ใครจะไปคิดว่ามีการวัดไข้ทางก้นด้วย!!

2025/8/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามเวลาเห็น “รูปวัดไข้ 38” หรือ “วัดไข้ได้ 39” ว่ามันสูงแค่ไหน จริง ๆ ต้องดู “จุดที่วัด” ด้วย เพราะอุณหภูมิร่างกายไม่ได้เท่ากันทุกตำแหน่งค่ะ สรุปแบบเข้าใจง่าย (โดยประมาณ) - รักแร้: มัก “ต่ำกว่าแกนกลาง” เลยเจอ 37.9 แล้วหลายคนสงสัยว่าสูงไหม ถ้าเป็นรักแร้ 37.5–37.9 ถือว่าเริ่มมีไข้/ไข้ต่ำ ๆ ได้ แต่ยังต้องดูอาการร่วมด้วย - ปาก: มักสูงกว่ารักแร้เล็กน้อย (ประมาณ +0.3 ถึง +0.5°C) - ทวารหนัก: ใกล้เคียงอุณหภูมิแกนกลางที่สุด มักสูงกว่าปากอีกนิด (ประมาณ +0.3 ถึง +0.5°C) และสูงกว่ารักแร้ได้ราว +0.5 ถึง +1.0°C - หน้าผาก/อินฟราเรด: สะดวกและเร็ว แต่ไวต่อเหงื่อ อากาศ และระยะห่าง ควรวัดซ้ำ 2–3 ครั้งแล้วเฉลี่ย ดังนั้นถ้าเห็น “ไข้ขึ้น 38” ต้องถามต่อว่า 38 ที่ไหน - ถ้า 38 ที่รักแร้ = ถือว่ามีไข้ชัดเจน - ถ้า 38 ที่ปาก/หน้าผาก (วัดถูกวิธี) = ไข้ชัดเจนเช่นกัน - ถ้า 38 ที่ทวารหนัก = ก็มีไข้ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเสมอไป ขึ้นกับอาการ แล้ว “วัดไข้ได้ 39” ล่ะ? โดยทั่วไป 39°C จัดว่าไข้สูง (ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนก็ควรเฝ้าระวัง) ถ้ามีอาการซึม หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ดื่มไม่ได้ อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อย สับสน ชัก หรือไข้สูงต่อเนื่อง ควรไปโรงพยาบาลค่ะ ทิปส์เล็ก ๆ เวลาอ่านรูปปรอท/เทอร์โมมิเตอร์ - ถ่ายรูปแล้วซูมดูเลข “37–38–39” ให้ชัด บางทีเส้นเล็ก ๆ ทำให้มองคลาด - วัดรักแร้ให้หนีบแน่น รอให้ครบเวลา (เทอร์โมมิเตอร์แต่ละแบบไม่เท่ากัน) และรักแร้ต้องแห้ง - ถ้าวัดปาก ให้งดน้ำร้อน/เย็นก่อนประมาณ 15 นาที และอมให้ปลายอยู่ใต้ลิ้น สุดท้าย ถ้าไข้ 37.9 แล้วรู้สึกไม่สบายมาก (ปวดเมื่อย หนาวสั่น เจ็บคอ ไอมาก) ก็ถือว่าน่าดูแลเหมือนไข้ได้เลยค่ะ ดื่มน้ำ พักผ่อน เช็ดตัว และติดตามอุณหภูมิซ้ำ ถ้าขยับขึ้นไป 38–39 หรือมีอาการน่าห่วง ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาลทันที