เช้าวันนี้ (15 ก.ค. 69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ หลังจากราคาตลาดโลกปรับขึ้น
.
ทีมสุดซอย-ทุบทุนเทา
* FactCheck
ถาม : ราคาน้ำมันในประเทศจะยังไม่ปรับขึ้นใช่หรือไม่?
รมว.พลังงาน ตอบ : ต้องดูวันต่อวัน แต่ถึงจะมีการปรับราคาขึ้นหรือลง คงไม่ใช่ลักษณะการปรับแบบกระชาก ซึ่งจะค่อยๆ ดูไป
.
ถาม : น้ำมันจะขาดแคลนเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่?
รมว.พลังงาน ตอบ : น้ำมันดิบในประเทศยังไม่มีปัญหา ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองในแทงก์ยังมีปริมาณเพียงพอจนเกือบเต็ม พร้อมยืนยันได้ว่าเราไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแน่นอน
.
ถาม : จะต้องประเมินสถานการณ์ระดับไหนถึงจะมีการปรับขึ้นราคา?
รมว.พลังงาน ตอบ : ค่อยๆ ทยอยดู ที่ผ่านมาเราไม่ได้อิงราคาสิงคโปร์ตลอด เพราะถึงแม้เราอิงราคาสิงคโปร์ แต่เราก็ไปลดราคาด้วยการนำเงินจากโรงกลั่นมา
.
และที่ผ่านมาตนใช้กลไกนี้ในช่วง พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ในการลดราคา และจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้การใช้เงินดังกล่าว 10,500 ล้านบาท มาลดราคาน้ำมันที่หน้าปั๊มและกำลังทำอยู่ และที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันลดลงเราแทบไม่ได้ใช้เงินจากกองทุนเลย
.
โดย นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า “จะมีการใช้กลไกหน้าโรงกลั่นและกองทุนฯ ในการช่วยทำให้ราคาไม่ต้องขึ้นลง อย่างรวดเร็วตามราคาตลาดโลก”
#เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #ข่าวน้ำมัน #ข่าวออนไลน์ #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู
จากประสบการณ์ที่ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนและธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกมีความผันผวนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าสนใจคือกลไกการใช้เงินจากโรงกลั่นและกองทุนเพื่อช่วยชะลอการปรับราคาน้ำมันแทนนโยบายปรับราคาตามตลาดโลกทันที ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยลดผลกระทบกระทบต่อต้นทุนชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลล่าสุดที่คุณรมว.พลังงานให้สัมภาษณ์ จะเห็นได้ว่าไทยมีสต็อกน้ำมันและน้ำมันดิบในประเทศที่เพียงพอเกือบเต็มถัง ซึ่งทำให้สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันเหมือนอดีตไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกต่อไป นอกจากนี้ การติดตามราคาน้ำมันจะต้องเป็นการประเมินวันต่อวัน และปรับขึ้นราคาทีละน้อยโดยมีการพิจารณาอย่างรอบคอบไม่ปรับราคาแบบฉับพลัน ผมเคยได้ยินว่ากลไกนี้ถูกจัดทำภายใต้ พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทำให้สามารถนำงบประมาณกว่า 10,500 ล้านบาท มาใช้ในการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เป็นการให้ความช่วยเหลือที่เห็นผลชัดเจนสำหรับผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้น ในฐานะที่ผู้ใช้น้ำมันทั้งรถยนต์ส่วนตัวและธุรกิจขนส่ง ผมเห็นว่าการที่รัฐบาลออกมายืนยันข้อมูลเชิงชัดเจนว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอและมีมาตรการควบคุมราคา จะช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น และควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดพร้อมเตรียมตัวรับมือหากมีการประกาศปรับราคาขึ้นในอนาคต สุดท้าย ผมชื่นชมความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จัดการให้ราคาน้ำมันมีความเสถียรและไม่ผันผวนมากเกินไป เพราะการที่ราคาน้ำมันไม่ขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมอย่างมาก


