Automatically translated.View original post

# The mechanic....🖤🤍

Many people may be mistaken for let Them Theory, which is to ignore the world, not to care about anyone, not to care about the world, but to understand where our boundaries end and to accept that there is something beyond our control, which is most situations in life...

Let Them Theory is simple as follows:

- What if the driver hit you on the street? Let him go!

- If your friend's still dating a bad boyfriend, let him go!

- If you're thinking about other people's behavior, let him go!

3/7 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว การนำทฤษฎีช่างแม่งมาใช้ในชีวิตจริงช่วยเปลี่ยนมุมมองและลดความเครียดได้อย่างมาก เหมือนกับตอนที่เจอเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น คนขับรถปาดหน้า หรือเพื่อนที่เลือกอยู่ในสถานการณ์ซับซ้อน การยอมรับความจริงที่ว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ ทำให้เราไม่ต้องเสียพลังงานไปกับความโกรธหรือความวิตกกังวลที่ไม่มีประโยชน์ การใช้ทฤษฎีนี้ไม่ใช่เรื่องของความเฉยชา หรือไร้ความรับผิดชอบ แต่เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งใดอยู่ในขอบเขตที่เราจะควบคุมและเปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งใดควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนความคิดหรือการกระทำของคนอื่นได้ การปล่อยวางคือทางออกที่ดีที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการจัดการกับความเครียดในที่ทำงาน บางครั้งเราเจอเพื่อนร่วมงานที่ทำงานไม่ดีหรือสองจิตสองใจ การบังคับเปลี่ยนพวกเขาอาจทำให้เครียดมากขึ้น แต่ถ้าใช้ทฤษฎีช่างแม่ง ยอมรับและปล่อยให้เขากระทำไปตามวิถีทางของเขา เราจะสามารถโฟกัสกับงานของเราได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ทฤษฎีนี้ยังช่วยให้เราโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกับชีวิตจริงๆ เช่น การพัฒนาตัวเอง การใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวและเพื่อนฝูง เพราะเราไม่ต้องเสียแรงกับเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุม การฝึกฝนการปล่อยวางช่วยเพิ่มความสุขและความสงบในใจมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้อารมณ์คงที่ ไม่ถูกกระทบจากสถานการณ์ภายนอกมากนัก ลองนำทฤษฎีช่างแม่งมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น ไม่ต้องไปใส่ใจเสียงวิจารณ์หรือคำพูดที่ทำให้รู้สึกแย่ จากนั้นขยายไปยังปัญหาหรือสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้เรามีความสุขกับชีวิตและรู้สึกเป็นอิสระจากความกดดันภายนอกอย่างแท้จริง