#ข่าวออนไลน์

กรมอุตุฯ แถลง ‘ไทย’ เข้าสู่ฤดูฝนปี 69 อย่างเป็นทางการ 15 พ.ค.ต่อเนื่องถึงกลางเดือน ต.ค. คาดปริมาณฝนน้อยกว่าปี 68 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 10 โดยปริมาณฝนน้อยกว่าปีก่อน ปีนี้ คาดมีพายุ 1-2 ลูก

.

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หลังจากตรวจพบว่า องค์ประกอบทางอุตุนิยมวิทยา เป็นไปตามเกณฑ์การเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย ประกอบด้วย ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ , ลมระดับล่างเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมระดับบนเปลี่ยนทิศเป็นลมฝ่ายตะวันออก โดยฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะต่อเนื่องไปจนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม

.

สำหรับภาพรวมฤดูฝนปีนี้ คาดว่าปริมาณฝนรวมของประเทศจะน้อยกว่าปี 2568 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง

.

จากนั้น ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝนอาจลดลง ทำให้หลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ก่อนที่ฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่นอีกครั้ง ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่

.

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ–ลานีญา หรือ ENSO อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะเป็นกลาง (ENSO Neutral) แต่มีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ และอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย

.

แม้ว่าภาพรวมปริมาณฝนทั้งปีจะมีแนวโน้มน้อยกว่าปกติ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักเป็นระยะจากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในหลายพื้นที่

.

ส่วนแนวโน้มพายุหมุนเขตร้อนปีนี้ คาดว่าอาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือส่งผลกระทบประมาณ 1–2 ลูก โดยมีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน และอาจส่งผลกระทบต่อบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก

.

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิด “ศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน” เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากในช่วงวันที่ 14–18 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น

.

ขณะเดียวกัน ทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว

.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามสถานการณ์และออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงฤดูฝนปีนี้

.

#กรมอุตนิยมวิทยา #ข่าวออนไลน์

5/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่อาศัยในประเทศไทยและติดตามข่าวสารอากาศอยู่เสมอ ผมเห็นว่าการประกาศฤดูฝนของกรมอุตุฯ นั้นมีความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของประชาชนและภาคเกษตรโดยตรง ฤดูฝนปี 2569 นี้ แม้จะมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยและปีก่อนประมาณ 10% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากฝนตกหนัก รวมถึงอาจมีพายุหมุนเขตร้อน 1-2 ลูกที่เข้ามากระทบในช่วงปลายฝนนี้ ในขณะที่หลายพื้นที่อาจเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วงกลางฤดู เช่น ปลายมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่จะต้องมีการจัดการน้ำให้เหมาะสมโดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ผมแนะนำว่าคนที่ปลูกพืชหรือทำเกษตรควรวางแผนการรดน้ำและจัดเก็บน้ำอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ การเปิดศูนย์ติดตามฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันนั้น ช่วยให้ชาวเรือและคนในพื้นที่เสี่ยงสามารถดำเนินชีวิตและวางแผนกิจกรรมได้ปลอดภัยมากขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวในช่วงฝนตกหนักที่ผ่านมา การติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ผมเตรียมการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและลดความเสียหายได้อย่างมาก การติดตามผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี นี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะจะสามารถมีผลต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและภาคเกษตรกรรมโดยรวม สุดท้าย ผมขอชวนทุกท่านให้ใส่ใจข้อมูลฝนฟ้าอากาศและประกาศเตือนภัย เพื่อเตรียมตัวลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในฤดูฝนปีนี้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด