะ😔

สรุปว่าตลอดที่ผ่านมาเป็น 4 ปีที่ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องเรียนแล้วก็เรื่องชีวิตสุด ๆ เป็นอะไรที่ตลอด 19 ปีมันไม่เคยมีจริง ๆ ก็เลยเข้าใจว่าทำไมเรียนมหาลัยแล้วทุกคนดูโตขึ้นทันที

สำหรับคนที่มาจากโพสก่อนหน้า อาจจะมีคำถามว่าแล้วในเหตุผลมากมายที่เลือกเข้าเรียนที่นี่ ยังมีอะไรที่ตรงบ้าง

- การเรียนแบบ track แน่นอนว่ารู้ตอนปี 1 เทอม 2 ที่เฉลยสายรหัสค่ะ พี่รหัสเล่าให้ฟัง เราก็เลยรู้ว่ามันยกเลิกไปแล้ว แต่จริง ๆ ถ้าเปิดเทียบวิชาแล้วลงเรียนเองก็เหมือนลง track นั้นแหละค่ะ(แต่อาจารย์เศรษฐศาสตร์มีน้อยมากก ก็เลยมีวิชาเปิดสอนไม่พอ)

- ไปศึกษานอกพื้นที่ที่ต่างประเทศ! (เที่ยวแบบหมู่คณะ) ปี 3 ก็พากันตะลอนไปลาวค่ะ! แต่ไปแบบลำบากนิดหน่อยเพราะนักศึกษาเงินบ๋อแบ๋ ไม่อยากออกเงินเพิ่มเลยได้นั่งรถตู้จากเชียงรายไปลงที่หนองคาย แล้วก็เข้าลาวจากชายแดนหนองคายค่ะ ถ้าถามว่าทำไมไม่เข้าทางเชียงรายก็บอกเลยว่า ลืมแล้ว... จำได้ว่ามีหลายสิ่งเกิดขึ้นมาก ทั้งคนที่ไม่มีพาสปอร์ตทำให้อยู่ลาวกันได้ไม่เกิน 3 วัน แล้วตอนแรกมีแพลนจะไปนั่งรถไฟความเร็วสูงของลาวแต่ก็ติดปัญหาเพราะเรื่องพาสปอร์ตเหมือนเดิม แล้วก็อาจารย์มีตัวเลือกมาให้ร่วมตัดสินเยอะมาก จำได้ว่ามีไปสิงคโปร์ด้วยมั้งแต่ต้องออกเงินกันเพิ่มเยอะอยู่ คือหลายอย่างมาก ๆ จนไปจบที่ทริป เชียงราย-หนองคาย-ลาว-อุบล ถึงจะบอกว่าเที่ยวแต่ก็เป็นการไปศึกษาดูงานจริง ๆ เพราะได้เข้าฟังโครงการ แผนงานต่าง ๆ ของจังหวัดซึ่งมันก็ว้าวนะ ดูเป็นมุมมองใหม่ ๆ ของภาครัฐ ในขณะที่เพื่อน ๆ ถามตอบกับผู้ว่าเราก็ใช้วิชานินจาหายตัว ขอเก็บข้อมูลดีกว่าไม่พร้อมใช้พลังงานใด ๆ ทั้งสิ้น ไปที่ลาวเราก็ได้เข้าไปชมโครงการหลาย ๆ อย่างที่เขากำลังทำ/พัฒนา เป็นทริปที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ทุกวินาที สนุกดีค่ะ เป็นการเที่ยวแบบโดนป้อนข้อมูลให้วิเคราะห์ตลอด เลยมีมุมมองไม่เหมือนที่เคยเที่ยวอย่างที่ผ่าน ๆ มา

- หลักสูตรภาษาอังกฤษที่จบมาแล้วภาษาต้องเริ่ด คือเริ่ดจริง หมายถึงส่วนตัวเราพูดกับใครไม่รู้เรื่องทั้งสิ้น broken ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อ๋อ! ปี 1 ปี 2 มฟล.บังคับเรียนจีนด้วย เราก็ได้จีนนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะงั้นก็ broken ภาษาจีนด้วยเลย

- บรรยากาศดี อาการศสดชื่นที่เคยวาดฝัน จบที่ฝุ่น จริง ๆ ฝุ่นมันไม่หนักทั้งปี ช่วงฟ้าใสก็มีเหมือนกัน แต่อากาศมันร้อน! แต่ตอนฤดูหนาวมันดีมากเลยนะ ไม่เรียนมฟล.ก็ได้แต่ต้องไแปนอนดอยเชียงรายตอนหน้าหนาวนะทุกคน ส่วนตัวชอบตอนปลายฝนต้นหนาว หมอกลงหนักมาก อากาศก็เย็น อยู่บนดอยแล้วฟินสุด ๆ

จบแล้วว 4 ปี นี่ไม่เรียกรีวิว นี่เรียกบ่น🤣 ถ้าทุกคนอ่านถึงตรงนี้ก็คงรู้สึกว่าเราไม่เก่งเลย จัดการอารมณ์ก็ไม่ดี จัดการชีวิตก็ไม่ดี ที่เราลงเพราะอยากเก็บไว้ค่ะ วันหนึ่งเราอาจจะลืมว่าที่เราจัดการตัวเองได้ดีขึ้นขนาดนี้มันเพราะอะไร มีใครคอยซัพพอร์ตเราบ้างในตอนนั้น อีกอย่างคนเราผิดผลาดแล้วก็จะพัฒนา! ถึงสุดท้ายจะออกมาแย่ แต่ก็รู้แล้วว่าทางที่ดีคือยังไง ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ🙏 เป็นกำลังใจให้ทุกความผิดพลาดคับ🫶👋

#แม่ฟ้าหลวง #เศรษฐศาสตร์ #econ #mfu

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
3/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมตลอดการเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้พบกับช่วงเวลาที่ท้าทายหลายอย่าง โดยเฉพาะผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ชีวิตนักศึกษาเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เช่น การต้องเรียนออนไลน์แทบทั้งหมดและการสูญเสียโอกาสในการพบปะเพื่อนใหม่หรือทำกิจกรรมที่เคยสนุกสนาน เช่น ขันโตกของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นอาหารเหนือที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่เชียงราย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเศรษฐศาสตร์ที่ต้องเรียนเนื้อหาภาษาอังกฤษและต้องมีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และไอที คณะได้จัดเตรียมวิชาปรับพื้นฐานและภาษาต่างๆ เพื่อให้ทุกคนมีความพร้อม แม้ไม่เคยเรียนสายวิทย์มาก่อน อย่างไรก็ตาม การเรียนออนไลน์ทำให้ความสนใจลดลงและหมดไฟในการเรียน พอไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศจริง ๆ ของมหาวิทยาลัยมากนัก ทำให้เกิดความเครียดและบางช่วงมีความคิดอยากจะหยุดเรียน (ซิ่ว) แต่การกลับมาเรียนที่เชียงรายในเทอม 2 ปี 1 รวมถึงได้ร่วมกิจกรรมพี่รหัสและได้เรียนรู้การจัดการกับปัญหาต่างๆ ทำให้การเรียนพัฒนาดีขึ้น แม้จะต้องพบบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพเต็มที่จากฝุ่น PM 2.5 แต่บรรยากาศที่ดีของเชียงรายในฤดูหนาวก็ช่วยเติมเต็มพลังใจช่วงที่ชีวิตคิดถึงบ้าน (homesick) ในปี 2 การเรียนเศรษฐศาสตร์ที่นี่ไม่ได้จำกัดแค่ในห้องเรียนเท่านั้น การได้ศึกษาดูงานนอกรอบประเทศ เช่น ทริปศึกษาที่ลาวและอุบลราชธานี โดยเข้าฟังโครงการและลงพื้นที่จริงเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ทำให้นักศึกษาได้มุมมองและประสบการณ์ใหม่ ๆ จากภาครัฐและชุมชน ซึ่งสนุกและเพิ่มความรู้มากกว่าการเที่ยวธรรมดา แม้จะมีช่วงที่ผลการเรียนตัวเองไม่เป็นไปตามคาด และบางวิชาที่ต้องทำวิจัยจนรู้สึกว่าเหนื่อยและสอบตกหลายอย่าง แต่การได้วางแผนและปรับตัวเรียนตามความชอบ รวมถึงการมีพี่ ๆ ที่พร้อมซัพพอร์ตและให้คำปรึกษาช่วยให้นักศึกษาที่ไม่เก่งภาษาไทยและอังกฤษได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องสุขภาพและอารมณ์ตลอดหลายปีนี้ การได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญ ทั้งการเรียนรู้วิชาการ ภาษา และการจัดการกับภาวะเครียด ปรับทัศนคติเพื่อก้าวผ่านความท้าทายได้ในที่สุด

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Kinnykinju
Kinnykinju

กำลังเรียนอีคอนมฟลเหมือนดันค่า ปี1เบยยย

ดูเพิ่มเติม(1)