มาทำความเข้าใจการทำเคราตินกับการยืดเคราตินมันคือคนละตัวกันนะ

🍀การยืดผมเคราตินและการทำเคราตินแตกต่างกันอย่างไร

💈การยืดผมเคราตินเน้นปรับโครงสร้างผมให้ตรงถาวรด้วยน้ำยาเคมีผสมเคราติน

💈การทำเคราตินสด (Keratin Treatment) เป็นการ ทรีทเมนท์บำรุงล้ำลึก เพื่อเติมโปรตีนซ่อมแซมผมเสีย ลดชี้ฟู ให้ผมเรียบตรงและเงางามแบบธรรมชาติ โดยไม่ทำลายโครงสร้างผม

💈จุดเปรียบเทียบสำคัญและจุดประสงค์หลัก

🍀:ยืดเคราติน: เน้น ผมตรงถาวร คล้ายการยืดผมทั่วไปแต่ผสมเคราตินช่วยลดความแห้งกระด้าง

☘️เคราตินสด: เน้น ฟื้นฟูผมแห้งเสีย เติมสารอาหารให้ผมกลับมานุ่มลื่น เงางาม มีน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู

💈ผลลัพธ์ต่อเส้นผม

☘️:ยืดเคราติน: ผมตรงทื่อเหมือนผ่านเคมีหนัก มีโอกาสผมช็อตหรือเสียเพิ่มได้หากทำบ่อยเกินไป

🍀เคราตินสด: โครงสร้างผมไม่เปลี่ยน ผมดูตรงขึ้นแบบธรรมชาติเพราะน้ำหนักผมและความชุ่มชื้นที่เพิ่มขึ้น

💈ระยะเวลา

☘️:ยืดเคราติน: ส่วนที่ผ่านน้ำยายืดจะอยู่ได้นานตลอดไป เวลาที่เหมาะสมในการยืดครั้งไหม่คือประมาณ 3-6 เดือน ต้องรอโคนผมใหม่งอกแล้วค่อยยืดส่วนที่ขึ้นมาไหม่

🍀เคราตินสด: อยู่ได้ 1-3 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแล) และสามารถทำซ้ำได้โดยไม่ต้องรอ แต่ใดๆควรเว้นระยะในการทำ(เพราะเคราตินบางตัวมีฟอมารีไฮ) ผมเสียระดับ8-9-10 เคราตินอาจช่วยไม่ได้

Cr.เครดิตร้านMASA SALON #เคราติน #ยืดผมตรงเคราติน # ร้านเสริมสวยเพชรเกษม44

6/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองทั้งการยืดเคราตินและการทำเคราตินสด พบว่าทั้งสองวิธีเหมาะกับคนละสภาพผมและความต้องการที่แตกต่างกันมากจริงๆ การยืดเคราตินจะช่วยให้ผมตรงถาวร เหมาะกับผู้ที่ต้องการผมตรงแบบจัดทรงง่าย แต่มีข้อควรระวังคือสารเคมีที่ใช้ผสมเคราตินอาจทำให้ผมเสียหากทำบ่อยเกินไป ซึ่งเคยมีครั้งที่ทำแล้วผมแห้งกรอบจนต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูได้ดี ส่วนการทำเคราตินสดนั้นเหมือนเป็นทรีทเมนท์บำรุงล้ำลึก เติมเต็มโปรตีนให้ผมนุ่มลื่นขึ้น ลดการชี้ฟูโดยไม่ทำลายโครงสร้างผม มีความรู้สึกว่าผมดูสุขภาพดีขึ้นจริงๆหลังทำ และระยะเวลาผลลัพธ์อยู่ได้ 1-3 เดือน การดูแลหลังทรีตเมนต์ เช่น หลีกเลี่ยงการสระผมเร็วเกินไป ใช้แชมพูที่อ่อนโยน จะช่วยยืดอายุการบำรุงได้ดี งานยืดเคราตินและงานเคราตินทรีตเมนท์เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักผม แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผมและความต้องการของตนเอง และหากผมเสียหนักระดับ 8-10 ควรปรึกษาช่างก่อนเพราะเคราตินอาจช่วยได้ไม่เต็มที่ ท้ายที่สุด การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างและผลลัพธ์ที่แท้จริงจะช่วยให้เราเลือกการดูแลผมได้อย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆ