คิดยังไง?กับความคิดที่ว่าไม่ได้ขอมาเกิด
โดยส่วนตัวรู้สึกว่าชุดความคิดนี้มาจากคนที่มีแผลทางใจในครอบครัว แล้วส่งต่อความรู้สึกเป็นลบออกมาสู่สังคม
ส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นที่มีความแกว่งทางอารมณ์ง่าย บางทีครอบครัวอบอุ่นพ่อแม่ดูแลดี แต่ขัดใจขึ้นมาก็เอาประโยคนี้มาใช้
พ่อแม่ที่เขาตั้งใจดูแลลูกอย่างดี แต่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้คือน่าสงสารมากนะ
จริงที่เราไม่ได้ขอมาเกิด แต่เมื่อเราเกิดมาแล้วถูกเลี้ยงแบบไหนนั่นละที่ต้องคิด พ่อแม่ที่ไม่เคยเหลียวแลจะเอาไปเทียบไม่ได้กับพ่อแม่ที่ดูแลลูกอย่างดี มีความรัก ความอบอุ่นให้หรอกนะ
พักหลังเราเริ่มจะมองเห็นโพสและคอมเม้นที่ผู้ใหญ่กล่าวว่า ดีจังที่ไม่มีลูก หรือถ้าย้อนเวลากลับไปได้ไม่มีลูกคงดีกว่า
สังคมที่แตกร้าวตั้งแต่สถาบันครอบครัวมันน่าเป็นห่วงมากจริงๆ
ต้องการให้พ่อแม่ทำหน้าที่ให้ดี แล้วตัวลูกทำหน้าที่ของลูกที่ดีแค่ไหน?
ลูกก็เห็นแก่ตัว พ่อแม่ก็รู้สึกว่ารักไปก็เสียเปล่า มีการแบ่งเขาแบ่งเรา
สุดท้ายก็พังทลาย
ฝากไว้ให้คิด…
ความคิดที่ว่า "ไม่ได้ขอมาเกิด" ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่สะท้อนอารมณ์ของบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาทางจิตใจและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่อาจมีบาดแผลลึกซึ้ง การปล่อยให้คำพูดเช่นนี้ได้รับความยอมรับโดยไม่พิจารณาถึงรากของปัญหาจะทำให้เกิดผลกระทบต่อวัยรุ่นที่กำลังเติบโตอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอารมณ์เปราะบางและต้องการความรัก ความเข้าใจจากพ่อแม่อย่างแท้จริง ปัญหานี้มักเกิดขึ้นในครอบครัวที่ขาดการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ที่ดี ความอบอุ่นและความรักจากพ่อแม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความขัดแย้งหรือความคาดหวังที่สูงเกินไปจากทั้งสองฝ่าย อาจทำให้เกิดความรู้สึกแยกตัวและเก็บตัวในใจ ส่งผลให้วัยรุ่นใช้คำพูด "ไม่ได้ขอมาเกิด" เป็นเครื่องมือแสดงออกถึงความเจ็บปวดและความไม่พอใจ สังคมไทยในปัจจุบันเริ่มเห็นโพสต์และคอมเมนต์จากผู้ใหญ่บางกลุ่มที่แสดงความเห็นในเชิงลบเกี่ยวกับการมีลูก เช่น "ดีจังที่ไม่มีลูก" หรือ "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงไม่มีลูก" คำพูดเหล่านี้มิได้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ แต่กลับทำให้อาการคำว่าแตกแยกในสถาบันครอบครัวลุกลามหนักขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลกระทบกับสังคมโดยรวม เพราะสถาบันครอบครัวคือรากฐานสำคัญในการปลูกฝังคุณค่าทางสังคม สิ่งสำคัญที่ควรทำคือการสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ทุกคนในครอบครัวได้สื่อสารอย่างเปิดเผยและเข้าใจซึ่งกันและกัน พ่อแม่ควรแสดงความรักและความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ลูกสามารถแสดงความรู้สึกของตนเองได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่ลูกเองก็ควรรับรู้ถึงความตั้งใจและความพยายามของพ่อแม่ในการดูแล พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของครอบครัว การตั้งคำถามว่าพ่อแม่และลูกทำหน้าที่ของตนได้ดีแค่ไหนเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อต่างฝ่ายต่างเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะกลับมานุ่มนวลและแน่นแฟ้นเหมือนเดิม พร้อมส่งเสริมให้ครอบครัวไทยมีความสุขและสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาสังคมที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น
