กต. ตร. ขอเพลง HBD ไม่พอใจไม่เปิดให้ซักที เดินไปตับหัวดีเจ อ้างเข้าใจผิด ขอโทษและเสนอเยียวยาแต่อีกฝ่ายไม่คุย ยอมรับว่าผิด แต่แค่ตบกบาล ไม่ได้กระทืบ เป็นลหุโทษ
รายการโหนกระแสวันนี้ (17 มิ.ย. 2569) พูดคุยกรณีดีเจซึ่งไปเปิดเพลงที่สถานบันเทิงใน จ. ขอนแก่น แล้วถูกชายคนหนึ่งเดินขึ้นมาตบหัวหลายครั้ง เพียงเพราะไม่พอใจที่ไม่เปิดเพลง Happy Birthday ให้ตามที่ขอสักที เมื่อดีเจคนดังกล่าวไปแจ้งความที่ สภ. เมืองขอนแก่น ก็ต้ องตกใจเพราะพบรูปชายคนเดียวกันนี้ติดอยู่ที่สถานีตำรวจ โดยมีข้อความระบุว่าเป็น กต. ตร. ของ สภ. เมืองขอนแก่น นอกจากนี้ในระหว่างเกิดเหตุยังมีการประกาศถามคนในร้านอาหารว่า “รู้ไหมว่ากูเป็นใคร”
ในรายการวันนี้ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาพูดคุย ทั้งฝั่ง ดีเจมัด ซึ่งเป็นผู้เสียหาย, อาเธอร์ MC ในเหตุการณ์, เบน บิซซี่ นักร้องที่อยู่ในเหตุการณ์, คุณเวฟ ผู้จัดการร้านที่เกิดเหตุ คุณลิลลี่ ผู้จัดการวงไมยราพ และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ที่มาร่วมพูดคุยด้วย
ดีเจมัดเล่าว่าตนเองเป็นดีเจมานานเข้าสู่ปีที่ 17 แล้ว โดยคุณลิลลี่เสริมว่าดีเจมัดทำงานเป็นทีมงานของวงไมยราพ ซึ่งเป็นวงดนตรีแบบฟูลแบนด์ที่จะมีดีเจร่วมเดินทางไปเล่นตามที่ต่าง ๆ ด้วย ในวันเกิดเหตุ พวกเขาได้รับงานจ้างที่ขอนแก่น โดยร้านแรกดีเจมัดไป เล่นพร้อมกับวงไมยราพ ส่วนร้านที่สองคือร้านที่เกิดเหตุ ดีเจมัดถูกเชิญไปเล่นส่วนตัวเพียงคนเดียว
ดีเจมัดมีตารางเล่นที่ร้านนี้เวลา 01.30 น. โดยหลังจากเล่นกับวงไมยราพที่ร้านแรกเสร็จตอนเที่ยงคืน ก็ได้เดินทางมาถึงร้านนี้ประมาณ 01.00 น. ผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยมีอาเธอร์ซึ่งเป็น MC คู่หู และเบน บิซซี่ ซึ่งเป็นคนขอนแก่น และอาสาเป็นคนนำทางไปที่ร้านเพราะดีเจมัดไม่รู้จักทาง
เมื่อไปถึงร้านซึ่งมีคนเยอะเป็นปกติ ดีเจมัดก็เดินเข้าห้องน้ำและตรงเข้าบูธดีเจทันที เพื่อเช็กอุปกรณ์และเตรียมตัว เริ่มเปิดเพลงตอนเวลา 01.30 น. ตามปกติ แต่หลังจากเล่นไปได้ประมาณ 10 นาที หรือประมาณเวลา 01.40 น. ตามภาพจากกล้องวงจรปิด ก็มีชายคนหนึ่งเดินมาขอเพลง Happy Birthday ให้กับน้องสาวที่โต๊ะ ชายคนนั้นเดินมากระซิบกับอาเธอร์ซึ่งเป็น MC
อาเธอร์ เล่าว่า ชายคนนั้นบอกว่าขอเพลงให้น้องสาว แต่ไม่รีบ รอได้ อาเธอร์จึงบอกไปว่าให้รอสักครู่เพราะเพิ่งเริ่มเล่นได้เพียง 10 นาที และต้องใช้เวลาเซ็ตเพลง
ดีเจมัดอธิบายเสริมว่า การจะเปิดเพลง Happy Birthday ต้องหาช่วงจังหวะที่บีทเพลงขึ้นลงให้เหมาะสม ไม่สามารถเปิดแทรกขึ้นมาทันทีได้ เพราะจะทำให้อารมร์ของเพลงพัง
อาเธอร์ เล่าต่อว่า เวลาผ่านไปเพียง 3 นาที คือเวลา 01.43 น. ชายคนเดิมเดินกลับมาถามอีกครั้งว่า เพลงกูได้หรือยัง ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าไม่รีบ อาเธอร์จึงบอกให้รอดีเจก่อนในครั้งที่สองนี้ชายคนนั้นเดินมาแทรกตรงกลางและสะกิดหัวดีเจมัดหนึ่งครั้ง พร้อมพูดว่า Happy Birthday นะ ซึ่งดีเจมัดเล่าว่าตอนแรกตนไม่ได้ถือสาเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักมาโดนมาสะกิด และแม้จะรับทราบแล้วว่าจะต้องเปิดเพลงให้ แต่ก็ยังต้องรอจังหวะที่เหมาะสมเพราะคนในร้านนับร้อยคนกำลังสนุกสนานอยู่
แต่ก่อนหน้านั้น อาเธอร์ได้พูดออกไมค์ว่า We got birthday girl tonight. เพื่อให้ทราบว่ารับรู้แล้วแม้จะยังไม่ขึ้นเพลง แต่ชายคนดังกล่าวกลับเดินขึ้นมาบนบูธดีเจอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม แล้วก็ตบหัวดีเจมัดทันที
ดีเจมัดเล่านาทีที่ถูกทำร้ายว่า ชายคนนั้นตบเขาหนึ่งครั้งจนเขาหันไปด้วยความงง จากนั้นก็โดนตบครั้งที่สองพร้อมคำถามว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” แล้วชายคนนั้นก็กระชากหมวกของดีเจมัดออกแล้วโยนทิ้ง พร้อมกับถามว่า มึงใหญ่เหรอ ก่อนจะตบซ้ำอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้คนในร้านรวมถึงเพื่อนศิลปินที่อยู่ในบูธต่างตกใจและพยายามห้ามปราม
ดีเจมัดเผยว่า ตอนนั้นตนเองไม่ได้หยุดเพลง ต้องการให้งานดำเนินต่อไปได้ อีกทั้งตนไม่ได้สวนกลับหรื อตอบโต้เพราะตนเป็นดีเจไม่ใช่นักเลง และต้องการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย เพื่อเราไม่ใช่คนในพื้นที่ รวมถึงยังมีทีมงานมีศิลปินคนอื่น ๆ อีก ก็เป็นห่วงทุกคน แต่ยอมรับว่ารู้สึกโกรธและอึดอัดมากเมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุการณ์ตบหัว ดีเจมัดตัดสินใจลงทันที โดยให้ดีเจคนอื่นทำหน้าที่ต่อ แต่ทราบว่าหลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวยังได้กลับมาที่บูธดีเจอีกรอบ โวยวายให้ปิดเพลงและไม่ต้องเปิดเพลงอีก ซึ่งมีภาพในกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้ได้ จนต่อมาทีมการ์ดของร้านได้เข้ามาล็อกตัวเขาออกไปนอกร้าน
คุณเวฟ ผู้จัดการร้าน ยืนยันว่า ทางร้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในช่วงที่การ์ดควบคุมตัวชายคนดังกล่าวออกไป เขาได้โวยวายใส่การ์ด และบอกว่าว่าจะให้คนมาลงตรวจสอบร้าน ชา ยคนนี้ไม่ได้มาที่ร้านบ่อย แต่เคยมาบ้าง และในวันเกิดเหตุเขามากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ส่วนน้องสาวที่เขาอ้างถึงนั้นนั่งรออยู่ที่ร้านอยู่แล้วและเขาตามมาทีหลัง
ภาพเหตุการณ์หน้าร้านแสดงให้เห็นทีมการ์ดพาชายคนดังกล่าวออกมา ซึ่งเขาก็ยังพูดจาท้าทายว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” และขู่ว่าจะเอาหน่วยงานปกครองมาลงตรวจสอบร้าน
ดีเจมัด เผยว่า หลังจากเกิดเหตุและเก็บของเสร็จ เขารู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของทั้งตนเองและทีมงาน เพราะไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร จึงตัดสินใจขอหลักฐานจากทางร้านเพื่อไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในคืนนั้นทันที ซึ่งทางร้านก็ให้ความร่วมมือมอบหลักฐานทุกอย่างให้ เมื่อไปถึงโรงพักและให้ปากคำกับร้อยเวร ดีเจมัดต้องตกใจเมื่อพบรูปของชายคนดังกล่าวติดอยู่ที่บอร์ดในฐานะคณะกรรมการตร วจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ กต.ตร.
ทนายตุ๋ยได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กต.ตร. เป็นคณะกรรมการภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการหรือดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ตามระเบียบของตำรวจ โดยคนกลุ่มนี้มาจากการสมัครและตำรวจเป็นผู้คัดเลือก ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง หน้าที่ของ กต.ตร. คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตและให้ความปลอดภัยแก่ประชาชน ไม่ใช่การกระทำที่ผิดบทบาทเช่นนี้
หลังจากแจ้งความ ดีเจมัดได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำผลมาประกอบใบแจ้งความ ต่อมาทางตำรวจได้ติดต่อกลับมาหาดีเจมัด โดยแจ้งว่าชายที่ก่อเหตุฝากมาขอโทษ ในคลิปเสียงสนทนา ตำรวจระบุว่า ผู้ก่อเหตุแสดงความประสงค์จะชดใช้ค่าเสียหาย แต่ดูเหมือนจะไม่พร้อมจ่ายตามยอดที่เรียกไป โดยก่อเหตุอ้างว่าที่ทำไปเพราะความเมา และเข้าใจผิดคิดว่าเป็นดีเจท้องถิ่นในขอนแก่น
ทนายตุ๋ยและหนุ่ม กรรชัย ตั้งข้อสังเกตว่า การฝากตำรวจมาขอโทษนั้นดูไม่จริงใจ เพราะผู้กระทำผิดควรเป็นคนขอโทษด้วยตนเอง
ฝั่งผู้ก่อเหตุได้ไปให้สัมภาษณ์กับสื่ออื่นในลักษณะที่ทำให้ดีเจมัดเสียหาย กล่าวหาว่าดีเจมัดอยากดัง รวมถึงอ้างว่าดีเจมัดมีงานเยอะขึ้นเพราะมีกิมมิกจากเรื่องนี้ในการรับงาน ทั้งยังอ้างว่าพยายามติดต่อขอคุยกับทางดีเจหลายครั้งแล้วแต่ทางดีเจไม่ยอมคุย ซึ่งดีเจมัดยืนยันว่า ไม่เคยมีการติดต่อมาเลย มีเพียงการฝากตำรวจมาเท่านั้น
ในคลิปสัมภาษณ์ของผู้ก่อเหตุ เขาอ้างว่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นดีเจขอนแก่นที่รู้จักกัน และตนเองได้ออกจากตำแหน่ง กต.ตร. ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2569 แล้ว ไม่ได้ใช้ตำแหน่ง กต.ตร. ไปเบ่งใส่ใคร และยังบอกว่าตนเองประสบปัญหาล้มละลายจากการโดนกลั่นแกล้ง จนป่วยแพนิก เมื่ออยู่คนเดียวจะมีอาการดิ่ง จึงต้องออกไปเที่ยวทุกวัน
ผู้ก่อเหตุระบุว่า ยอมรับผิดทุกประการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อ้างว่าในเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเรื่องการรับผิดชอบหรือการเยียวยาไปแล้ว แต่ทางฝ่ายดีเจไม่ยอมรับและบอกให้ไปคุยกับตำรวจ ทางดีเจไม่ยอมคุยกับตนเลยเพราะต้องการให้เรื่องนี้เป็นกระแสเฉย ๆ ทางดีเจวางแผนจะเล่นงานตน เพราะอยากเป็นกระแสและอยากเป็นดีเจดังในประเทศไทย
ผู้ก่อเหตุยอมรับว่าไม่รู้จักดีเจคนนี้เป็นการส่วนตัว และในขณะที่เกิดเหตุตบหัวนั้น เข้าใจผิดคิดว่าเป็นดีเจคนพื้นที่ในขอนแก่นที่รู้จัก และปกติตนไปเที่ยวร้านนี้บ่อยจนเป็นที่รู้จัก ในตอนนั้นเข้าใจว่าดีเจก็น่าจะรู้จักตนเช่นกัน มาทราบภายหลังว่าเป็น ความเข้าใจผิด ยอมรับผิดทั้งหมด แต่ยังสงสัยว่าทำไมต้องให้นักข่าวมาคุยกับตน เพราะตนไม่ได้หนีและพร้อมจะเยียวยาตามความเหมาะสม
ดีเจมัด ได้โต้แย้งข้อมูลดังกล่าวว่า ไม่เคยมีใครติดต่อมาหาตนเลย นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร ตนมีการเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลาเพราะมีคดีความอยู่ สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่าอยากดังนั้น ดีเจมัดชี้แจงว่า ตนประกอบอาชีพดีเจมานานถึง 17 ปีแล้ว เพื่อทำมาหาเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น การที่ตนไปแจ้งความก็เพื่อร้องทุกข์ เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชื่อเสียงแต่อย่างใด
ส่วนข้อมูลติดต่อของตน เบอร์โทรศัพท์มีระบุไว้อย่างชัดเจนในใบแจ้งความ รวมถึงมีช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และอีเมล ซึ่งหากจะติดต่อจริงย่อมสามารถทำได้
ประเด็นที่ผู้ก่อเหตุพูดว่า พร้อมเยียวยาแต่มีลิมิต หากเรียกมากกว่านั้นก็ไม่จ่าย จะยอมติดคุก และชี้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นลหุโทษ เขาไม่ได้ไปกระทืบหรือทำใครบาดเจ็บ ทนายตุ๋ยระบุว่า ไม่ปฏิเสธว่าข้อหาจะเป็นไปตามนั้น แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น มันขึ้นอยู่กับมัด สิ่งที่มัดเขาประเมินเขาก็ประเมินจากชื่อเสียงกับสิ่งที่เขาทำงาน ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะเรียก ส่วนคุณจะจ่ายไม่จ่ายเนี่ยไม่เป็นไร แต่การพูดแบบนี้มันก็เหมือนเป็นการไปดูถูก ไปซ้ำเติมมัดเขาอีก
หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ตนเองพยายามต่อสายหาผู้ก่อเหตุหลายครั้ง แต่ถูกตัดสายทิ้งตลอด จึงตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายใดกันแน่ที่ติดต่อไม่ได้ นอกจากนี้ ประเด็นที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่า นึกว่าเป็นดีเจขอนแก่นเลยตบหัว มีการตั้งคำถามว่า การเป็นดีเจขอนแก่นหมายความว่าสาม ารถถูกตบหัวได้หรืออย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นดีเจจากที่ไหนก็ไม่ควรถูกใช้ความรุนแรงทั้งสิ้น
ดีเจมัดกล่าวเสริมว่า ตนรู้สึกอายมาก เพราะเป็นการโดนกระทำบนเวที ต่อหน้าคนจำนวนมากที่ซื้อบัตรเข้ามาดูตนในฐานะศิลปินรับเชิญ ตนมีความตั้งใจเดินทางมาทำงา นแต่กลับต้องมาถูกตบหัว ถอดหมวกโยนทิ้ง และถูกข่มขู่ และเขายังมาพูดแบบนี้อีก เหมือนตนโดนกระทำซ้ำ ๆ
ทนายตุ๋ยได้เน้นย้ำว่า การตบหัวคนอื่นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยตามที่ผู้ก่อเหตุพยายามกล่าวอ้าง
หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่ง กต.ตร. โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าลาออกไปตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 และกล่าวหาว่าทางดีเจจงใจหาเรื่อง แต่ในความเป็นจริงทางตำรวจแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งจะไปยื่นใบลาออกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นี่เอง ซึ่งทนายตุ๋ยตั้งข้อสังเกตว่า และการลาออกนี้น่าจะเกิดจากความละอายใจหรือรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย และส่งผลเสียต่อหน่วยงาน การพูดเช่นนั้นอาจเป็นเพราะไม่อยากให้ตำรวจเสียชื่อเสียง แต่กลับลืมไปว่าการกระทำทุกอย่างมีหลักฐานยืนยันชัดเจน
ดีเจมัด ได้ชี้แจงถึงข้อเรียกร้องว่า ตนเรียกค่าเสียหายไปจำนวน 300,000 บาท ซึ่งทางฝั่งผู้ก่อเหตุเสนอให้เพียง 10,000 บาท ยืนยันว่ายอดเงินที่เรียกไปนั้นเหมาะสมแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนไม่ได้โดนเพียงครั้งเดียว แต่โดนถึง 3 ครั้ง มีการข่มขู่ มีการกระชากหมวกโยนทิ้ง และตนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-ขอนแก่นเพื่อดำเนินคดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเหมือนการเดินไปปากซอยบ้าน
ประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าอยากดัง ตนทำงานดีเจมา 17 ปี ด้วยความรักและเป็นแพชชัน โดยยึดถือความเป็นมืออาชีพและความสะอาดบริสุทธิ์มาตลอด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า และสิ่งที่กังวลที่สุดคือ Digital Footprint หรือร่องรอยในโลกออนไลน์ที่ลูกของเขาอาจจะมาเห็นในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงถูกทำร้ายร่างกายในขณะทำงาน วันนึงลูกตนต้องเห็นคลิปนี้แน่นอน แต่หากคนไม่โพสต์ เรื่องนี้ก็จะเงียบ และตนก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนต้องการคำขอโทษที่จริงใจ ไม่ใช่การขอโทษผ่านสื่อหรือฝากคนอื่นมา
ทางด้านผู้จัดการร้านและหุ้นส่วนร้าน ก็ยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเช่นกัน เนื่องจากทางร้านได้รับความเสียหายทางธุรกิจ ดีเจมัดเล่นได้เพียง 10 นาทีก็ต้องหยุดทำการแสดง ทำให้ทางร้านต้องจัดการเรื่องการคืนเงินค่าบัตรให้กับลูกค้า
ทนายตุ๋ยเ สริมว่า ทางร้านมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งฐานละเมิดได้ เพราะการกระทำของผู้ก่อเหตุทำให้โชว์ไม่สามารถดำเนินไปจนจบตามที่โฆษณาไว้
แชมป์ ไมยราพ เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุเขาอยู่จนเกือยเช้า ทั้งไปโรงพักตี 3 รอดีเจมัดตรวจร่างกายตี 5 ก็ไม่เห็นว่าจะมีการพยายามมาขอโทษตามที่เขากล่าวอ้าง เขาตัดสินใจโพสต์เรื่องนี้เพราะเกรงว่าหากไม่เป็นกระแสสังคม ดีเจมัดอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม
แชมป์ยังฝากทิ้งท้ายว่า การขอเพลง HBD เป็นสิทธิ์ของลูกค้า และการจะเปิดหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของดีเจ แต่สิ่งที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำคือ การทำร้ายร่างกายคนอื่น และอย่ามองว่าเป็นเรื่องแค่นี้ เพราะแต่นี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน และหากวันนั้นดีเจมัดไม่ใจเย็น หรือคนตรงนั้นไม่ใช่ดีเจมัด อาจจะบานปลาย เกิดความสูญเสียก็เป็นได้
ทางคุณลิลลี่ กล่าวว่า ยังคุยกันได้ แต่เราอยากเห็นความจริงในในการขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ
ด้านดีเจมัด ย้ำว่า หากทำครั้งเดียวตนยังพอเข้าใจ เพราะตนก็ทำงานมานาน เข้าใจว่าอาจจะอารมณ์ชั่ววูบ เมา ขาดสติ แล้วมาขอโทษกันตนก็อภัยให้ได้แต่นี่ทำซ้ำ ๆ ซึ่งตนมองว่าหากทำซ้ำซาก นั่นคือความตั้งใจ
