หมาผู้ซื่อสัตย์

เราอยากเล่าประสบการณ์ของเราเองเผื่อจะเป็นแนวทางหรือเป็นข้อมูลให้ใครได้หยุดคิดในการทำธุรกิจอย่าได้เอาญาติพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาดมิฉะนั้นจะเป็นเหมือนเราที่จริงเรื่องนี้เราจะไม่พูดเพราะมันมีความละเอียดอ่อนมากๆเกี่ยวกับครอบครัว แปลกมากๆที่เราเป็นพี่สาวคนโตและเป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจคนแรกในครอบครัวไม่มีใครเห็นด้วย ญาติมาของานทำ ญาติขอมาทำงานด้วยเราก็รับเข้าทุกคนและช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่จำความได้ได้รับเงินเดือนครั้งแรกเราห่วงทุกคนวันนึงทำธุรกิจทำไปทำมา เหมือนกับอาจจะพูดได้ว่าโดนฉ้อโกงฉ้อโกงยังไงอันนี้บอกไม่ถูกเหมือนกันมันคือการเฮ้วกับลูกค้าเพราะร้านเปิดตลอด 24 ชั่วโมงบางทีเราสุ่มตรวจสอบก็เจอ บางทีที่เราไม่ตั้งใจเราก็เห็นคนที่นั่งทับเงินที่พับไว้เก็บไปไม่หมดยังหลงเหลือทำให้เรารู้ว่าลูกน้องเราขโมยเงินเกือบทุกคนหรือทุกคนก็ไม่ทราบได้เพราะร้านเปิด 24 ชั่วโมงเราความสามารถนั่งแค่ 12 ชั่วโมงนอกนั้นก็จะเป็นลูกน้องและญาติของเรา เราดูแลธุรกิจตัวเองไม่ได้เพราะเขาทำให้เราอยู่ไม่ได้ลงทุนแต่ไม่เคยได้กำไรกับคืนกำไรแทนที่จะเข้ากระเป๋าเรากลับเข้ากระเป๋าคนอื่นจนวันนึงเราเดินออกมาเองและยกร้านให้แต่ก็ให้ด้วยการเซ้งคุยกันไม่ลงตัวทีแรกบอกจะให้ 300,000 แต่ไม่เคยเอามาให้จนกระทั่งต่อรองกันเหลือ 200,000 เค้าขอเราก็เลยให้ทำไมถึงให้เพราะฝ่ายพ่อดองเค้าเป็นคนโทรมาขออาชีพให้ลูกเค้าซึ่งเป็นน้องสะใภ้เราและอีกอย่างคนที่อยากได้แผงของเราร้านของเราประเภทจับเสือมือเปล่าไม่อยากเสียเงินสักบาท เราก็เลยให้อันที่จริงไม่ให้ก็ได้แต่ก็ยังคิดในความเป็นพี่น้องอยู่ยังไงก็น้อง การโอนร้านโอนแผงต้องโอนให้แม่เค้าไม่ให้พี่น้องเพราะมันเป็นกฎของตลาดและมีการคืนเงินค่าประกันให้เจ้าของคนเดิมก็ไม่โอนให้จนเค้าต้องถามเค้าก็ขอผ่อนสามถึงสี่งวดนี่แหละค่ะแต่ก็หมดแล้วไม่เคยส่งสลิปให้แต่เรารู้เพราะว่าเราทำแอพทุกแอพที่เกี่ยวกับเงินเข้า รู้แล้วล่ะค่ะว่าไม่อยากคุยกับเรา วันนี้เราได้มาทำธุระที่ต่างจังหวัดและใช้พาหนะขับขี่มามาโดนตำรวจเรียกพรบค่ะสองปีใบขับขี่ค่ะประมาณสามเดือนโดนปรับไป 2000 บาทเรามีเงินมาทำธุระอยู่ที่ 4300 บาทกว่ากว่าเราก็เลยคิดว่ากลัวจะไม่มีเงินเติมน้ำมันกลับกรุงเทพ ก็เลยจะเอามาสำรองเชื่อมั้ยคะว่าเราให้หลานของเราไปบอกเขาคนที่เป็นน้องชายที่เราให้ร้าน ไปทำต่อ เราส่งใบค่าปรับที่ตำรวจปรับ 2000 บาทและส่งใบไกลเคลียร์ศาลที่เราต้องมาไกล่เกลี่ยณวันนี้ให้ดูแล้วบอกเหตุผลไปว่ากลัวจะไม่มีเงินเติมน้ำมัน สักพัก LINE เด้งขึ้นข้อความบอกว่าเค้าบอกว่าไม่มีเงินอยู่กับเมียหมด 👁️👁️🫦 เราก็ไม่ได้ตอบอะไรไปก็คิดว่าประหยัดเอาก็น่าจะถึงกรุงเทพเพราะกลับไปลูกค้าก็สั่งของเข้ามาเงินเราก็หมุนแล้ว เรายืมแค่อาทิตย์เดียววันอาทิตย์ที่จะถึงเราจะให้เพราะเงินเรามันเป็นเงินหมุนไม่ใช่เงินเดือนเค้าคงลืมไปว่าตลอดเวลาตั้งแต่เติบโตจนมีเมียก็ไม่เคยเอาตัวรอดยืมเงินพี่ตลอดพี่ก็ให้ขอทำงานพี่ก็ให้ขออะไรพี่ก็ให้แต่เวลาพี่เดือดร้อนเงินแค่ 2000 ยังแล้งน้ำใจเราไม่ได้โกรธนะคะ แต่เราบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรเรื่องนี้มันบอกเราแล้วล่ะว่าเราจะต้องจัดการยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไปต่อไปก็ตั้งใจทำงานคนที่เราจะดูแลและสื่อสารด้วยมีแค่แม่เท่านั้นมีเขาจะต้องไม่มีเรามีเราจะต้องไม่มีเขาหมายความว่าถ้าเค้าอยู่กับแม่ณตอนนั้นจะไม่มีเรา ถ้าเราอยู่กับแม่นะตอนนั้นจะต้องไม่มีคนพวกนี้อยู่ บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบญาติพี่น้องคนคนนี้ผัวเมียคู่นี้ทำชีวิตเราพังมากค่ะคงคิดว่าเราล้มไม่จริงเราไม่ได้ล้มค่ะทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่เพียงแต่ว่ามันลำบากที่จะทำอะไรได้เหมือนเดิมทุกอย่างต้องพึ่งเงินไม่มีเงินก็ลำบากจะทำอะไรซักอย่างก็ต้องมีเงินลงทุน วันนึงหากชีวิตมันดีขึ้นหรือสูงขึ้นมากๆกว่าเดิมวันนี้มันเป็นบทเรียนให้เรารู้ว่าอย่าเอาคนพวกนี้เข้ามาข้องเกี่ยวในชีวิตอีกให้จำวัน วันนี้ให้ดี เลี้ยงหมาน้องยังซื่อสัตย์และรักเราไม่มีเปลี่ยนแปลงเงินบาดทุกคน ไม่เสียใจเลยดีใจมากกว่าที่เห็นตัวตนที่แท้จริงของคนพวกนี้สิ่งที่ที่ผ่านมาไม่ถือว่าเป็นบุญคุณถือว่าให้อานิสงส์ผลบุญมันก็ตกอยู่ที่เรา🙏🙏🙏

5/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่ออ่านเรื่องราวของผู้เขียนแล้ว ทำให้ผมคิดได้หลายอย่างเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และความไว้วางใจในวงครอบครัว โดยเฉพาะเวลาที่เรานำคนในครอบครัวเข้ามาร่วมทำธุรกิจด้วย ความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดที่ได้รับนั้น มักเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดที่ยากจะลืมได้ หลายครั้งที่เราอาจมองว่า ญาติหรือคนในครอบครัวควรจะช่วยเหลือกันและยืนหยัดเคียงข้าง แต่ความเป็นจริงกลับชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์แบบนี้อาจกลายเป็นดาบสองคม ประสบการณ์ของผู้เล่าที่โดนญาติหรือคนใกล้ตัวเอาเปรียบ เก็บกินผลประโยชน์และขาดความซื่อสัตย์นั้น ทำให้นึกถึงการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วย ผมเองเคยผ่านเหตุการณ์ที่ต้องทำงานกับคนในครอบครัว และพบว่าการตั้งกฎข้อตกลงที่ชัดเจนและโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การพูดคุยและแบ่งบทบาทความรับผิดชอบให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งในอนาคตได้มาก อีกอย่างที่สะท้อนจากเรื่องราวนี้คือ ความซื่อสัตย์ของสัตว์เลี้ยง เช่น หมา ที่มักจะเป็นตัวอย่างของความรักและความจงรักภักดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ต่างจากบางคนที่เราเรียกว่าครอบครัว ความซื่อสัตย์นั้นมีคุณค่ามากในการสร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีในธุรกิจและชีวิต สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจกับครอบครัว ผมอยากแนะนำให้เตรียมใจและวางแผนให้รอบคอบ ศึกษากฎหมาย ข้อกำหนดทางการเงิน และที่สำคัญ ควรแยกความสัมพันธ์ส่วนตัวออกจากธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาทางการเงินและความขัดแย้งในอนาคต สุดท้ายแล้ว การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของคนอื่น เช่น เรื่องเล่านี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก ขอให้ทุกคนจงมองโลกด้วยความรอบคอบและเตรียมตัวให้ดีที่สุด เพื่อให้ธุรกิจและความสัมพันธ์ในครอบครัวเดินไปด้วยกันอย่างราบรื่นและสุขใจ