ตั้งใจมาซื้อ dripper… แต่ได้กาแฟดีเกินคาดกลับไป 🇻🇳

ตั้งใจมาร้านนี้จริงๆ เพราะจะมาซื้อ Dripper Soloboy

แต่ไหนๆ มาแล้ว ก็ขอลองกาแฟหน่อยกับร้าน

Hoff Specialty Coffee by BeanHop

ร้านตกแต่งดีเลยนะ ที่นั่งเยอะ นั่งสบาย

ฟีลดีแบบนั่งยาวได้

มาเรื่องกาแฟ 👇

1. Pour Over — VIỆT NAM LIBERICA QUẢNG TRỊ (Pun Coffee Farm) “Super Sweet”

บอกตรงๆ ไม่ได้คาดหวัง… แต่อร่อยชิบ 😂

ด้วยความที่ใช้ Soloboy ด้วยมั้ง

ความหวานมันติดมาดีมาก สดชื่น ดื่มง่าย

เป็น Liberica ที่กินแล้วว้าวเลยนะ

2. Berries Cold Brew

สดชื่นมากกกก

ต้องยอมเลยว่าเวียดนามทำ cold brew ดีจริง

ตัวนี้คือกินง่าย ชัด สดชื่นจัดๆ

สรุปคือ แวะมาซื้ออุปกรณ์

แต่ดันได้กาแฟดีๆกลับไปด้วย

อย่างที่บอก ไม่ได้มาตัดสิน

แต่อยากให้มาลองเอง ☕🔥

#HoffCoffee

#BeanHop

#VietnamCoffee

#SpecialtyCoffeeVN

#brewmetal

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครเสิร์ชหา “solo boy dripper” แล้วกำลังลังเลว่าเหมาะกับเราไหม ขอเล่ามุมใช้งานแบบคนชอบดริปจริงๆ (และเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนั้นถึงตั้งใจไปซื้อ) Solo Boy Dripper จุดที่รู้สึกต่างจากดริปเปอร์ทรงมาตรฐานคือ “การไหล” ที่ค่อนข้างคุมทิศทางน้ำได้ดี เวลาเทวงกลมแล้วน้ำไม่ค่อยแตกทาง ทำให้ extraction ดูนิ่งขึ้น เหมาะมากกับคนที่อยากได้ความสม่ำเสมอแบบไม่ต้องเทพิธีเยอะ แต่ยังได้ความสนุกของการ pour over อยู่ ทริคที่ลองแล้วเวิร์ก (โดยเฉพาะกับเมล็ดโทนผลไม้/หวานๆ ตามสไตล์ที่ร้านชงให้ชิม) 1) กระดาษกรอง: ล้างกระดาษให้ทั่ว เพราะโทนหวานจะชัดขึ้นถ้าไม่มีรสกระดาษแทรก 2) อัตราส่วนเริ่มต้น: 1:15–1:16 (เช่น กาแฟ 15g น้ำ 225–240g) ได้บาลานซ์ง่าย ดื่มสบาย 3) น้ำร้อน: 90–94°C ถ้าเป็นเมล็ดคั่วอ่อนโทนฟรุตตี้เริ่มที่ 92°C กำลังดี 4) Bloom: 30–45 วินาที ใช้น้ำประมาณ 2–3 เท่าของผงกาแฟ แล้วค่อยแบ่งเท 2–3 ช็อต จะช่วยดึงความหวานและกลิ่นผลไม้ให้ชัด 5) บดหยาบ-กลาง: ถ้าไหลเร็วไปจะบางและเปรี้ยวโดด ถ้าไหลช้าไปจะขม/ฝาด ลองจูนให้เวลารวมอยู่ราวๆ 2:30–3:15 นาทีเป็นจุดเริ่มต้น แล้ว Solo Boy Dripper เหมาะกับเมล็ดแบบไหน? - เมล็ดโทน “หวานฉ่ำ/ฟรุตตี้” เหมาะมาก เพราะมันช่วยให้คาแรกเตอร์ชัด โดยไม่ทำให้เปรี้ยวแหลมเกิน - ถ้าเป็น Liberica (อย่างที่ได้ลองแบบเวียดนาม) ส่วนตัวรู้สึกว่าเข้าทาง เพราะ Liberica บางตัวจะมีกลิ่นเฉพาะและบอดี้เด่น พอดริปให้ไหลนิ่งๆ จะออกหวานมันและสดชื่นขึ้น ไม่หนักจนเลี่ยน อีกอย่างที่อยากแชร์จากบรรยากาศร้านที่ไป คือเขามีอุปกรณ์ครบมาก ตั้งแต่เครื่องบด ไปจนถึงโซนวางเมล็ด/ดริปเปอร์ และมีการ์ดข้อมูลกาแฟบอกที่มา โปรเซส และโน้ตรส ทำให้เลือกเมล็ดได้ง่ายขึ้น ใครชอบแนว “coffee is fruit so it tastes like fruit” จะอิน เพราะเขาตั้งใจทำรสผลไม้ให้ชัดจริง สรุปสำหรับคนจะซื้อ Solo Boy Dripper: ถ้าชอบดริปที่ได้ความหวานสะอาด คุม flow ง่าย และอยากได้ผลลัพธ์สม่ำเสมอแบบไม่ต้องเทพลังเยอะ ตัวนี้เป็นตัวที่น่าลองมาก แต่แนะนำให้จูน “เบอร์บด + อุณหภูมิ” ให้เข้ากับเมล็ดที่ชอบ รับรองสนุกขึ้นเยอะ

ค้นหา ·
รีวิวกาแฟเวียดนาม