Automatically translated.View original post

Expenditure per month vs reserves should have

💰 How much should this cost be in the account?

Calculated formula

Emergency reserve = expenditure per month × 3 to 6 months

So we can stay if we lose our jobs, get sick or have an emergency.

📊 Sample

Expenditure 20,000 Baht / month

Should have reserves

➡️ 60,000 - 120,000 Baht

Expenditure 30,000 Baht / month

Should have reserves

➡️ 90,000 - 180,000 Baht

Expenditure 40,000 Baht / month

Should have reserves

➡️ 120,000 - 240,000 Baht

📌 key concept

High-income people, but high-paying people are at risk.

Middle-income, low-income people may be safer.

So the key is expenditure, not salary.

"If you lose your job tomorrow, how many months can you live?"

# Finance # Investment finance # Financial management # Emergency reserve # Personal finance

3/15 Edited to

... Read moreการมีเงินสำรองฉุกเฉินถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบริหารการเงินส่วนบุคคล เพราะเป็นเกราะป้องกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การตกงาน ป่วย หรือภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้มีเงินสำรองขั้นต่ำเท่ากับรายจ่ายต่อเดือนคูณ 3 เดือนขึ้นไป และอาจเก็บเพิ่มถึง 6 เดือน เพื่อความมั่นคงในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น เช่น หากรายจ่ายเท่ากับ 20,000 บาท/เดือน ก็ควรมีเงินสำรองตั้งแต่ 60,000 - 120,000 บาท ในประสบการณ์จริง การวางแผนเงินสำรองควรเริ่มต้นจากการประเมินและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด เพราะคนที่มีรายได้สูงแต่มีรายจ่ายสูงก็ยังเสี่ยงต่อการขาดสภาพคล่องได้ ขณะที่คนรายได้ปานกลางแต่สามารถควบคุมรายจ่ายได้ดี ย่อมมีความมั่นคงมากกว่า นอกจากนี้ ควรมีการทบทวนและปรับเงินสำรองอย่างสม่ำเสมอตามการเปลี่ยนแปลงของรายจ่าย เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่อาจขึ้นหรือลดลงในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงสถานการณ์ส่วนบุคคล เช่น การเปลี่ยนงาน หรือภาระทางการเงินใหม่ ๆ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยก่อหนี้หรือมีเงินเก็บน้อย การเริ่มต้นเก็บเงินวันละเล็กละน้อย ก็สามารถช่วยสร้างเงินสำรองได้เช่นกัน เช่น การแบ่งเงินรายได้ส่วนหนึ่งเข้าไปยังบัญชีเงินฝากเฉพาะเพื่อเงินฉุกเฉินโดยไม่ไปแตะต้องกับเงินทุนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สุดท้าย การมีเงินสำรองไม่ใช่เพียงแค่เก็บเงินไว้เฉย ๆ แต่ควรคิดถึงวิธีการจัดการที่ดี เช่น การใช้บัญชีเงินฝากที่สามารถถอนเงินได้ง่าย หรือแม้แต่เงินลงทุนแบบต่ำความเสี่ยงที่ยังคงความคล่องตัว เพื่อให้เงินสำรองนั้นพร้อมใช้งานทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น การตั้งคำถามกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เช่น “ถ้าพรุ่งนี้ตกงาน คุณจะอยู่ได้กี่เดือน?” จะช่วยกระตุ้นให้เราตรวจสอบและพัฒนาแผนการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตและสถานการณ์ของแต่ละบุคคลมากขึ้น