Automatically translated.View original post

Do you like to eat sushi? # Addicted to sushi # sushiro

7/7 Edited to

... Read moreถ้าไป Sushiro แล้วมีเวลาไม่มาก แต่ตั้งใจจะ “สั่งเมนู signature” ให้คุ้ม ๆ เรามีวิธีเลือกแบบง่าย ๆ จากที่ไปกินบ่อย (โดยเฉพาะสาขาเซ็นทรัลนครปฐม) คือแบ่งเป็น 3 หมวด: ของทอด/คำพิเศษ, ปลาเนื้อแน่น ๆ, และเมนูรสจัดที่กินแล้วไม่เลี่ยน 1) กลุ่มที่เราว่ายังไงก็ต้องลอง: กุ้งทอดซอสทรัฟเฟิลห่อสาหร่าย เมนูนี้ให้ฟีล “signature” ชัดมาก เพราะไม่ได้มาแนวซูชิดิบล้วน ๆ แต่เป็นกุ้งทอดที่กรอบนอกนุ่มใน ราดซอสทรัฟเฟิลหอม ๆ แล้วห่อสาหร่ายกินพร้อมกันคือจบในคำเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่พาคนไม่กินปลาดิบไปด้วย หรืออยากสลับรสระหว่างคำปลาดิบ 2) สายปลาดิบแนะนำ: ปลาฮามาจิ ฮามาจิเป็นตัวที่เราชอบสั่งซ้ำ เพราะเนื้อจะมันกำลังดี นุ่ม แต่ไม่เลี่ยนเท่าแซลมอน เหมาะกับคนที่อยากลองปลาที่ “ดูพรีเมียม” กว่านิดนึง ถ้ากินคู่กับชาร้อนหรือซุป จะช่วยตัดมันและกินต่อได้เรื่อย ๆ 3) เมนูรสเข้ม ๆ กินแล้วตื่น: เมนไทโกะมายองห่อสาหร่าย อันนี้เหมาะกับคนที่ชอบรสเค็มมันและกลิ่นไข่ปลา (เมนไทโกะ) ผสมมายองเนสแล้วห่อสาหร่าย ทำให้ได้ทั้งความหอมและความกรุบจากสาหร่าย เวลาเราเริ่มรู้สึกว่ากินซูชิหลายคำแล้วรสเริ่มคล้ายกัน จะสั่งตัวนี้มา “รีเฟรช” ลิ้นดีมาก ทริคสั่งเมนู signature ให้คุ้ม (จากประสบการณ์ส่วนตัว) - เริ่มด้วยคำที่รสเบาก่อน เช่น ฮามาจิ แล้วค่อยไปคำรสจัดอย่างเมนไทโกะมายอง ปิดท้ายด้วยของทอดอย่างกุ้งทอดซอสทรัฟเฟิล จะไม่กลบรสปลาดี ๆ - ถ้าไปหลายคน แนะนำสั่ง signature คนละ 1 อย่างแล้วแชร์ จะได้ลองหลายเมนูโดยไม่อิ่มเร็ว - ระหว่างมื้ออย่าลืมสั่งเครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือซุปมิโซะ (ถ้ามี) ช่วยตัดเลี่ยน โดยเฉพาะถ้ากินแซลมอนมิโซะหรือเมนูที่มีซอส โดยรวมถ้าใครเสิร์ชหา “เมนู signature” ของ Sushiro แล้วไม่รู้จะเริ่มจากอะไร เราว่าจัด 3 ตัวนี้ (กุ้งทอดซอสทรัฟเฟิลห่อสาหร่าย + ฮามาจิ + เมนไทโกะมายองห่อสาหร่าย) คือได้ครบทั้งความพรีเมียม ความอร่อยง่าย และความสนุกของรสชาติเลย