Automatically translated.View original post

Doraemon The Movie at The Legend of Suri the King


Doraemon The Movie at The Legend of Suri the King

Doraemon the movie legend of the sun king

First released March 4, 2000. Entered Thailand on October 11, 2002.

The rough synopsis of the story is like Nobita practicing the Gandoraemon school drama, so he took out a magical item called The Stage Equipment and borrowed it to practice. And when he practiced, the Giant would take this magical item for himself at home. Doraemon himself asked not to take it, but couldn't stop it (as always 😆). So Doraemon took out a magical item called The Time Tunnel to get another magical item back. The Time Tunnel opened at night at Giant's sleep. Nobita volunteered to take it. But then Nobita was still Nobita, making a mistake until Giant woke up. Giant was angry. The drag-and-pull series until the time-shot tunnel makes it appear in the center of the forest and the forest next to the forest is Mayana, the kingdom of the sun. There is a prince named Teo who looks exactly like Nobita. This is a lot of fun. This villain has a lot of haunting adventures. This story is 10 / 10. What are your favorite stories to share?

# Doraemon # Doraemon the Movie # Anime # anime

1/10 Edited to

... Read moreถ้าเพื่อนๆ เสิร์ชคำว่า “สุริยกษัตริย์” หรือ “โดเรม่อน สุริยกษัตริย์” แล้วสงสัยว่าเรื่องนี้เด่นตรงไหน บอกเลยว่านี่เป็นภาคที่โทนจริงจังกว่าที่คิด และพล็อตมันมีความ “แฟนตาซี-ลึกลับ” แบบดูเพลินมาก จุดเริ่มต้นที่ชอบคือมันมาจากเรื่องใกล้ตัวสุดๆ อย่างซ้อมละครโรงเรียน แล้วโดราเอม่อนเอาของวิเศษแนวพร็อพละครอย่าง “อุปกรณ์เวทีสารพัดนึก” มาให้ยืม ซึ่งเหมือนจะเป็นของเล่นสนุกๆ แต่พอไจแอนท์ดันอยากเอาไปใช้เอง ความวุ่นวายก็ตามสไตล์ (ห้ามก็ไม่ค่อยได้จริง) จากนั้นพวกโนบิตะเลยต้องแก้ปัญหาด้วย “อุโมงค์กาลเวลา” แล้วเกิดอุบัติเหตุจนหลุดไปอีกโลก/อีกดินแดนแทน สิ่งที่ทำให้ภาค “ตำนานสุริยกษัตริย์” ติดอยู่ในหัวหลายคนคือฉากและคอนเซ็ปต์ “อาณาจักรแห่งดวงอาทิตย์” หรือ “นครมายานะ” ที่บรรยากาศออกโบราณๆ เหมือนในโปสเตอร์เลย ตัวละครแต่ละคนใส่ชุดพื้นเมือง/ชุดนักรบ มีฉากในป่าและในอาคารที่ดูตึงๆ กังวลๆ ทำให้ความรู้สึกผจญภัยมันแอบหลอนนิดๆ ไม่ได้ใสๆ แบบบางภาค อีกไฮไลต์คือ “เจ้าชายทีโอ” ที่หน้าเหมือนโนบิตะแบบเป๊ะมาก พอมีพล็อตสลับตัว/เข้าใจผิด หรือจังหวะที่ต้องรับบทแทนกัน มันทั้งสนุกและลุ้นไปพร้อมกัน แถมยังทำให้เห็นมุมโนบิตะที่ต้องกล้าขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น (เพราะสถานการณ์บีบจริง) ส่วนฝั่งตัวร้ายก็ทำออกมาน่าค้นหา ไม่ได้มาแบบตลกๆ อย่างเดียว มีความลึกลับและแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากดูต่อว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรในอาณาจักรนี้ ถ้าใครจะเริ่มดู แนะนำให้ดูแบบเก็บรายละเอียดฉากหลังด้วย เพราะภาคนี้งานภาพ/บรรยากาศช่วยเล่าเรื่องมาก ทั้งป่ากลางคืน ชุดพื้นเมืองโบราณ และอารมณ์ “ดวงอาทิตย์-พิธีกรรม-ตำนาน” ที่ทำให้โลกของเรื่องมีเสน่ห์สุดๆ ส่วนตัวให้เป็นหนึ่งในภาคที่ “ครบ” มาก: มีผจญภัย มีดราม่านิดๆ มีลุ้น มีความหลอน และยังมีความเป็นโดราเอม่อนอยู่เต็มๆ ใครดูแล้วชอบฉากไหนหรือชอบภาคมูฟวี่เรื่องอื่น มาแชร์กันได้เลย