เศร้า เสียชีวิตเพิ่ม รายที่ 39 'ส.ต.ท.' วัย 23 เหยื่อไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
เศร้า เสียชีวิตเพิ่ม รายที่ 39 แล้ว ‘ส.ต.ท.’ วัย 23 เหยื่อไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สิ้นใจที่ รพ.ตำรวจ หลังเจ็บสาหัสตั้งแต่เกิดเหตุ
ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค. 2569 ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 39 รายแล้ว
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเวลา 09.44 น. วันที่ 15 ส.ค. 2569 ส.ต.ท.ธนกร เพชรทอง อายุ 23 ปี ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ.) หรือตำรวจคอมมานโด ได้เสียชีวิตแล้ว ที่หอผู้ป่วยวิกฤตอุบัติเหตุ (ICU trauma) โรงพยาบาลตำรวจ หลังเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ
สำหรับ ส.ต.ท.ธนกร ทำหน้าที่เป็นพนักงานดูแลความปลอดภัย (การ์ด) ของร้าน ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจุดที่เจ้าหน้าที่พบร่างคือบริเวณโถงร้าน ฝั่งประตูทางออกที่ 2 ก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บรุนแรง แพทย์จึงไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
ทั้งนี้ รายละเอียดเรื่องพิธีทางศาสนา การดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา และสิทธิประโยชน์ของครอบครัวผู้เสียชีวิต ทางต้นสังกัด บก.ปพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป
เหตุการณ์ไฟไหม้ในสถานบันเทิงถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจผู้คนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเหยื่อเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นกรณีของ ส.ต.ท. ธนกร เพชรทอง หนึ่งในเหยื่อไฟไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ภายในเหตุการณ์เขาได้พยายามช่วยเหลือผู้คนในร้านและป้องกันการเกิดเหตุเลวร้ายขึ้นมากกว่านี้ แม้จะสูญเสียชีวิตหลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเข้มข้นก็ตาม จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นความเสี่ยงและความจำเป็นของการมีแผนป้องกันอัคคีภัยที่เข้มงวดในสถานประกอบการสาธารณะ โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่มีคนจำนวนมาก การควบคุมดูแลความปลอดภัยที่เข้มข้นและพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก นอกจากนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นความเสียสละของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการทำงานท่ามกลางความเสี่ยง ส.ต.ท.ธนกรเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความกล้าหาญและการเสียสละเพื่อคนอื่น แม้สุดท้ายจะต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสาร ควรเฝ้าระวังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบการช่วยเหลือ เยียวยาผู้เสียหาย รวมถึงด้านสิทธิประโยชน์ของครอบครัวผู้สูญเสีย ประสบการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน และสถานที่สาธารณะ ควรมีการเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
