#MuseumOfSOMNIA #PUN#ImmersiveMusicExperience #Exhibition#BangkokExhibition
ถ้าใครกำลังค้นหา Museum of Somnia ว่าคืออะไร หรือสงสัยว่า “metaverse concert” ที่พูดถึงกันมันเป็นแบบไหน เราขอสรุปจากประสบการณ์ไปดูจริงให้เข้าใจง่าย ๆ แบบคนไปเที่ยวงานนิทรรศการในกรุงเทพค่ะ Museum of Somnia จะให้อารมณ์เหมือน “นิทรรศการ + คอนเสิร์ต” ในที่เดียว แต่ไม่ใช่คอนเสิร์ตที่ยืนดูบนเวทีอย่างเดียว จุดเด่นคือความเป็น Immersive Music Experience คือเราอยู่ “ใน” งานภาพ/แสง/เสียงเลย เดินเข้าแต่ละโซนแล้วเพลงกับวิชวลจะค่อย ๆ พาอารมณ์เราไปเรื่อย ๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าโลก Somnia (ชื่อก็บอกว่าเหมือนโลกความฝัน) ซึ่งคนที่ทำเพลงอย่าง PUN ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนอยากไปลอง สิ่งที่เราชอบคือการออกแบบประสบการณ์ให้เหมือนเดินตามเวลา—ในภาพที่เห็นมีคำอย่าง MINUTES / HOURS ทำให้รู้สึกว่างานตั้งใจเล่นกับเรื่อง “ช่วงเวลา” และจังหวะของเพลง พออยู่ในห้องที่แสงกับซาวด์ลงตัว เราจะเริ่มโฟกัสกับรายละเอียดเสียงมากขึ้น (โดยเฉพาะท่อนที่มีเบส/เอฟเฟกต์) ใครเป็นสายฟังเพลงอยู่แล้วจะอินง่ายมาก ส่วนคำว่า metaverse concert ในงานแนวนี้ สำหรับเรามันคือการทำให้คอนเสิร์ตไม่จำกัดแค่เวทีและคนดู แต่เป็นคอนเสิร์ตที่สภาพแวดล้อมรอบตัว (ภาพ แสง เสียง โปรเจกชัน) ช่วยสร้าง “โลก” ให้เราเหมือนอยู่ในอีกมิติหนึ่ง จะถ่ายคอนเทนต์ก็ได้ฟีลล้ำ ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพร็อพเยอะ ทริคเล็ก ๆ ก่อนเข้าไป: - แนะนำไปช่วงคนไม่แน่น จะได้ยืน/นั่งซึมซับเสียงแบบเต็ม ๆ และถ่ายรูปไม่ติดคน - ถ้าอยากอินกับเพลงจริง ๆ ลองเก็บมือถือสัก 1-2 เพลงแรก แล้วค่อยถ่าย จะรู้สึกว่าอารมณ์พุ่งขึ้นมาก - แต่งตัวสีเรียบหรือโทนเข้มจะขึ้นกล้องกับแสงในงาน โดยเฉพาะโซนที่มีแสงนีออน/โปรเจกชัน ใครเหมาะกับ Museum of Somnia? - คนชอบงาน immersive, ชอบนิทรรศการในกรุงเทพที่ “มีเสียงเพลงเป็นพระเอก” - แฟนเพลง PUN หรือคนอยากลองประสบการณ์คอนเสิร์ตแบบใหม่ - สายถ่ายรูป/ถ่ายวิดีโอที่อยากได้ฉากแนว metaverse แบบไม่ต้องไปไกล โดยรวมเรามองว่า Museum of Somnia เป็นงานที่ไปแล้วได้ทั้งรูป ได้ทั้งความรู้สึก และได้ “ฟังเพลงแบบมีฉาก” ถ้าใครลังเลอยู่ ลองไปสักครั้งจะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนเรียกมันว่า immersive music experience มากกว่านิทรรศการทั่วไปค่ะ

