Automatically translated.View original post

How to sell price without loss?

2/20 Edited to

... Read moreการตั้งราคาขายอาหารบนแอปเดลิเวอรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงต้นทุนจริงและค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อไม่ให้ร้านขาดทุนตามที่หลายร้านประสบพบเจอมา ผมอยากแชร์ประสบการณ์ตรงสำหรับคนที่เริ่มต้นขายอาหารบนแอปเดลิเวอรี่ ว่าการตั้งราคาตามใจหรือแค่เพิ่มจากราคาหน้าร้านไม่เพียงพอ ต้องนำสูตรการคำนวณราคาที่รวมค่า GP, VAT, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้ามาคำนวณด้วย จากการลองใช้สูตรราคาหน้าร้านคูณด้วย 1.48 หรือ 1.5 พบว่าในบางครั้งยังไม่พอครอบคลุมค่าใช้จ่าย เพราะแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่มักมีค่า GP สูงถึงราว 32% รวมทั้งค่าขนส่งและแคมเปญส่งเสริมการขายที่บวกเข้ามา ซึ่งทำให้ราคาขายที่ตั้งไว้ไม่สามารถทำกำไรได้จริงถ้าไม่คำนวณอย่างละเอียด ดังนั้นร้านค้าควรเริ่มต้นด้วยการคำนวณต้นทุนสินค้าอย่างละเอียด รวมถึงค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าแพ็คเกจ รวมไปถึงอัตรากำไรที่ต้องการ จากนั้นนำราคาต้นทุนนี้มาปรับเพิ่มเพื่อครอบคลุมค่า GP และค่าอื่นๆที่เกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ยังต้องเผื่อราคาสำหรับแคมเปญส่งเสริมการขาย เช่น ลดราคาสำหรับลูกค้าใหม่ หรือค่าส่งฟรี ซึ่งมักทำให้รายได้สุทธิลดลง ถ้าไม่ตั้งราคาขายให้สูงพอเพียง ร้านก็จะขาดทุนในที่สุด จากประสบการณ์ส่วนตัว ร้านผมใช้วิธีคำนวณต้นทุนตามจริง แบ่งส่วนของต้นทุนผัก วัตถุดิบ ค่าแรงต่อเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝง แล้วตั้งราคาขายหน้าร้านก่อน จากนั้นคำนวณปรับราคาขายในแอปตามอัตราค่า GP และค่าแคมเปญ พร้อมเผื่อกำไรที่ต้องการไว้จึงจะมั่นใจได้ว่าขายดีแต่ไม่ขาดทุน สิ่งสำคัญคือร้านค้าไม่ควรตั้งราคาตามใจตนเองหรือแข่งราคากับร้านอื่นจนลืมพิจารณาต้นทุน เพราะเมื่อขายดีแค่ไหนแต่ต้นทุนสูงเกินหรือราคาตั้งต่ำกว่าที่ควร ร้านก็ไม่สามารถมีรายได้เพียงพอสำหรับความยั่งยืนในระยะยาว สรุปคือ การตั้งราคาขายอาหารบนเดลิเวอรี่ที่เหมาะสมคือการวางแผนต้นทุนอย่างละเอียดรวมค่า GP และค่าส่งในแต่ละแพลตฟอร์ม รวมทั้งประเมินผลกระทบจากแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อไม่นำมาซึ่งการขาดทุนและรักษากำไรอย่างต่อเนื่อง