คุชชั่นยุนอา
สอยตามจีบันค่า ช่วงนี้นัทอินกับเมคอัพงานผิวมากๆ แต่นี่คือนัทไปอยู่ไหนมาถึงได้เพิ่งลอง Sulwhasoo Perfecting Cushion SPF 50+ PA+++ คืออันนี้! ขอยกตำแหน่งคุชชั่นลูกรักให้เลย ทำถึงเกิน! ผิวสวยตะโกนนน ✨
ที่เริ่ดคือเค้ามี 2 สูตรให้เลือกเลยนะ ตอบโจทย์ทุกงานผิว!
🖤 Perfecting Cushion (Semi-Matte): เป็นฟินิชแมตต์ที่ผิวยังดูโกลว์นิดๆ แบบดูผิวสุขภาพดี ให้การปกปิดแต่ยังสบายผิว ปิดรอยได้ดีกว่าอีกสูตร
🤍 Perfecting Cushion Airy: ส ่วนสูตรนี้สำหรับสายโกลว์โดยเฉพาะ จะเน้นผิวเล่นน้ำเล่นแสงเปล่งประกาย ให้ผิวดูกระจ่างใสมากกว่า เนื้อบางกว่า อันนี้ฟีลพส ผิวดูแต่เกิด
ส่วนตัวนัทเลิฟสูตร Semi-Matte มากกว่าเพราะผิวมัน แต่ผิวสวยทั้งคู่อะ ทาแล้วเหมือนกลืนแนบไปกับผิว ดูเป็นผิวจริงๆ สมมงมาก! ผิวดูอิ่มเด้ง เหมือนคนกินน้ำ 8 แก้ว นอนครบ 8 ชม. เป๊ะ! กับที่ชอบมากๆ อีกอย่างคือพัฟทรงของแต่ละสูตรที่รู้สึกว่าเค้าเกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ พัฟส่ง คุชชั่นส่ง!
✚ สังเกตผิวตัวเองทั้งวันคือ ไม่ดรอป ไม่หยา ไม่เป็นคราบ ไม่ตกร่องใดๆ เดินผ่านกระจกทีไรอดหันมาชมงานผิวตัวเองไม่ได้ทั้งวันเลยค่าา สวยยยยอ่าาา
#PerfectingCushion #รีวิวบิวตี้ #คุชชั่นงานผิว #SulwhasooCushion #คุชชั่นเกาหลี
หลังลอง Sulwhasoo Perfecting Cushion สองสูตรแบบจริงจัง สิ่งที่รู้สึกว่า “ทำถึง” ไม่ใช่แค่ฟินิชผิว แต่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้แต่งแล้วสวยง่ายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเนื้อคุชชั่น + พัฟที่ออกแบบมาคู่กัน 1) สองสูตรต่างกันยังไง เลือกให้เข้าผิวจะปังมาก - Perfecting Cushion (Semi-Matte): เหมาะกับคนผิวมัน/ผิวผสม หรือวันที่ต้องการความเนี้ยบมากขึ้น เนื้อจะให้การปกปิดดีกว่า (รอยแดง/รอยสิวเห็นผลชัด) แต่ไม่ได้แมตต์แห้งๆ ยังมีความโกลว์นิดๆ ทำให้ดูเป็น “ผิวจริง” มากกว่ารองพื้นหนาๆ - Perfecting Cushion Airy: เหมาะกับคนผิวแห้ง/ผิวธรรมดา หรือวันที่อยากได้ลุคผิวฉ่ำเล่นแสง เนื้อบางกว่า เกลี่ยแล้วผิวดูใสและสว่างแบบซอฟต์ๆ ฟีลเหมือนผิวดีแต่เกิด 2) พัฟช่วยให้ผลลัพธ์ต่างกันจริง จากที่ใช้แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนพูดเรื่องพัฟ - พัฟทรงหยดน้ำ (ของสูตร Semi-Matte) จะคุมทิศทางการกดเนื้อได้ดีมาก โดยเฉพาะข้างจมูก ใต้ตา มุมปาก กดแล้วเนียนเรียบ ไม่เป็นปื้น - พัฟขนนก (ของสูตร Airy) ให้ฟีลเบามาก แตะแล้วผิวดูฟุ้งๆ ธรรมชาติ เหมาะกับการ “กดซ้ำบางๆ” เพื่อเพิ่มความฉ่ำโดยไม่ทำให้หนา 3) วิธีลงให้ผิวสวยและติดทน (ทริคที่ทำแล้วเวิร์ก) - เตรียมผิว: ถ้าผิวมัน แนะนำมอยส์เจอร์เนื้อเจล/โลชั่นบางๆ แล้วรอให้เซ็ตก่อนค่อยลงคุชชั่น ส่วนผิวแห้งให้เน้นบำรุงให้ชุ่มก่อน (แต่ไม่ต้องมันเยิ้ม) - วิธีแตะเนื้อ: แตะน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยกดเพิ่มเป็นชั้น (thin layers) จะได้ผิวเรียบกว่าและไม่เป็นคราบ - บริเวณที่ควรเน้น: ถ้าอยากให้ผิวเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ให้กดเพิ่มแค่ช่วงแก้มข้างจมูกและกลางหน้า ส่วนกรอบหน้าใช้ที่เหลือบนพัฟเบลนด์ออกไป - เซ็ตแป้ง: สูตร Semi-Matte ถ้าอยากคุมมันมากขึ้น เซ็ตแป้งฝุ่นเฉพาะทีโซนพอ ส่วนสูตร Airy ถ้าอยากคงความโกลว์ ให้เซ็ตแค่จุดที่ตกร่องง่าย เช่น ข้างจมูก/ใต้ตาเบาๆ 4) เหมาะกับลุคไหนในชีวิตจริง - วันทำงาน/ต้องเจอคนเยอะ/ถ่ายรูป: Semi-Matte จะให้ผิวดูเนียนและปกปิดกำลังดี - วันชิลๆ อยากหน้าสดแต่ดูผิวดี: Airy คือให้ความ “ผิวสวยแบบไม่พยายาม” มาก โดยรวมถ้าใครกำลังลังเล “cushion sulwhasoo” หรือ “sulwhasoo perfecting cushion” แนะนำให้เลือกจากสภาพผิวและฟินิชที่ชอบเป็นหลัก แล้วค่อยปรับด้วยวิธีเซ็ตแป้ง เท่านี้ก็ได้งานผิวสวยทั้งวันแบบไม่ดรอป ไม่เป็นคราบเหมือนกันค่ะ




ใช้เป็นสีเบอร์อะไรอะคะ