‘กองทัพภาค 2’ ชี้ทหารกัมพูชายิง 11 นัด

‘กองทัพภาค 2’ ชี้ทหารกัมพูชายิง 11 นัดแนวโอร์เสม็ดขาดวินัย ไม่ใช่การหวังผลทางทหาร

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยกรณีทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด ในหลายจุด ช่วงเวลาพลบค่ำที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าเป็นการกระทำของกำลังพลทหารกัมพูชาที่ขาดระเบียบวินัย ก่อนใช้อาวุธปืนประจำกายยิงออกมาเป็นระยะ

รายงานระบุว่า จุดเริ่มต้นของการยิงอยู่บริเวณเนิน 278 ทิศตะวันออกของช่องจอม ก่อนจะไล่แนวยิงลงมาตามพื้นที่ฝั่งตะวันออกของถนนเข้าสู่โอร์เสม็ด โดยแต่ละจุดมีการยิงเพียง 1-2 นัด รวมทั้งสิ้น 11 นัด

ทั้งนี้ จากการประเมิน สถานการณ์คาดว่า ลักษณะการยิงไม่ได้เป็นการยิงต่อเนื่องเป็นชุด หรือมีลักษณะมุ่งหวังผลทางยุทธวิธี เนื่องจากเป็นการยิงกระจายเป็นจุด ๆ และไม่มีเป้าหมายชัดเจน ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด

กองทัพภาคที่ 2 ยังคงสั่งการให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

#กองทัพภาคที่2 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ข่าวออนไลน์

5/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการติดตามข่าวเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บ่อยครั้งที่เกิดความตึงเครียดแต่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งการยิงปืน 11 นัดที่โอร์เสม็ดครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงว่าการยิงดังกล่าวเป็นการยิงที่ไม่มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ได้ยิงต่อเนื่องเป็นชุด ทำให้ดูเหมือนเป็นการกระทำที่เกิดจากความขาดวินัยของกำลังพลทหารมากกว่าการปฏิบัติภารกิจทางทหารอย่างจริงจัง จุดเริ่มต้นของการยิงที่เนิน 278 ทิศตะวันออกช่องจอมและแนวยิงกระจายตามแนวถนนเข้าสู่โอร์เสม็ด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีแผนหรือเป้าหมายทางยุทธวิธี ซึ่งทำให้ฝ่ายไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ใกล้ชิดและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน รวมถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพและเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาเพื่อป้องกันเหตุความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในฐานะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดน การเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงของกองทัพภาคที่ 2 นับว่ามีความจำเป็นและสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่สถานการณ์ร้ายแรงหรือการยิงด้วยเป้าหมายทางทหารจริงก็ตาม การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสเช่นนี้ช่วยลดความวิตกกังวลของประชาชน และทำให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดการและเตรียมพร้อมป้องกันเหตุการณ์ที่อาจก่อผลกระทบต่อความมั่นคงชายแดนอย่างจริงจัง นี่จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน ที่ไม่เพียงแต่ต้องมีการปราบปรามเหตุรุนแรงเท่านั้น แต่ยังต้องเสริมสร้างการรับรู้และความเข้าใจในสถานการณ์แก่ประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันรักษาความสงบและปลอดภัยในระยะยาว

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕