‘โฆษกคลัง’ เผย วันนี้ยังไม่ประชุม คกก.ประชารัฐฯ เคาะยกเลิก ‘เกณฑ์ใช้พ่อแม่ลดหย่อนภาษี ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ‘ ยืนยัน เร่งทำให้เร็วที่สุด ปัดตอบใช้ ’ทบทวนหรือยกเลิก‘ ชี้ ให้เป็นอำนาจกรรมการฯ แต่เชื่อ ทิศทาง-สัญญาณ-คำสั่งการ ’นายกฯ‘ ชัดเจนแล้ว ย้ำ พยายามแก้ไข ปิดช่องรั่วไหล พร้อมดึงคนตกหล่นเข้าระบบให้มากที่สุด

วันที่ 8 มิ.ย.2569 ภายหลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันแล้วว่า นายกรัฐมนตรีสั่งทบทวนการยกเลิกเกณฑ์การลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขั้นตอนต่อจากนี้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ต้องประชุมเร่งด่วนเพื่อพิจารณาทบทวนการยกเลิก

เมื่อเวลา 13.10 น. ที่กระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เผยว่า วันนี้ (8 มิ.ย.2569) ยังไม่มีการประชุม คณะกรรมการประชารัฐฯ ส่วนหากทราบราบละเอียดแล้วจะแจ้งให้ทราบทันที แต่จะประชุมภายในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้น “ยืนยันว่าจะทำให้เร็วที่สุด”

เมื่อถามว่าคำว่า ”ทบทวน“ อาจตีความได้ว่า ”ยังคงอยู่หรือยกเลิก“ นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องนี้ตามกฎหมายเป็นอำนาจของกรรมการฯ ที่จะเสนอไปตามขั้นตอน ส่วนจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยหรือไม่นั้นคงต้องดูในรายละเอียด

“วันนี้เราฟังทุกคน เราดูความจำเป็นทุกด้าน ซึ่งนโยบายสาธารณะคงไม่ใช่เรื่องที่คิดกันอยู่ และไม่ได้ฟังใครเลย แต่ต้องเรียนว่าที่ผ่านมาเรามีข้อมูล ที่มาของสาเหตุที่เราจะทำในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคิดว่าเป็นเรื่องของกรรมการที่จะเข้าไปพิจารณาร่วมกัน”

ส่วนจะให้ตอบชัดๆ ว่าวันนี้ใช้คำว่า “ทบทวนหรือยกเลิก” นายวินิจ ระบุย้ำว่า ” ต้องเรียนว่าเป็นอำนาจของกรรมการ โดยหลักขออนุญาตไม่ก้าวล่วง แต่มองว่ามีสัญญาณ ทิศทางชัดเจนแล้ว“

นายวินิจ กล่าวว่า หากเราพูดเรื่องบัตรประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในบัตรสวัสดิการ ซึ่งมีสวัสดิการอยู่หลายรูปแบบ แต่สวัสดิการบางอย่างเป็นสวัสดิการสำหรับทุกคน หรือสวัสดิการถ้วนหน้า แต่สวัสดิการบางอย่างเราก็พยายามให้เฉพาะเจาะจง เฉพาะกลุ่ม ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจัดอยู่ในกลุ่มหลังแบบเฉพาะเจาะจง

อีกทั้งที่ผ่านมา เราพูดกันมาตลอดเรื่องปัญหาการรั่วไหล รวมถึงปัญหาคนไม่จนจริง ซึ่งอย่างที่ทราบเรามีความพยายามที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็กล่าวไปแล้วว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามา ซึ่งเราเองก็พยายามคัดกรอง ให้ได้เจอผู้ที่จนอย่างแท้จริง แล้วทำให้เป็นไปตามเป้าหมายแต่เมื่อมีข้อสั่งการ ต้องดำเนินการตามกระบวนการ

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เราไม่ได้เพียงแต่คัดกรองการรั่วไหล แต่โจทย์ของเราคือจะทำอย่างไรให้คนตกหล่นได้เข้า ครั้งนี้ต่างจากเดิมคือไม่ได้ให้ทุกคนเดินมาลงทะเบียนเอง ซึ่งมีคนยากลำบากจำนวนมากไม่ได้สะดวกมา นั่นคือ ที่มาว่าทำไมต้องให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานปกครองในพื้นที่เข้าไปช่วยดูแลในส่วนนี้ รวมถึง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 กระทรวงทำงานอย่างหนัก เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ตกหล่นได้เข้าสู่ระบบนี้ ทั้งนี้ คิดว่าปัญหามีแน่ หากต้องมีการปรับปรุงเกณฑ์แต่เราจะแก้ปัญหาไปพร้อมพร้อมกันทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมกันทั้งปัญหาการรั่วไหล และเรื่องการตกหล่น

เมื่อถามว่าจะทบทวนหลักเกณฑ์อื่นๆด้วยหรือไม่ เช่นหลักเกณฑ์มีหนี้เกิน 100,000 บาท นายวินิจ ระบุว่า ขณะนี้หากมีปัญหาอะไร แล้วนายกรัฐมนตรีสั่งการมา ก็จะรับไปทบทวน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีการรั่วไหลอยู่จริง เกณฑ์ต่างๆที่พยายามจะทำให้ครอบคลุม ก็เพื่อที่จะให้ผู้ที่ลำบากอย่างแท้จริงได้ใช้ แต่ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้เม็ดเงินที่เรามีอยู่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าในภาวะวิกฤต ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และทุกคนเห็นตรงกัน สิ่งที่เคยพูดมาตลอดคือภาวะนี้ทุกคนลำบาก ไม่มีใครไม่ลำบาก ลำบากมากน้อย บัตรสวัสดิการเราต้องการให้คนที่ลำบากมากที่สุด

“วันนี้ผมอยากให้มองในมิติ ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่พยายามจะช่วยเหลือทุกคนที่ลำบากอย่างแท้จริง และก็มีโครงการอื่นๆอยู่ ยังไม่ต้องกังวล ในเรื่องของผู้สูงอายุ ก็ยังมีสวัสดิการสำหรับทุกท่านที่สูงอายุ ที่เป็นสวัสดิการถ้วนหน้า คือเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ส่วนกรณีของเด็กและเยาวชนก็มีการดูแลเช่นกัน ดังนั้น ต้องแยกมิติของระบบสวัสดิการต่างๆออกจากกัน ซึ่งวันนี้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเน้นคนที่ยากจน วันนี้ไม่ได้เน้นปัญหาแค่เรื่องรั่วไหล แต่จะแก้เรื่องตกหล่นด้วย” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจ ยังกล่าวด้วยว่า ด้วยข้อมูลที่ประเทศไทยมี เราก็พยายามทำดีที่สุด วันนี้กลับหลายปีก่อนที่เราทำวันนี้ฐานข้อมูลก็ต่างกันเยอะ กรมสรรพากร ก็มีข้อมูลหัก ณ ที่จ่ายที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่วนข้อมูลอื่นๆ ของทุกหน่วยงานก็ล้วนพัฒนามากขึ้น / ขณะเดียวกันยืนยันว่าเรามีพื้นฐานข้อมูลว่า คนที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีกับถือบัตรคนจนที่เป็นพ่อแม่ มีจำนวนเท่าไหร่ แต่ส่วนนี้ขอให้คณะกรรมการได้พิจารณาก่อน

เมื่อถามอีกว่าจะเป็นการแยกกลุ่มหรือไม่ว่าคนลดหย่อนดูแล ส่วนคนไม่ลดหย่อนไม่ดูแล นายวินิจ ระบุว่า “เราอย่าแตกประเด็น ประเด็นวันนี้คือมีความไม่สบายใจเรื่องเกณฑ์ พอมีข้อสั่งการให้ทบทวน เราก็ดำเนินการ แล้วอยากให้โครงการนี้เดินต่อ ตามจุดมุ่งหมายคือ การรั่วไหลต้องลดลง และคนตกหล่นต้องเข้ามาได้มากขึ้น”

นักข่าวยังสอบถามด้วยว่าหากยกเลิกเกณฑ์ดังกล่าวแล้วจะมีผลกระทบกรณีคนที่ “อยากจน” อาจจะหลุดเข้ามาเหมือนเดิมหรือไม่ นายวินิจ ระบุว่า เครื่องนี้เราต้องทบทวนกันอย่างรอบคอบ อย่างที่บอกคือคงไม่มีเกณฑ์ใดๆ ที่การรั่วไหลไม่เกิดขึ้น แต่เราต้องทำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

“ทุกวันนี้อยากแค่โฟกัสว่าทุกคนก็ลำบาก ฝนตกบ้าง อากาศก็ร้อน แต่ทีมมหาดไทย ทีม พม. ทุกคนออกไปช่วยเราไม่ต้องให้มาเอง การลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิ์ก็ง่ายขึ้น เราเองก็พยายามทำทุกอย่างให้เข้าถึง“

นายวินิจ กล่าวอีกว่า อย่าลืมว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ได้มีแค่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เรายังมี 60-40 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ให้ข่าวไปแล้วว่าท่านที่อาจเสียสิทธิ์ตรงนี้ เพราะว่าท่านฐานะดีขึ้นแล้วและความเป็นอยู่เปลี่ยนไป ก็ยังมีสิทธิ์อื่นช่วยอยู่ เพราะท่านก็ยังลำบาก อย่างที่บอกคือทุกคนลำบากกันหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ซึ่งยังติดภารกิจร่วมกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 ณ กรุงฮานอย

แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐฯในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 15.30 น. และคาดจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันอังคารที่ 16 มิถุนายน นี้

#โฆษกคลัง #ข่าวออนไลน์ #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู

9 ชั่วโมงที่แล้วแก้ไขเป็น