❤️ “นายกฯ อนุทิน” ปลื้มสุดซึ้ง! พบชายผู้รอดชีวิตจากภารกิจ “หัวใจติดปีก” หลังผ่านไป 8 ปี

วันนี้ (15 ส.ค. 69) ณ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร DE Digital Shield Forum ครั้งที่ 1

ระหว่างเยี่ยมชมบูธภายในงาน เกิดภาพสุดประทับใจ เมื่อพนักงานบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นำพวงมาลัยมากราบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือเมื่อหลายปีก่อน

ชายคนดังกล่าวเปิดเผยว่า เขาคือ หนึ่งในผู้ป่วยวิกฤตที่รอรับการบริจาคหัวใจ และได้รับหัวใจจากภารกิจ “หัวใจติดปีก” เมื่อปี 2561 ซึ่งนายอนุทินได้สนับสนุนการเดินทางไปรับหัวใจจากจังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีพายุฝน เพื่อนำส่งมายังกรุงเทพฯ ให้ทันต่อการรักษา

เมื่อได้พบกันอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปถึง 8 ปี ชายผู้รอดชีวิตได้กล่าวคำขอบคุณ พร้อมเล่าถึงความประทับใจที่ไม่เคยลืมว่า ในวันที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ยังมีคนที่ช่วยทำให้หัวใจดวงนั้นเดินทางมาถึงมือแพทย์ได้ทันเวลา

นายกรัฐมนตรีได้ประคองตัวชายคนดังกล่าวขึ้น พร้อมสวมกอดด้วยความอบอุ่น ก่อนกล่าวสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยว่า

💬 “ขอให้รักษาตัวดี ๆ อย่าให้ป่วยอีก”

ภารกิจ “หัวใจติดปีก” เป็นภารกิจจิตอาสาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินการและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณปี 2557 โดยนำเครื่องบินส่วนตัวหรือสนับสนุนการเดินทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทีมแพทย์ไปรับอวัยวะบริจาคจากต่างจังหวัด และนำส่งผู้ป่วยวิกฤตให้ทันต่อเวลา

✨ จาก “หัวใจ” ของผู้ให้ สู่ “ชีวิตใหม่” ของผู้รับ

เรื่องราวที่ผ่านมานานหลายปี กลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า น้ำใจที่มอบให้ในวันหนึ่ง อาจเปลี่ยนชีวิตใครคนหนึ่งไปตลอดกาล

#นายกฯอนุทิน #หัวใจติดปีก #ข่าวออนไลน์ #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู

2 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เคยได้มีโอกาสติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภารกิจ “หัวใจติดปีก” ทำให้ผมมองเห็นภาพความสำคัญของการบริจาคอวัยวะและการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤติได้ชัดเจนขึ้นมาก ภารกิจนี้ไม่ใช่เพียงการส่งมอบอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือและน้ำใจจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทีมสนับสนุน พนักงานขนส่ง และผู้บริจาคหัวใจเอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยืดเวลาชีวิตให้กับผู้ป่วยเร่งด่วนได้ทันเวลา การที่นายกฯ อนุทิน สนับสนุนภารกิจนี้ตั้งแต่ปี 2557 ด้วยการใช้เครื่องบินส่วนตัวช่วยส่ง หัวใจบริจาคจากต่างจังหวัดมายังกรุงเทพฯ ในสถานการณ์ที่อากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น พายุฝน ช่วยลดระยะเวลาและความเสี่ยงในการเดินทาง ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำทรัพยากรส่วนบุคคลมาสนับสนุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ นอกจากนั้น การที่ชายผู้รอดชีวิตจากภารกิจนี้ได้กลับมาพบและขอบคุณนายกรัฐมนตรีถึง 8 ปีหลัง ยังเป็นการยืนยันว่าความช่วยเหลือและความห่วงใยมีพลังเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง ๆ เมื่อนึกถึงว่าชีวิตคนเราสามารถผูกโยงกับความเมตตาของผู้อื่นและความพร้อมของระบบสุขภาพที่เอื้อต่อการฟื้นฟูอย่างทันท่วงที จึงทำให้เรื่องนี้มีความหมายทั้งทางด้านมนุษยธรรมและสังคมอย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์นี้สะท้อนให้เราเห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะที่เป็นการให้ชีวิตใหม่แก่เพื่อนมนุษย์ และทำให้ผมตระหนักว่าการมีระบบประสานงานและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์อย่างมืออาชีพเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในงานนี้ สิ่งเหล่านี้คือบทเรียนและแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับทุกคนที่อยากมีส่วนร่วมทั้งในฐานะผู้ให้ ผู้รับ หรือผู้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม