🔍 SBAR vs ISBAR ต่างกันตรงไหน?
เคยไหม? จะโทรรายงานเคสทีไร ตื่นเต้นจนลืมบอกชื่อคนไข้ หรือพูดวนไปวนมาจนคุณหมองง... วันนี้มาอัปเกรดทักษะการสื่อสารด้วย ISBAR เครื่องมือที่จะทำให้การทำงาน "Safe" และ "Professional" ขึ้นกว่าเดิม!
❓ SBAR กับ ISBAR ต่างกันตรงไหน?
สรุปง่ายๆ คือ ISBAR = SBAR + Identity ครับ
การเพิ่มตัว "I" เข้ามา คือหัวใจสำคัญของการป้องกันความผิดพลา ด (Patient Safety)
📋 สรุปความหมายของแต่ละตัว (ฉบับพกพา)
I (Identify): ใครคือผู้ป่วย? และคุณคือใคร? (สำคัญมาก! เพื่อยืนยันว่าเราคุยถูกเคส และแพทย์รู้ว่ากำลังคุยกับพยาบาลท่านไหน)
S (Situation): เกิดอะไรขึ้นตอนนี้? บอกอาการสำคัญที่เป็นปัญหา
B (Background): ภูมิหลังเป็นมาอย่างไร? ประวัติการเจ็บป่วย การรักษาที่เกี่ยวข้อง (เช่น ผล Lab ล่าสุด, ประวัติแพ้ยา)
A (Assessment): เราประเมินว่าอย่างไร? สัญญาณชีพผิดปกติไหม? เราคิดว่าคนไข้กำลังแย่ลงเพราะอะไร?
R (Recommendation): อยากให้ทำอะไรต่อ? ต้องการให้สั่ง Order เพิ่ม, ต้องการให้มาดูอาการที่เตียง หรือขอคำปรึกษา
💡 ตัวอย่างสถานการณ์: รายงานเคสสงสัย Sepsis (ISBAR ในชีวิตจริง)
I (Identify): "สวัสดีค่ะคุณหมอ... ดิฉันพยาบาล (ชื่อเรา) จากวอร์ด Oncology นะคะ โทรรายงานอาการคุณ (ชื่อคนไข้) เตียง 5 ค่ะ"
S (Situation): "ตอนนี้คนไข้มีอาการซึมลง ไข้สูง 39°C แ ละความดันเริ่มตกค่ะ"
B (Background): "คนไข้เป็น CA Colon หลังได้รับ Chemotherapy วันที่ 7 เมื่อเช้าผล Lab ANC ต่ำ 450 ค่ะ"
A (Assessment): "ประเมินเบื้องต้นสงสัยภาวะ Septic Shock ค่ะ ตอนนี้ BP 85/50 mmHg, HR 120 bpm, Lactate เจาะแล้วได้ 3.5 ค่ะ"
R (Recommendation): "ขออนุญาตรายงานแพทย์เพื่อพิจารณาให้ Fluid Bolus และขอ Order ยา ATB ภายใน 1 ชั่วโมงตามโปรโตคอล Sepsis ค่ะ หมอสะดวกเข้ามาประเมินคนไข้ตอนนี้เลยไหมคะ?"
✅ ทำไมพยาบาลยุคใหม่ควรใช้ ISBAR?
ลด Error: การยืนยันตัวตน (Identity) ช่วยให้ไม่สั่งยาผิดคน
ประหยัดเวลา: สื่อสารตรงประเด็น ไม่น้ำเยอะ แพทย์เข้าใจสถานการณ์ทันที
สร้างความน่าเชื่อถือ: การรายงานที่เป็นระบบ แสดงถึงการวิเคราะห์เคสอย่างเป็นมืออาชีพ (Critical Thinking)
🩺 Nurse's Secret: อย่าลืมทวนคำสั่ง (Read Back) ทุกครั้งหลังได้รับ Order ทางโทรศัพท์ เพื่อความชัวร์นะคะ!
#นักศึกษาพยาบาล #nursing #nurse #พยาบาลแคนเซอร์ #พยาบาลน่ารัก






















