Automatically translated.View original post

A. Send a bill book with the guarantor.

🗣 We normally pay our debts through the company's salary deduction every month.

📍 Previously, the arrears were no longer available, but the arrears now show up another 8,423.45.

📍 and sent the book to the guarantor to ask to pay the debt.

Has anyone been hit? What should we do with the increase in the amount before?

# A rank

2025/10/2 Edited to

... Read moreถ้าใครเจอสถานการณ์คล้ายเรา คือ “ปกติหักเงินเดือนทุกเดือน” แต่จู่ๆ ระบบขึ้น “ยอดค้างชำระ” และมีหนังสือจาก กยศ. ส่งไปถึงผู้ค้ำประกัน (บางฉบับระบุให้ชำระภายใน 15 วัน) แนะนำให้ตั้งสติแล้วไล่เช็กเป็นขั้นตอน เพราะบางครั้งยอดค้างเกิดจากรอบตัดยอด/การลงบันทึกชำระล่าช้า หรือมีดอกเบี้ย-เบี้ยปรับค้างเล็กน้อยแล้วสะสมค่ะ 1) เช็กยอดจากแหล่งทางการก่อน เข้าไปดูรายละเอียดหนี้ในระบบของ กยศ. ให้ครบทุกช่อง โดยเฉพาะแยกเป็น “เงินต้น / ดอกเบี้ย / เบี้ยปรับ” เพราะบางคนคิดว่าจ่ายครบแล้ว แต่จริงๆ ยังมีเบี้ยปรับหลักสิบ-หลักร้อย หรือดอกเบี้ยที่เกิดจากช่วงคาบเกี่ยววันตัดยอด ทำให้ระบบโชว์เป็น “ยอดค้าง” ได้ 2) เทียบสลิป/รายการหักเงินเดือนกับงวดชำระ รวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปเงินเดือนที่มีรายการหัก กยศ. และวันที่หักในแต่ละเดือน แล้วเทียบกับงวดที่ระบบแสดงว่า “ค้าง” บางทีบริษัทหักจริง แต่ยอดเข้า กยศ. ช้ากว่าปกติ หรือส่งเข้าผิดงวด/ผิดสัญญา (กรณีมีหลายสัญญา) เลยเด้งยอดค้างขึ้นมา 3) ดูว่าหนังสือทวงหนี้ระบุยอดอะไร ในหนังสือที่ส่งถึงผู้ค้ำประกัน มักระบุยอดเงินต้นค้างชำระ และช่องทางชำระ (เช่น QR Code/ช่องทางธนาคาร) ให้ดูว่าตรงกับยอดในระบบไหม เช่น ในภาพตัวอย่างจะเห็นรายละเอียดหนี้รวม เงินต้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และยอดค้างชำระแยกกัน ถ้ายอดในหนังสือกับในระบบไม่ตรง ให้รีบติดต่อสอบถามก่อนชำระแบบรีบๆ 4) ถ้าจะจ่ายให้ทัน ให้จ่าย “ยอดค้าง” ที่ระบบระบุ และเก็บหลักฐาน ถ้ากังวลว่าจะกระทบผู้ค้ำ หรือไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ เรามักเลือกจ่าย “ยอดค้างชำระ” ตามที่ระบบขึ้นก่อน (ผ่าน QR/ช่องทางธนาคารที่กำหนด) แล้วแคปหน้าจอ/เก็บสลิปไว้ จากนั้นค่อยตามเรื่องว่าทำไมถึงเกิดยอดค้าง ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบหลังชำระ 1–3 วันทำการว่ายอดค้างหายหรือยัง 5) ติดต่อ กยศ. พร้อมข้อมูลให้ครบ จะเคลียร์ไวขึ้น เตรียมเลขบัตรประชาชน/เลขสัญญา วันเวลาที่ถูกหักเงินเดือน ยอดที่ถูกหัก และภาพหน้าจอหนี้ที่แสดงเงินต้น-ดอกเบี้ย-เบี้ยปรับ รวมถึงเลขอ้างอิงการชำระ (ถ้ามี) เวลาโทร/ยื่นเรื่องจะได้ตรวจสอบได้ตรงจุด 6) เรื่อง “เลข/รูป/ยอดเงิน” ในบัญชีธนาคาร (เช่น กรุงเทพ) เวลาชำระผ่านธนาคารหรือสแกน QR บางคนสับสนว่า “เลขในบัญชี” หรือเลขอ้างอิงคืออะไร แนะนำให้ยึดเลขอ้างอิง/QR ที่ระบบ กยศ. สร้างให้เป็นหลัก และหลังโอนให้ตรวจชื่อผู้รับ/รายการก่อนกดยืนยันเสมอ เพื่อป้องกันโอนผิดรายการ สุดท้าย เราว่าประเด็นสำคัญคืออย่าปล่อยให้ผู้ค้ำเครียดคนเดียว ให้รีบแจ้งผู้ค้ำว่ากำลังตรวจสอบและดำเนินการอยู่ พร้อมส่งหลักฐานการหักเงินเดือน/การชำระให้ดู จะช่วยลดความกังวลได้มากค่ะ